December 1, 2011

[FIC] Their room [YUNHOxJAEJUNG] [04]

user posted image
Title: Their room
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC EROTIC 

Theme song : อยากให้ฟังนะ>< 
http://youtu.be/ADmCFmYLns4 {MAROON5 - Never Gonna Leave This Bed}
http://youtu.be/t5Sd5c4o9UM {Katy Perry ft.Kanye West - E.T.}



“บู~~พรุ่งนี้วันเกิดคุณแล้วนะ” 

“ก็พรุ่งนี้ไง...พรุ่งนี้.....ก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่ว่าไม่ใช่วันนี้หรือตอนนี้” 

“ปั้ดโธ่~ ถ้าเป็นผมนะ ไม่ว่าจะคืนก่อนวันเกิด วันเกิด หรือหลังวันเกิด ยังไงผมก็ต้องฉลอง....ไม่มีทางมาเดินลากเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้านแบบที่คุณกำลังทำอยู่หรอก” 

“..........” 

“ผมกำลังบอกว่า...นี่มันไม่ใช่เวลามาดูดฝุ่นนะบู ไปกินข้าวกันเถอะ...พรุ่งนี้วันทำงาน เดี๋ยวคุณก็ไม่ยอมไปกับผมอีก”

ยุนโฮเดินตามแจจุงกับเครื่องดูดฝุ่นแทบจะทั่วห้องอยู่แล้วแต่ไม่ว่าจะพูดอะไรแจจุงก็ไม่ฟังเขาเลย แล้วเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้วนอกจากดึงแม่บ้านคนขยันเข้ามาประทับจูบบนหน้าผากเนียนๆที่ไร้ผมลงมาเกะกะหน้าตาเนื่องจากหนังยางชมพูสะท้อนแสงที่ทำหน้าที่รวบเอาเส้นผมสีน้ำตาลของเจ้าตัวเอาไว้เป็นจุกข้างบนเพื่อความสะดวกในการทำงานบ้านที่ต้องก้มๆเงยๆแบบที่เห็นอยู่ 
..เขาจูบแล้วจ้องตาวัดใจกับเจ้าตัวอยู่ครู่เดียว ไม่นานนักแจจุงก็ดึงหน้ากากอนามัยสีขาวสะอาดออกอย่างอารมณ์เสียก่อนจะตอบยุนโฮที่เอาแต่พูดอยู่คนเดียวมาตั้งนานแล้ว

“พรุ่งนี้ฉันไปกับเธอแน่”

“ถึงเวลาก็จะสรรหาเหตุผลมาเบี้ยวผมอีก” 

“ฉันจะทำอย่างนั้นแน่ถ้าเธอยังไม่เลิกพูดมาก! แล้วก็....อี๋~~ ฉันบอกแล้วไงเด็กบ้าว่าอย่าถอดกางเกงในเป็นวงแบบนี้อีก!” แจจุงเบ้หน้า ที่ผ่านมาก็บอกยุนโฮหลายครั้งหลายคราแล้วว่าถ้าถอดกางเกงในลงตะกร้าไม่ได้ก็อย่าให้มันออกมาเป็นโดนัทคู่แบบนี้ “จัดการเดี๋ยวนี้เลย! เฮ้อ~ นี่ฉันอยู่กับลูกหรือไงนะ”

“โอเค...เก็บแล้วๆ คุณบ่นผมตลอดเลยนะบู”

“ก็มันน่าบ่นมั๊ยล่ะ”

“ผมรู้นะว่าตอนยี่สิบสี่คุณก็ถอดกางเกงในแบบนี้” แบบนี้.... ยุนโฮชูกางเกงในที่ใส่แล้วให้อีกฝ่ายดูจนสุดแขน จ่ออยู่ข้างหน้าแจจุงเลยทีเดียว

“อี๊~~เอาไปไกลๆเลย!! แล้วก็อย่ามาพูดมั่วๆนะ!!”

“ผมว่าผมพูดไม่ผิดหรอก! นี่บู...ดูดฝุ่นเสร็จแล้วผมขอร้องให้คุณไปอาบน้ำแล้วก็แต่งตัวน่ารักๆเตรียมตัวไปกินมื้อเย็นกับผมนะ”

“น่ารักเหรอ? จะไปแต่งยังไงฉันไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อย”

“คุณแต่งตัวน่ารักอยู่แล้ว...เสื้อยาวๆกับสกินนี่ยีนส์สักตัวแล้วก็รองเท้าบู้ทสักคู่ก็น่ารักแล้วครับผม” 

“...อืม...ขอดูก่อนนะว่าจะขี้เกียจหรือเปล่า” คนสวยยิ้มร้ายให้ยุนโฮแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับเครื่องดูดฝุ่นคู่ใจพร้อมกับดึงหน้ากากที่ห้อยอยู่กับหูข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากเหมือนเดิม

“เสียใจจังที่ถ้าคุณบอกว่า’ไม่’แค่คำเดียวผมก็แทบเปลี่ยนใจคุณไม่ได้เลย”



พรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดปีที่32ของแจจุงแล้ว สุดที่รักของยุนโฮแก่ไปอีกหนึ่งปี แต่ทั้งหน้าตา ผิวพรรณและทุกๆอย่างโดยเฉพาะลีลาตอบสนองบนเตียงทำให้ยากที่จะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้อายุ32แล้วจริงๆ แต่แจจุงดูไม่ตื่นเต้น ไม่สนใจอะไรกับวันเกิดตัวเอง..ยุนโฮไม่รู้ว่าเพราะอะไรเพราะเขาก็ไม่เคยอายุ32 ไม่รู้ว่าพออายุเท่านั้นแล้วจะเบื่อวันเกิดไปเองโดยธรรมชาติมั๊ย แต่ปกติแล้ววันเกิดของเขาทุกปีมันสนุกมาก เขาจะปาร์ตี้ จะคั่วหญิงแล้วก็ซิ่งรถไปทั่วตามประสาคนมีเงิน พอมีแจจุงแล้ววันเกิดของเขาก็เปลี่ยนไปบ้าง ว่าง่ายๆคือเขายังเข้าผับ ดื่มเหล้า...แต่ไม่มีสาวๆมานั่งเอาหน้าอกนูนเบียดกับต้นแขน ไม่ได้ให้ทิปผู้หญิงพวกนั้นโดยการสอดแบงค์ไว้ที่ร่องอกของเจ้าหล่อน เขายังคงมีปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่สุดท้ายก็จะกลับมาที่เพนท์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้...ที่นี่จะมีแจจุงรออยู่ และมอบของขวัญให้เขาที่ขณะนั้นยังเป็นเพียงชายชู้ที่ต้องแอบมาเจอกัน... แต่สิ่งของพวกนั้นก็เป็นแค่ของขวัญชิ้นเล็กๆ เทียบไม่ได้เลยเมื่อเขากระตุกเชือกของชุดคลุมสีขาวที่ไม่ต่างจากริบบิ้นบนกล่องของขวัญที่แจจุงใส่อยู่ออกและแหวกสาบเสื้อทั้งสองกว้างๆ

ของขวัญชิ้นใหญ่...มีทั้งหัวใจและความรู้สึก ที่ยุนโฮมั่นใจเลยว่าไม่มีใครเคยได้


“กะแล้วว่าต้องเล่นแบบนี้” ในที่สุดยุนโฮก็เลี้ยวรถเข้าร้านประจำของตัวเอง นี่ไม่ใช่ที่กินข้าวแล้วล่ะ...ยุนโฮอยากจะกินเหล้ามากกว่าล่ะมั๊ง

“โธ่~ อย่าทำหน้างอเลยน่า~~ มาสนุกกันเถอะนะ” แจจุงถอนหายใจ ยอมให้ยุนโฮจูงมือเข้าผับที่เคยพบกันครั้งแรกแต่โดยดี 

วันนี้แจจุงยอมแต่งตัวตามที่ยุนโฮบอก ตลอดทางที่ขับรถมายุนโฮพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาโกงอายุ...

“ดื่มอะไรดีที่รัก”

“พรุ่งนี้วันทำงาน”

“นิดนึงน่า...”

มองไปรอบๆ ประชาชนชาวเกาหลีใต้คงจะลืมกันไปแล้วว่าพรุ่งนี้เป็นวันทำงาน เพราะยังโยกย้ายร่างกายเต้นกันอยู่ที่กลางฟลอร์อีกเป็นจำนวนมาก พวกที่ไม่เต้นก็ดื่มของแรงๆกันทั้งนั้น เฮ้อ....

“บูคงนึกต่อว่าพวกเขาสินะว่าพรุ่งนี้เป็นวันทำงานแท้ๆก็ยังจะเที่ยวกันอยู่อีก” 

“รู้ได้ไง”

“มองตาก็รู้แล้ว”

“..........”

“โลกนี้อาจจะมีคนบ้างานอย่างคุณแค่ไม่ถึงร้อยคนก็ได้ใครจะไปรู้”

“ฉันมีเหตุผลที่ต้องบ้างานน่า”

.

ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ยุนโฮดื่มแค่นิดเดียว..เขานั่งมองแจจุงที่ชักจะติดใจวิสกี้นุ่มๆจนหยุดไม่อยู่แล้ว ตาสวยๆปรอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮฮล์ แจจุงระบายยิ้มออกมาบางๆตลอดเวลาที่ดื่ม คุยกับยุนโฮ หอมแก้มยุนโฮ... 

“ของขวัญปีนี้เป็นอะไร?”

“ความลับครับ”

“ฉันว่าเธอนี่แหละจะเก็บความลับไม่อยู่ซะเอง!”

“บอกก่อนบูจะตื่นเต้นมั๊ยล่ะ รอให้ถึงพรุ่งนี้เดี๋ยวก็รู้แล้วครับ”

“ไม่เอาพวกตุ๊กตาหมี กรอบรูป นาฬิกาตั้งโต๊ะแบบเกลื่อนๆนะ”

“ผมไม่โง่ให้ตุ๊กตาคุณไปกอดหรอก...อย่างคุณน่ะกอดผมคนเดียวพอแล้ว” ยุนโฮขโมยหอมแก้ม มือก็ไวก็บีบบั้นท้ายนิ่มไปพร้อมๆกัน

“ทะลึ่ง!!!”

“ชอบใช่มั๊ย? ผมรู้นะ”

“เฉยๆหรอก...นี่ เรารีบกลับบ้านกันเถอะ ก่อนที่ฉันจะเบลอกว่านี้”

“เบลอมากก็ดีนะ ผมจะได้หลอกปล้ำง่ายๆหน่อย”

“เธอน่ารักก็ตรงนี้แหละที่รัก...” แจจุงแตะจูบที่ริมฝีปากของยุนโฮแล้วก็ผละออกมา 

“หืม?” สุดหล่อแปลกใจ นานๆทีแจจุงจะทำอะไรแบบนี้นอกบ้าน..และมันจะมีเหตุผลเสมอ

“สายตามันบอกเลยว่าอยากจะทำฉันขนาดไหน ปิดไม่มิดดี...ฉันชอบ” คำพูดคลุ้งกลิ่นแอลกอฮอล์จากวิสกี้วนเวียนอยู่ข้างหูของยุนโฮจนยิ่งอดใจยาก

“ชอบถูกทำด้วยใช่มั๊ยล่ะ”

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครทำด้วยน่ะนะ...แต่ถ้าเป็นเธอ ฉันว่าฉันเสพติดแล้วล่ะ” แจจุงเมาแล้วจริงๆ เพราะเมื่อครู่เพิ่งจะลูบที่เป้ากางเกงยีนส์ของยุนโฮแล้วก็เลียปากช้าๆ ...ไม่ใช่เรื่องที่แจจุงจะทำในที่สาธารณะอย่างนี้เลย

“ผมจะอดใจไว้จนถึงคืนพรุ่งนี้นะ และผมแนะนำให้คุณลางานวันมะรืนเอาไว้เลย เพราะผมจะไม่ให้คุณลุกไปจากเตียงแน่ๆล่ะที่รัก” 

“โหดจังเลยนะ”

“ก็คุณอยากมาลูบตรงนี้ผมก่อนนะ”

“ก็ตุงขนาดนั้นมันน่าหมั่นไส้นี้ ฮะฮะ”

ผู้ชายอายุ32คนนี้ชอบลวนลามขณะเดียวกันก็ชอบถูกลวนลาม แต่ในวงเล็บว่า โดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกว่าโลกนี้มีแค่ตนกับคนรักอยู่กันเพียงลำพังเท่านั้น

ยุนโฮเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ... เที่ยงคืนพอดี

“สุขสันต์วันเกิดครับ”


xxxxxxxxxxxxxx


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แจจุงไปทำงานตามปกติ วันนี้ในขณะที่กำลังเร่งรีบเพราะตื่นสายก็ไม่ลืมที่จะหอมแก้มหมีตัวโตที่เอาแต่นอนก่อนออกมาจากบ้าน สารภาพเลยว่ายังรู้สึกแฮงค์อยู่เบาๆก็เลยไม่กล้าขับรถมาเอง ใช่....ไม่กล้าปลุกสารถีหน้าหล่อด้วยเหมือนกัน 
แจจุงโทรหาเลขาประมาณสิบนาทีก่อนที่แท็กซี่จะเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกใหญ่มาจอดหน้าออฟฟิศ เขาสั่งให้ฝ่ายนั้นซื้อเครื่องดื่มแก้เมาค้าง ซึ่งฝ่ายนั้นก็รับทราบอย่างแข็งขันถึงแม้ตัวเองจะกำลังสาละวนอยู่กับเนคไทสีกรมท่าในมืออยู่ที่หน้ากระจกในบ้านก็ตาม

หลังจากที่จ่ายเงินแท็กซี่แล้วก็สะบัดหัวเอาความมึนออกไปครั้งหนึ่งแล้วคิมแจจุงก็ก้าวลงจากแท็กซี่แบบพกความมั่นใจมาเต็มร้อยเหมือนทุกครั้ง ขณะที่กำลังจะเดินผ่านเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์เขาก็ต้องหยุดเพราะเสียงเรียก..

“ผอ.คะ!”

“ครับ” น่าแปลกแฮะ...ปกติในเวลานี้เจ้าหล่อนที่ทำหน้าที่อยู่ตรงนี้จะต้องกำลังแต่งหน้าทาปากกันอย่างบ้าคลั่งและพร้อมทำงานแปดโมงตรงเป๊ะไม่ใช่เหรอ นี่เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมง..? อืม ช่างมันเถอะน่า 

“มีคนฝากของไว้ให้กับท่านผอ.ค่ะ” นั่นคือกล่องของขวัญสีเลือดหมู ผูกโบว์ฟูๆด้วยริบบิ้นโทนสีเดียวกัน บนนั้นมีการ์ดเหน็บเอาไว้ด้วย 

“สุขสันต์วันเกิด...คิมแจจุง” เขาอ่านข้อความสั้นๆในการ์ดที่ไม่แม้แต่จะลงชื่อผู้ให้เอาไว้เลย “ใครเอามาฝากไว้เหรอ?”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เขาเป็นพนักงานร้านกาแฟข้างๆออฟฟิศเรานี่เอง”

“ร้านกาแฟข้างๆ? ที่เปิดตลอด24ชั่วโมงน่ะหรอ”

“ค่ะ พวกเขาบอกว่ามีคนมาซื้อของที่ร้านเขาเอาไว้แล้วก็ฝากส่งให้ออฟฟิศเราแต่เช้าเลยล่ะค่ะ”

“อืม...เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะครับ”

“ค่ะ สุขสันต์วันเกิดนะคะท่านผอ.”

“ครับ” 

แจจุงยิ้ม ถึงแม้จะหลายปีมาแล้วที่รู้สึกรำคาญรอยยิ้มของผู้หญิงแต่เมื่อกี้กลับรู้สึกดีมากกับคำอวยพรวันเกิดตั้งแต่เช้าแบบนี้

เขาวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะทำงานแล้วก็เริ่มแกะมันทันที... 
“รู้ใจฉันดีนี่” 
ข้างในคือเม็ดกาแฟยี่ห้อโปรดบรรจุถุงที่ราคาก็ไม่ใช่ธรรมดา คิดอยู่สักพักก็พอจะได้คำตอบว่าเป็นของขวัญจากใคร เขาดุพนักงานและแม่บ้านหลายๆครั้งเรื่องกาแฟที่ไม่ถูกใจ สงสัยจะรวบรวมเงินกันมาซื้อเจ้าถุงนี้ให้สินะ 

“ท่านครับ!! ผมมาแล้ว!” 

“เคาะประตูไม่เป็นหรือไงเลขาอี”

“ผม...ผมขอโทษครับ เมื่อกี้ผมรีบไปหน่อย เครื่องดื่ม...มาแล้วครับ เอ่อ...ผมไม่แน่ใจว่ายี่ห้อนี้..ถูกมั๊ยครับ?” กีกวังวางถุงพลาสติกในมือลงกับโต๊ะทำงานของเจ้านาย แล้วก็รอคำตอบอย่างเกร็งๆ

“ใช่...อันนี้แหละ” แจจุงยังคงสนใจกับขวดเครื่องดื่มในมือ ไม่ทันได้สนใจกับเลขาหนุ่มที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ว่าแต่...รถไฟเสียหรือไง”

“เห?”

“ตอนที่ผมโทรหาคุณบอกว่าอยู่บนรถไฟแล้วไง...แล้วทำไมเพิ่งมาถึง”

“เอ่อ...เอ่อ......คือว่าผม...”

“วันหลังถ้ายังไม่ตื่นก็บอกมาตามตรงสิ ผมไม่ว่าคุณหรอก”

“ผ..ผม...ผม......” 

“ช่างมัน...ยังไงก็มาแล้วนี่ ไปพักผ่อนเถอะนะ ดูจากสภาพแล้วคุณคงวิ่งมาแน่ๆ” แจจุงสะบัดมือบอกเลขาหนุ่มที่มีสภาพดูไม่จืดในเช้านี้ให้ออกไปได้แล้ว


ขอบคุณสวรรค์ที่วันนี้ไม่มีงานด่วนอะไรเข้ามาทำให้ปวดหัวซ้ำ แจจุงเซ็นเอกสารในแฟ้มสุดท้ายแล้วก็ถอนหายใจออกมาสุดปอด จริงๆวันนี้ก็ไม่น่ามีอะไรแล้ว...ดีเหลือเกินที่เสร็จงานหลักๆตั้งแต่ก่อนพักเที่ยงแบบนี้

เสียงโทรศัพท์สายในจากเลขาหน้าห้องดังขึ้น.... นี่ล่ะมั้งงานด่วนที่นึกว่าไม่มีแล้ว

“ว่าไง?”

“ท่านครับ มีคนมาส่งของให้ท่านครับ”

“ของเหรอ จากใคร?”

“บริษัทขนส่งครับ”

“....ช่วยไปเซ็นรับมาให้ผมทีนะกีกวัง”

ห้านาทีต่อมาโทรศัพท์สายภายในเครื่องเดิมก็ดังขึ้นอีก...

“ท่านผอ.ครับ ผมกีกวัง โทรจากเคาท์เตอร์PRข้างล่างนะครับ”

“ว่าไง?”

“เขาไม่ยอมให้ผมเซ็นรับครับ บอกว่าผู้ส่งต้องการให้คุณเซ็นรับเองเพื่อจะได้มั่นใจว่าของถึงมือคุณจริงๆ”

“...มีงี้ด้วยเหรอ”

“น่าจะเป็นมาตรฐานของเขานะครับ”

“อืม แล้วเดี๋ยวผมลงไป คุณรออยู่ตรงนั้นก่อน”

“รับทราบครับ” 

มันก็เป็นไปได้ที่จะเป็นของขวัญวันเกิดจากบริษัทประกันชีวิตที่ต้องการจะขายกรมธรรม์ราคาแพงขึ้นให้ลูกค้าโดยการส่งของขวัญวันเกิดมาหลอกล่อ หรือไม่ก็ต้องเป็นพวกร้านที่เคยอุดหนุนกันบ่อยๆ 
นี่โชคดีที่วันนี้ไม่มีงานน่าปวดหัวอะไรเข้ามา ไม่งั้นวันนี้คิมแจจุงจะไม่ขอรับของอะไรทั้งสิ้นเลยจริงๆ

“ผมขอทราบชื่อคนส่งหน่อยได้มั๊ยครับ”

“เขาขอให้เก็บเป็นความลับครับ” พนักงานจากบริษัทขนส่งตอบเท่านั้นแล้วก็ขอตัวกลับไป นี่มันชักจะน่าสงสัยไปกันใหญ่แล้วไม่ใช่เหรอ!? 

กำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟท์เจ้าหน้าที่PRสาวก็วิ่งมาดักหน้าเอาไว้ก่อน

“มีคนมาส่งของให้ท่านผอ.อีกแล้วล่ะค่ะ”

“..........”

คราวนี้มีอีกสี่คนถือกล่องของขวัญและถุงกระดาษยี่ห้อดังยืนรออยู่ แจจุงพยักหน้าช้าๆ พอจะรู้แล้วล่ะว่าผู้ส่งนิรนามคนนั้นคือใคร...

“ใครเป็นผู้ส่งครับ”

“คุณชองครับ” ยังเซ็นชื่อตัวเองไม่ทันเสร็จแจจุงก็หยุดมือไว้เท่านั้น

“ชอง?..ยุนโฮ?”

“ครับ”

“อ้อ...ผมว่าผมรู้จักเขาดีเลยล่ะ” เจ้าตัวยิ้มมุมปากก่อนจะเซ็นต่อให้เสร็จแล้วหันไปสั่งการให้เลขาที่ยืนใกล้ๆรับของให้ ตอนนั้นหางตามองเห็นตัวอักษรสีครีมบนริบบิ้นผูกกล่องสีน้ำตาลอย่างชัดเจนในปราดเดียว 

คนต่อมาก็เช่นกัน 

“จากห้างCJหรอครับ?”

“ครับ คุณชองไปซื้อของที่ห้างของเราแล้วก็ใช้บริการส่งของขวัญของเราด้วยครับ”

“คุณชองอีกแล้ว?”

“คือ...คุณชองยุนโฮน่ะครับ” 

น่ารักจริงๆนะพ่อหนุ่ม

“เยอะดีนะ...เลขาอีช่วยผมถือของหน่อย ..ถือดีๆล่ะ” แจจุงใช้โดยไม่หันไปมองเลขาผู้รับคำสั่งเลยแม้แต่น้อยว่าขณะนี้กำลังกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนผู้รกรุงรังตัวจริงไปแล้ว

ก่อนจะเซ็นรับของจากพนักงานคนสุดท้ายแจจุงโทรหาเจ้าของของขวัญทุกกล่องทุกถุงกะจะขอบใจสำหรับของขวัญที่ดูแล้วคงถูกใจแน่ๆสักหน่อย ถ้าเดาไม่ผิดป่านนี้คงจะนั่งดื่มโปรตีนชงที่ถูกเขาบังคับให้ดื่มทุกวันอยู่ที่ระเบียงแน่ๆ

“สวัสดีครับ”

“ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคุณชอง”

“ได้รับหมดแล้วเหรอ?”

“เธอส่งมากี่อย่างล่ะ”

“ก็มีกาแฟ...วิตตอง....มัลเบอร์รี......แล้วก็...”

“ฉันเห็นอีกอย่างแล้วล่ะ...แบบว่า สีส้มๆใช่มั๊ย?” แจจุงนิ่งไปพักหนึ่ง...ตอนนี้แสงสีส้มสาดสะท้อนในหัวจนมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกภาพภาพรถม้าสีน้ำตาลบนพื้นหลังสีส้มที่มีฤทธิ์ร้ายแรงต่อจิตใจและเงินในกระเป๋าอย่างมาก!

“ใช่ นั่นสุดท้ายแล้วล่ะ”

“ยุนโฮ...ตาฉันเห็นแต่สีส้มอ่ะ”

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” ยุนโฮไม่รู้ว่านั่นมันเป็นอาการทางจิตที่จะมีผลกระทบต่อสมองให้ผู้รับรู้เข้าใจว่ามันเกิดกับร่างกายแต่จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นกับจิตใจและความรู้สึกล้วนๆ “เดี๋ยวผมไปหาคุณที่ออฟฟิศเอามั๊ย”

“............”

“แจจุง? โอเคหรือเปล่า?”

“ฉันโอเค...วันนี้ฉันลาครึ่งวันบ่าย เธอรีบเอารถคันที่พอจะขนของขวัญของฉันได้หมดมารับฉันที่ออฟฟิศด่วน เข้าใจมั๊ย”

“ครับผม”

“แล้วเจอกัน”

เพราะนี่เป็นเวลาพักเที่ยง พนักงานจึงขวักไขว่อยู่เต็มไปหมด...และภาพท่านผอ.คิมแจจุงกับเลขาที่หอบของอยู่เต็มไม้เต็มมือและสินค้ากล่องส้มอีกห้าหกถุงไซส์ใหญ่ในมือของเจ้าตัวจึงเป็นที่ดึงดูดสายตาหลายคู่พวกนั้นได้เป็นอย่างดี


ชองยุนโฮโกนหนวดต่ออย่างใจเย็น เขายิ้มให้กับตัวเองที่ทั้งหมดเป็นไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย…นั่นแปลว่า
แผนล่อคิมแจจุงออกจากออฟฟิศ PASS~!!!!


“คาดว่าราคาของทั้งหมดคงจะเยอะมากเลยนะครับท่านผอ.”

“มันก็......อาจจะเป็นล้านน่ะเลขาอี”

“แหม ท่านพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาเลยนะครับ”

“แล้วมันไม่ธรรมดาตรงไหนเหรอ? สำหรับคนรักกันน่ะของแค่นี้ให้กันได้สบายอยู่แล้ว”

“ครับ ผมมันไม่มีแฟน คงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสบายๆแบบนี้เท่าไร”

“ใช่ ประเด็นคือคุณไม่มีแฟน...” แฟนอย่างชองยุนโฮ


xxxxxxxxxxxxxxx


แจจุงเคยเห็นภาพนี้บ่อยๆในนิตยสาร... บนป้ายโฆษณา หรือที่ไหนสักแห่ง
คู่รักจะดินเนอร์ด้วยกันที่โต๊ะอาหารสำหรับสองที่ บรรยากาศนั้นจะหรูหรา... บนโต๊ะจะปูด้วยผ้าสีขาว มีเชิงเทียนสวยๆ ไวน์ดีๆ และเพลงเพราะๆเป็นแบคกราวน์ พวกเขาจะวางผ้าเนปกินเอาไว้บนตัก กินอาหารมื้อค่ำอย่างไม่จริงจังอะไร แต่หลักใหญ่ใจความของการดินเนอร์แบบนี้ไม่ได้อยู่ที่การนั่งทานอาหารเฉยๆอยู่แล้ว

“นึกว่าจะพาฉันไปเมาหัวราน้ำที่ไหนซะอีก” แจจุงรู้ว่ายุนโฮชอบกินฟัวกราส์มาก เพราะฉะนั้นในเวลานี้ไม่แปลกเลยที่แจจุงจะหั่นเจ้าฟัวกราส์ให้พอดีคำแล้ววางลงในจานของยุนโฮจนเกือบหมด

“ผมก็อยากทำอะไรที่มันโรแมนติคบ้างสิครับ ...อ้าวแล้วทำไมคุณไม่ค่อยกินเลย”

“ไม่ล่ะ ฉันสงสารห่านเจ้าของตับพวกนี้”

“...พูดซะผมกินไม่ลงเลย แต่คุณน่าจะรักษาความโรแมนติคเอาไว้นะบู” 

แจจุงส่ายหน้า วางมีดกับส้อมลงบนจานและหยิบผ้าเนปกินขึ้นมาซับปากเล็กน้อย

“จริงๆแล้ววันนี้ก็มีอะไรที่สำคัญกว่าการกินฟัวกราส์ไม่ใช่หรอ”

“หืม? ไม่มี...”

“เธอลงทุนปิดร้านหรูๆแบบนี้ในวันเกิดฉัน...เพื่อจะกินอย่างเดียวน่ะเหรอ” แจจุงงงหนัก ก่อนหน้านี้มั่นใจแล้วแท้ๆว่าชองยุนโฮจะต้องวางแผนเซอร์ไพรส์อะไรไว้แน่ๆ แต่ตัวเองก็ความอดทนต่ำ ทนเก็บปากเก็บคำมาได้จนถึงนาทีนี้เท่านั้นเอง

“อื้ม! ผมเคยมาที่นี่กับแม่ แล้วก็รู้สึกรำคาญคนเยอะๆน่ะวันนี้เห็นว่าได้โอกาสวันเกิดคุณพอดีก็เลยปิดร้านมานั่งกับคุณแค่สองคนนี่ไง”

“อืม...ฉันเข้าใจแล้ว ฟัวกราส์อร่อยมั๊ย”

“อร่อยครับ”

“ดูหน้าเธอก็รู้คำตอบแล้วล่ะ” แขวะเล็กน้อยแล้วแจจุงก็ดื่มไวน์ที่แพงที่สุดในร้านพลางกลอกตาไปรอบ ตอนนั้นยุนโฮก็วางส้อมกับมีดและเช็ดปากแล้วเหมือนกัน

“ผมหยุดกินแล้วก็ได้”

“............” แจจุงคิดในใจว่า ... กินไปเถอะ!ไหนๆเธอก็ฆ่าห่านไปแล้วตั้งสองตัว!

“ไวน์นี่สุดยอดเลย คุณชอบมั๊ย”

“ชอบสิ...”

“ทั้งโลกมีอยู่6ขวดนะ แล้วขวดนึงก็อยู่กับเราแล้ว”

“เธอรู้อะไรมั๊ยยุนโฮ? เธอน่ะโชคดีที่สุดแล้วนะที่มาเจอฉัน..”

“ใช่ ผมก็คิดอย่างงั้น โชคดีที่สุดแล้วที่ได้เจอคุณ ไม่งั้นคุณจะต้องตกอยู่ในมือใครก็ไม่รู้ ..แค่คิดผมก็เครียดแล้ว”

“งั้นเหรอ?? แต่ที่ฉันพูดน่ะหมายถึงว่าถ้าเธอไปเจอกับผู้หญิงหรือคนอื่นๆที่ไม่ใช่ฉัน เธออาจจะโดนหลอกจนหมดตัวเลยก็ได้”

“......ผม..ไม่เข้าใจ? คุณหมายถึงยังไง?ผมโง่หรอ???”

“เธอไม่ได้โง่ แต่เธอน่ะ...จะว่ายังไงดี เวลาเธอบอกว่ารักใครเธอจะรักแล้วก็ทุ่มสุดตัว ดูอย่างวันเกิดฉันสิเธอไม่ได้ให้ของขวัญฉันแค่ชิ้นเดียว แต่เธอให้เป็นกอง! แล้วมูลค่ามันก็.....”

“คือ...ผมเลิกขอเงินแม่มาหลายปีแล้วนะบู นั่นคือกำไรจากหุ้นของผม โอเค๊??”

“ฉันไม่ได้ว่าเธอเรื่องเงินซะหน่อย” 

“ถ้างั้น ว่าต่อเลย”

“สรุปง่ายๆเลยนะ ถ้าฉันบอกเธอว่า...โอเค! ชองยุนโฮ!!ฉันต้องได้ปราด้าคอลเลคชั่นใหม่ภายในวันพรุ่งนี้ เธอก็จะพยายามหามาให้เพราะเธอเชื่อว่าฉันรักเธอ และเธอก็รักฉัน มันเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะให้ของพวกนี้...แต่ถ้ากลับกันล่ะ? ถ้าฉันหลอกเงินเธอ อยู่กับเธอเพราะเธอรวยล่ะ? เธอจะแย่เอานะยุนโฮ” 

“...กลัวผมจะทำกับคนอื่นแบบนี้ล่ะสิ” ยุนโฮอยากจะลุกขึ้นแล้วโห่ร้องดังๆให้มันรู้กันไป แจจุงอายุมากกว่าเขาหลายปี เป็นผู้ใหญ่มากและวางฟอร์มจัดตลอดเลยจริงๆ

“........”

“ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้นะบู” ยุนโฮยื่นมือมาวางบนโต๊ะแล้วกระดิกนิ้ว-ส่งสายตาขอมือของแจจุงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “กลับกันคือผมรักคนยากด้วยซ้ำ....คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นแล้วจะพูดทำไมกันล่ะ”

“เดี๋ยวนี้เธอโง่จะตาย”

“นั่นแน่ะ!!หน้าแดงแล้ว”

“โอเค...ฉันแค่รู้สึกว่าฉันแก่ขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆน่ะ ในขณะที่เธอยังไม่ยี่สิบห้าด้วยซ้ำ...มันก็เลย.....นั่นแหละ”

“คิดได้อย่างงี้แสดงว่าแก่แล้วจริงๆน่ะสิ” สุดหล่อบีบมือแจจุง เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง “มันอาจจะน่าเบื่อ...แต่ฟังผมหน่อยเถอะนะ ผมรักคุณ ยังไงก็รักคุณ”

“อืม”

“ตอนเด็กๆผมไม่อยากให้ถึงวันเกิดตัวเองเลย เพราะเราจะมีงานเลี้ยงที่บ้าน ทุกคนจะเข้ามาหาผม มาอวยพรด้วยคำพูดเดิมๆเหมือนลอกกันมา แล้วสุดท้ายก็จะแข่งกันให้ของขวัญที่ดีพอที่จะเอามันมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการที่จะเข้ามาทำธุรกิจกับครอบครัวผมได้...มันน่ารำคาญมาก แม่นมก็เลยมาหลอกผมว่า ในวันเกิดเราควรจะขอพรตามอายุของเรา นั่นแปลว่ายิ่งโตเราก็จะยิ่งขอพรได้มากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับวันเกิดขึ้นมา”

แจจุงตั้งใจฟังมาก มีไม่กี่ครั้งที่ยุนโฮจะเล่าเรื่องสมัยเด็กให้ฟัง คุณชายยุนโฮของตระกูลจองผู้มั่งคั่งกับธุรกิจสายการบินคนนี้ก็มีความทรงจำแย่ๆกับเขาเหมือนกันนี่นา

“วันเกิดปีที่23ของผม”

“ใช่ปีที่เราเจอกันมั๊ย”

“อืม...ผมกลับมาอธิษฐานตามอายุก็ปีนั้นแหละ”

“.............”

“ตอนแรกก็ทำเล่นๆตามประสาคนไม่มีอะไรทำ แล้วผมก็เลิกขอพรทั้งที่เพิ่งได้22ข้อเนื่องจากผมคิดข้อสุดท้ายไม่ออกแล้ว....แต่ในที่สุดก็คิดได้ แล้วมันก็เป็นจริงซะด้วย”

“เธอขออะไร”

“ขอให้คุณดื่มGin&Tonicของผม...แก้วไหนสักแก้ว ขอให้คุณดื่ม”

“แล้วฉันก็ดื่ม”

“ผมเชื่อว่าพรในหลายๆข้อที่เราขอไป มันจะต้องมีข้อที่เป็นจริงบ้าง อย่างน้อยแค่ข้อนึงหรือสองข้อมันก็คุ้มแล้ว ว่ามั๊ย …ดังนั้นคุณลองขอพร32ข้อสำหรับปีนี้ดู แค่ได้ขอก็มีความสุขแล้วนะ ลองสิ”

“แบบนี้ยิ่งแก่เราไม่ยิ่งปวดหัวกับการขอพรแย่เหรอ สมมุติว่าอายุ70ล่ะ ถ้าเธอเป็นคุณปู่ชองแล้วเธอจะต้องขอพรถึง70ข้อเลยนะ” แจจุงถามด้วยความสงสัยจริงๆ เขาว่าเรื่องนี้มันเด็กมาก...เด็กเกินกว่าที่คนอย่างยุนโฮจะเชื่อ

“ไม่เห็นยากเลย”

“............”

“ก็แค่ขอให้คุณปู่แจจุงรักผมจนกว่าเราจะตายจากกันไป ขอพรนี้70ครั้งก็เท่ากับ70ข้อแล้ว”

“เรา...จะอยู่กันจนเป็นคุณปู่เลยเหรอ? แบบว่า....เราจะแก่ลงทุกวันๆ ไม่มีหลานๆให้อุ้มเล่น เราคงมีเซ็กส์กันไม่ไหว ฉันว่ามันคงเป็นชีวิตที่เหงามากเลยล่ะ”

“เราก็ไม่ต้องทำอะไร คุณอาจจะดูข่าวเศรษฐกิจไปแล้วก็วิจารณ์รัฐบาลไป ...ผมอาจจะไปตกปลาบ้างในวันหยุด แอบคุณซื้อหนังสือโป๊มานั่งดูสาวๆบ้าง ก็แค่อยู่ไปน่ะแจจุง...แค่อยู่กันไปวันๆ อยู่ด้วยกัน...แค่นั้นก็น่าจะพอ” 

ยุนโฮเป็นคนโรแมนติคมาก และแจจุงขอถอนคำพูดและความรู้สึกผิดหวังที่ยุนโฮไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรที่บอกไปก่อนหน้านี้ เขาน่ารักมาก... เหมือนกับวันแรกๆที่ได้รู้จักกัน ถ้าเป็นไปได้แจจุงก็อยากจะนั่งดูข่าวเศรษฐกิจไปแล้วก็วิจารณ์รัฐบาลไป จับผิดยุนโฮวัย70กับหนังสือโป๊ของเขาบ้าง อยากจะอยู่ให้ถึงวันนั้นบ้างจริงๆ
หรืออันที่จริงแค่จะอยากอยู่ไปวันๆ อยู่ด้วยกันกับยุนโฮแค่นั้นกันแน่ก็ไม่รู้สิ...

“มันคืออนาคตอันไกลเลย แต่คิดแล้วก็น่าสนุกดีใช่มั๊ยล่ะแจจุง”

“อื้ม...สนุกดี ตลกดีด้วย” เสียงแจจุงสั่นเครือ มีบางสิ่งบางอย่างเต็มตื้นอยู่ในหัวใจ...อัดแน่นจนเกือบจะร้องไห้ออกมาเลยด้วยซ้ำ

“ผมมีของจะให้ล่ะ” ยุนโฮพูดแล้วก็ปล่อยมือแจจุงออกมาหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท “ผมเดินผ่านร้านตอนที่กำลังไปเลือกแอร์เมสให้คุณ....ผมเห็นว่ามันน่ารักแล้วก็เหมาะกับคุณดี ราคาก็ไม่แพงเท่าไรด้วย” 

สร้อยข้อมือเชือกสีดำคล้องแหวนสีทองอยู่ในมือของยุนโฮ ถึงจะบอกว่าไม่ใช่ของแพงอะไรนักแต่ราคาของมันก็สูงกว่าสร้อยข้อมือเรียบๆที่เห็นอยู่ทั่วไปแน่นอน

“ขอใส่มือซ้ายดีกว่า เพราะคุณใส่นาฬิกามือขวา” เขาใส่สร้อยข้อมือที่ตั้งใจเลือกให้แจจุงอย่างพิถีพิถัน ขยับโน่นนี่จนพอใจแล้วก็ถกแขนเสื้อสูทสีดำของตัวเองให้เห็นสร้อยข้อมือแบบเดียวกันบนข้อมือขวาของตัวเองบ้าง “ใส่ติดตัวเอาไว้นะครับ”

“ตกลงว่าในที่สุดก็มีเซอร์ไพรส์สินะ” 

ฟังแล้วยุนโฮก็หัวเราะออกมา จริงๆเขาไม่ได้ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์อะไรแต่สำหรับแจจุงที่ไม่หวังอะไรกับดินเนอร์นี้แล้วนี่คงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ไปแล้ว

“ผมขอโทษที่มันไม่ใช่แหวนเพชรหรือการขอแต่งงานนะ...คุณคงไม่ได้ผิดหวังใช่มั๊ย”

“ไม่หรอก ฉันจำได้ว่าเราแต่งงานกันไปแล้ว”

“อ๋อ...บ้านเราเป็นของขวัญแต่งงานนี่”

“อื้ม ขอบคุณมากนะสำหรับของขวัญอีกชิ้น ส่วนวันเกิดปีนี้ฉันจะพยายามขอพรให้ครบ32ข้อ และอย่างน้อยก็มีข้อนึงล่ะที่เป็นจริงแล้ว”

“ข้อไหนเหรอ”

“ขอให้เรา รักกันมากๆ”

“เป็นจริงอยู่แล้วด้วย” ยุนโฮจูบที่หลังมือของแจจุงเป็นการแสดงความรักและยืนยันคำพูดในขณะเดียวกัน

“ขอบคุณนะยุนโฮ” 

“ผมน่ะทำอะไรหวังสิ่งตอบแทนเสมอ ยิ่งกับคุณนะผมมีจุดประสงค์ตลอดแหละ....”

“ก็ต้องเป็นเรื่องอย่างว่าแน่ๆ”

“กลับบ้านกันเถอะ...ผมอยากจะอาบน้ำกับคุณ แล้วก็มานอนกอดกันสักทีไหนๆพรุ่งนี้คุณก็ลางานเต็มวันแล้ว...โอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้บ่อยๆซะด้วย” 

“กลับก็กลับสิ”




TBC




2 comments:

  1. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ลงไปนอนตายกับความน่ารักในพาร์ทนี้ >///////////////////////<

    ReplyDelete
  2. โอ้ยยยยย เกินไปอ่ะ เกินไป >////////<
    อิจฉาคิมแจจุงเกินไปแล้ววววว !!!!
    จะหาแฟนดีๆที่ไหนได้แบบนี้มั่งงเนี่ยยยยย ?
    ไม่มีแล้วแหละ ใครที่รักได้ขนาดนี้อะ !
    คิมแจจุง คนที่โชคดีที่สุดในโลก
    เพราะมีชองยุนโฮ >O<

    จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็แอบอิงความจริงนิดนึงนะ 55555 XD

    ReplyDelete