December 17, 2011

[FIC] Their room [YUNHOxJAEJUNG] [08-END]

user posted image

Title: Their room
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC EROTIC 
Part: 08/08

Theme song : อยากให้ฟังนะ>< 
http://youtu.be/ADmCFmYLns4 {MAROON5 - Never Gonna Leave This Bed}
http://youtu.be/t5Sd5c4o9UM {Katy Perry ft.Kanye West - E.T.}



ปลายเล็บแดงชี้ชวนให้มองทะลุกระจกใสออกไป ตรงนั้นมีลัมโบกินีสีเงินคันหนึ่งกำลังชะลอตัวจนจอดนิ่งในที่สุด รอยยิ้มปรากฏบอกว่าซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่มิดจริงๆ

“โน่นไง...คนที่ขับลัมโบกินีคันนั้นมาน่ะ ..เด็กท่านผอ.คิมลูกชายท่านประธานล่ะ!” 

“จริงหรอ? เห็นเขาว่าหล่อกันนักหนา มันจริงใช่มั๊ย?” ริมฝีปากสีพีชเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วก็ยังไม่วายส่งสายตาสอดรู้อย่างไม่ควรตามฐานะออกไปด้วย

“ยิ่งกว่าหล่ออีก!!!! เขาเป็นเจ้าของสายการบินYHเชียวนะยะ! หล่อ...คูลมาก~ นี่ถ้าฉันเจอเขาก่อนผอ.นะ ฉันคงเป็นคุณนายชองไปไปแล้วล่ะ!!” เจ้าของริมฝีปากเคลือบลิปสติก coco shine เบอร์63ของ chanel ที่ตัดใจซื้อมาเพราะความหลงใหลขยับมากเกินความจำเป็นยามที่พูด จะอะไรหล่อนก็ไม่สน...รู้แค่ว่าหล่อนมั่นใจว่าทั้งแผนกพีอาร์น่ะ หล่อนสวยที่สุด!!!

พนักงานสาวประจำเคาท์เตอร์พีอาร์กระซิบกระซาบกันอย่างนั้นตอนที่เห็นลัมโบกินีคันโปรดของยุนโฮจอดที่หน้าตึก ในระยะที่สายตาของพวกหล่อนมองเห็นอย่างชัดเจน ...อันที่จริงก็เป็นเวลาเมาท์ให้พนักงานน้องใหม่ได้รู้เรื่อง พูดทีไรก็ยิ่งสนุกปากจริงๆเลยไอ้เรื่องรักๆใคร่ๆของท่านผอ.ผู้อื้อฉาวน่ะ
แต่กำลังเมาท์กันสนุกสนานก็มีอันต้องเกือบหยุดหายใจ เมื่อชายหนุ่มที่เพิ่งจะก้าวลงจากรถคันหรูคนนั้นเดินตรงดิ่งเข้ามาหา

“ขอโทษนะครับ...ผมอยากทราบว่าผมจะเชคได้มั๊ยว่าผอ.คิมว่างอยู่หรือเปล่า พอดีว่าผมติดต่อทั้งเขาแล้วก็เลขาของเขาไม่ได้เลย” 

วันนี้ยุนโฮใส่แว่นกันแดดราคาสบายๆ แน่นอนว่าเขาไม่ค่อยหยิบมาใส่เท่าไหร่...ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่แพงหรอก แต่แจจุงหอบมันข้ามทวีปมาจากอเมริกา บอกว่าเห็นแล้วสะดุดตาก็เลยซื้อมาฝาก เขาที่นั่งรอของฝากอยู่ตั้งเจ็ดวันเต็มถึงกับต้องยิ้มค้างตอนที่รับมันมา ก็แหงล่ะ...นี่มันคุณผอ.แจจุง เขามักจะมีมุมมองและความคิดที่ใครคาดไม่ถึงอยู่บ่อยๆ

“อ..เอ่อ....สักครู่นะคะ” เจ้าหล่อนที่ทาปากแดงตอบเสียงตะกุกตะกักแต่ก็ไม่ลืมที่จะสะกิดให้เพื่อนร่วมงานอีกคนกลับสู่โลกความเป็นจริงหลังจากที่เคลิ้มไปแล้วตั้งแต่ได้เห็นหน้าและได้ยินเสียง ‘เด็กของผอ.คิม’ เธอเผลอจ้องจนแลดูเสียมารยาทไม่น้อย

ระหว่างรอให้พนักงานสาวต่อสายขึ้นไป ยุนโฮหาอะไรทำได้เรื่อยๆอย่างเช่นพยายามส่งข้อความฉบับที่สิบเข้าเบอร์ของแจจุงที่ติดต่อไม่ได้มาสองชั่วโมงแล้ว

‘แอบหนีไปไหนหรือเปล่าเนี่ย??’

“ท่านผอ.ประชุมฝ่ายขายอยู่ค่ะ”

“แต่ว่า สองชั่วโมงแล้วนะครับ”

“เรากำหนดเวลาไม่ได้จริงๆค่ะ โดยเฉพาะเวลามีวาระสำคัญ ท่านผอ.คิมไม่เคยเลิกประชุมเร็วค่ะ” 

ชายหนุ่มพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจ 

“เอ่อ...รบกวนทิ้งโน้ตไว้ให้เขาทีได้มั๊ยครับว่าผมมาหา แล้วถ้าเลิกประชุมแล้วให้โทรหาผมด่วนเลย คุณรู้จักผมใช่มั๊ย? ผมชองยุนโฮ....รบกวนทีนะครับ” สาวพีอาร์ทั้งสองแทบจะละลายอยู่ตรงนั้น..ยุนโฮบอกว่า ‘รบกวนทีนะครับ’ พร้อมกับรอยยิ้มสว่างไสว ไม่แน่ว่าผู้หญิงสองคนนี้อาจมีภูมิต้านทานต่ำเกินไปก็ได้

“ได้ค่ะ...เดี๋ยวดิฉันจะจัดการให้นะคะ” เจ้าหล่อนแทบจะแย่งกันตอบ พอดีมีนางหนึ่งเหลือบเห็นนาฬิกาบอกเวลาว่าใกล้ถึงช่วงพักเที่ยงเต็มที “ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะเลิกประชุมกันตอนพักเที่ยงก็ได้นะคะ คุณ...ชอง....?”

“ยุนโฮครับ”

“ค่ะ เชิญนั่งรอท่านผอ.ก่อนก็ได้นะคะคุณชองยุนโฮ”

หล่อนผายมือไปยังล็อบบี้ที่มีทั้งชายหญิงแต่งตัวดูดีท่าทางดูดีนั่งอยู่ ....แต่ไม่เอาดีกว่า

“อา...งั้นผมไปรอที่รถดีกว่า ยังไงท่านผอ.ก็คงจะโทรหาผมก่อน” บอกเท่านั้นเขาก็หันหลังกลับไปทางเดิมที่เขามารถหรูของเขาจอดอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ชายหนุ่มที่ใส่เสื้อยืดสีขาวกับยีนส์ แจคเกตหนังและสนีคเกอร์แบบไฮ-ท็อปเดินกลับไปที่รถ เหมือนเดิม...เขาทำตัวเหมือนนักศึกษากับรถคันแรกอีกแล้ว 

นอกจากจะยืนเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างดูดีแล้ววันนี้ยังเสริมคาแรคเตอร์ความมีรสนิยมเข้าอีกด้วยหูฟังยี่ห้อดังรุ่นลิมิเต็ด เสียงเพลงดังฝั่งตะวันตกและเบสหนักๆดังสะเทือนหู ดูราวกับว่าเขาอยู่คนเดียว ณ ที่ตรงนั้น


‘พีอาร์บริษัทคุณจะตายเพราะผมอยู่แล้ว...เห็นข้อความแล้วรีบลงมาเถอะนะ’


ส่งไปอีกข้อความติดๆกัน....ไม่น่าเชื่อว่าไม่กี่วินาทีต่อมาแจจุงโทรกลับมาในที่สุด 

“มีเรื่องอะไรด่วนเหรอยุนโฮ!?” ปลายสายกลัวว่าจะเป็นเหมือนวันที่เขาป่วยแน่ๆ

“ก็แค่คิดถึง...”

“.....คิด ...ถึง?”
“อาฮะ! แบบว่านั่งเล่นเกมอยู่ดีๆก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมา แบบไม่มีเหตุผลเลยบู...คุณเคยเป็นมั๊ย?”

“นี่เป็นเรื่องด่วนที่ทำให้เธอบ้าคลั่งส่งข้อความหาฉันทั้งหมด12ฉบับ ทิ้งโน้ตไว้ให้ฉัน และโทรกระหน่ำเบอร์ฉันอีกเป็นสิบ...นี่สินะ?” แจจุงจะตอบสั้นๆก็ได้ว่า ‘เคยสิ! บ่อยเชียวล่ะ’ ก็ได้..แต่ก็ไม่ดีกว่า เดี๋ยวยุนโฮจะยิ่งได้ใจ

“ก็ทำไมถึงติดต่อไม่ได้เลยล่ะ ผมเป็นห่วงจะแย่ ”

“ฉันประชุมอยู่ไง ยัยพวกนั้นไม่ได้บอกเธอเหรอ?”

“แสดงว่านี่ประชุมเสร็จแล้วใช่มั๊ยครับ มาเลย...คุณรีบลงมาหาผมเดี๋ยวนี้ ผมจะพาไปกินข้าวเดี๋ยวคุณเป็นลมเป็นแล้งไปอีก”

“นี่เธอสั่งฉันเหรอ”

“เขาบอกว่าเวลามีคนชวนไปกินข้าวเนี่ยแปลว่าเขาเป็นห่วงคุณนะ” 

พูดขนาดนี้แจจุงก็ไม่อิดออด ผอ.คิมที่ดุแสนดุจนลูกน้องเงียบกริบพูดไม่เป็นในห้องประชุมคนเมื่อกี้หายไปและแทนที่ด้วยแจจุงแสนใจดี มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างน่ารัก เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้วแต่ก็วางทิ้งไว้เหมือนเดิม...มั่นใจว่ายุนโฮจะต้องยืนเก๊กอยู่กับรถข้างล่างแน่ๆ

“กำลังลงลิฟท์แล้วนะ”

“ผมใส่แจคเก็ตตัวที่คุณหวงมานะ”

“ขอบใจ!” 

ยุนโฮหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนที่จะกดวางสาย ถึงแจจุงจะสะบัดเสียงใส่ในคำว่าขอบใจเมื่อกี้แต่เขาก็มั่นใจว่าเจ้าตัวกำลังมีความสุขเหมือนเขาแน่ๆ
ไม่นานแจจุงเดินมาหาเขาที่รถ ทั้งที่เขากางแขนพร้อมจะกอดแต่ก็ทำเมินกันหน้าตาเฉย

“ไฮ~ แว่นสวยนี่”

“ก็คนสวยเลือกมาให้ทั้งทีนี่ครับ”

“มันเสี่ยวมาก” แจจุงบอกอะไรแบบนั้นทั้งๆที่หน้ายังยิ้มอยู่ และก็ไม่สนใจอะไรถึงแม้ว่ายุนโฮจะยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าก็ตาม “ช่างเป็นคำยอที่ไม่มีรสนิยมเอาซะเลย” 
โลกนี้ก็มีแต่แจจุงนี่แหละที่กล้าพูดอะไรตรงๆใส่คุณชายยุนโฮ 

..


“นี่...งอนเหรอ? ตั้งแต่ในรถแล้วนะ”

“เปล่าครับ”

“ยุนโฮ...อีกไม่กี่ชั่วโมงเธอจะอายุ25แล้วนะ เพราะงั้นเลิกทำตัวเป็นเด็กๆซะทีเถอะ”

“ไม่ว่าผมจะอายุเท่าไหร่ เกิดวันไหน อะไรยังไงคุณก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจอยู่แล้ว...เฮ้อ อย่างว่าล่ะนะบู ผมมันเป็นคนมีชีวิตจิตใจไม่เหมือนเอกสารพิมพ์หมึกอิงค์เจ็ทกองโตๆบนโต๊ะคุณหรอก”

แจจุงอยากจะหัวเราะให้ดังๆเลยแต่ก็พอเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เวลาที่สมควรก็ต้องกระแอมทำตัวให้เป็นปกติแล้วเดินหน้าคุยกับคนตัวใหญ่ขี้งอนต่อ

“อายุ25แล้วนะ”

“ขยับขึ้นไปอีกปีนึงก็ยังเด็กกว่าคุณตั้งเจ็ดปีเหมือนเดิม”

“อายุมันไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับเราอยู่แล้ว~” แจจุงว่าอย่างอารมณ์ดีแล้วก็ไล่เปิดเมนูอาหารญี่ปุ่นในมือพลางสอดสายตามองอาหารแต่ละอย่างไปด้วย “เธอสั่งเถอะ...ฉันเอาแซลมอนกับเบียร์” 

“แค่นั้น??”

“พอดียังไม่ค่อยหิวน่ะ”

สุดท้ายแล้วยุนโฮก็สั่งปลาดิบชุดใหญ่ กับเทมปุระและของเคียงอีกสองสามอย่างมา สำหรับคนหนุ่มวัยทำงานมันแน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาเลือกเบียร์มากกว่าชาเขียวร้อน

“ทำไมคุณต้องดื้อออกมาทำงานด้วย” 

“ก็มันทำได้แล้วนี่” 

“แต่เมื่อวันก่อนคุณยังเป็นลมอยู่ในลิฟท์อยู่เลยนะบู...แล้วก็คงจะตายไปแล้วด้วยถ้าไม่มีคนไปเจอเข้า” 

“เห็นได้ชัดว่าฉันยังไม่ตาย”

“แจจุง...นี่ผมพูดเพราะเป็นห่วงคุณนะ”

“ฉันเข้าใจ” เพราะอยากให้อีกฝ่ายเย็นลงจริงๆแจจุงถึงได้จับมือยุนโฮเอาไว้ “แต่ตอนนี้ฉันสบายดีแล้ว..มันก็แค่ความดันต่ำน่ะยุนโฮ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกแล้วถ้าขืนนอนต่ออีกวันนึงงานฉันคงพังหมดแน่ๆ ขนาดวันนี้ยังต้องเรียกประชุมด่วนเลย” 

ยุนโฮถอนหายใจ...ไม่ว่ายังไงวันนี้ก็คงเถียงเอาชนะแจจุงไม่ได้ 
แจจุงไม่เข้าใจหรอกเพราะไม่ได้เห็นภาพตัวเองนอนกองอยู่กับกระเป๋าเอกสารในลิฟท์เหมือนที่ยุนโฮเห็น เช้านี้เจ้าตัวยังตื่นตีห้าและขับรถไปออฟฟิศอย่างกับเป็นช่วงเวลาปกติ ก็ถูกที่ตอนนี้สีหน้าและท่าทางยังดูแข็งแรงเหมือนปกติแต่ไม่ว่ายังไงก็อดห่วงไม่ได้

“ไม่ต้องห่วง..ถ้าฉันไม่ไหวยังไงก็จะบอกเอง ฉันน่ะไม่โกหกเธอหรอกนะยุนโฮ”

“ไม่ไหวก็จะบอกเหรอ? แล้วไอ้ตอนที่อยู่ในลิฟท์นั่นบูได้มีโอกาสบอกผมหรือเปล่าว่าจะเป็นลมหมดสติไปน่ะ”

“ยุนโฮ...”

“ผมก็แค่พูดเฉยๆ คุณจะเข้าใจผมหรือเปล่ามันก็อีกเรื่องนึง ...กินต่อเถอะ”

ยุนโฮหน้าบูด...อันที่จริงเขาไม่กล้าจะโกรธแจจุงด้วยซ้ำแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันควบคุมไม่ได้เลย อยากจะทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้ามันคลายตัวเป็นปกติก็รู้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่รู้ว่าตอนนี้แจจุงมองอยู่หรือเปล่า ถ้ามอง...จะมองด้วยสายตาแบบไหน จะคิดอะไรอยู่ ?
และความอยากรู้ก็รุนแรง......เขาเหลือบตามองคนฝั่งตรงข้าม 


เยี่ยมไปเลย........

....แจจุงถูกใจแซลมอนมาก....



xxxxxxxxxxxxxxxxx




“ฮงดาน่า!!!” 

บรรณาธิการบริหารไฟแรงถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ดังกว่าปกติอยู่ใกล้ๆทั้งที่ยังไม่มีเสียงเคาะประตูด้วยซ้ำ และเพราะเป็นอย่างนั้นทำให้เธอสบถออกมาเสียงเรียบๆเพราะคำอุทานถูกกลืนหายไปแล้ว

“what the f……”

“ฉันอยากคุยกับเธอ!”

“นายน่าจะเคาะประตูก่อนนะแจจุง”

“ไม่เคยรู้เลยว่าฉันต้องเคาะประตูเข้าห้องเธอด้วย”

ดาน่ายิ้มแห้งๆ ท้ายที่สุดเธอตัดสินใจวางปากกา และดันต้นฉบับที่ต้องปิดพรุ่งนี้ทั้งกองไปข้างหน้าเพื่อมารับฟังปัญหาโลกแตกจากเพื่อนรักก่อน

“คราวนี้มีเรื่องอะไร? ยุนโฮโกรธ ยุนโฮป่วย หรือยุนโฮเซ็กส์เสื่อม?”

“ดาน่า....มันซีเรียสกว่านั้นเยอะ”

“งั้นก็คงเป็นยุนโฮตายแล้วสินะ” ตลกฝืดของดาน่ามักจะออกมาในตอนที่พยายามจะข่มอารมณ์เท่านั้น

“โธ่...เพื่อน! ฉันขอโทษที่บุกเข้ามาในห้องเธอตอนที่เธอทำเอ่อ....แบบ....กระดาษพวกนี้......”

“ต้นฉบับจ้ะแจจุง...มันคือต้นฉบับที่ต้องปิดพรุ่งนี้ตอนสิบเอ็ดโมง” 

“ตั้งสิบเอ็ดโมง! คุยได้สิ!!” 

“แล้วฉันบอกหรือยังว่าไม่ได้ มีอะไรก็รีบพูดมาเลย!! ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวเอาส้นสูงมาเจาะหัวนาย!!!!”

“เมื่อวันก่อนฉันเป็นลมอยู่ในลิฟท์” แจจุงบอกเสียงเรียบ ขนาดตัวเองยังไม่รู้เลยว่าสำหรับคนฟังอย่างดาน่าแล้วมันเป็นเรื่องน่าตกใจมาก... 
หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก เธอเป็นห่วงเพื่อนรักมากเลยทีเดียว

“...พระเจ้าช่วย....มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“เพราะโรคความดันต่ำ แล้วฉันก็นอนพักอยู่ในห้องตั้งหนึ่งวันเต็ม พอเช้านี้ฉันมาทำงาน ยุนโฮก็ทำท่าไม่พอใจ...ดูเหมือนจะโกรธเลยด้วย!”

“แล้วเขาโกรธนายมั๊ย?”

“ก็ดูปกติ...แต่มันไม่ปกติน่ะ” เอาเข้าไป...ดาน่าว่าแจจุงควรจะได้พักยาวๆสักทีแล้วล่ะถ้าขืนพูดไม่รู้เรื่องขนาดนี้ “จะพูดยังไงดี เขาดูน้อยใจ...หน้าหน้าหงอยๆ แต่ก็ยังเทคแคร์กันดีเหมือนเดิม”

“เขาเป็นห่วงล่ะมั๊ง”

“ใช่ เขาบอกว่าเขาเป็นห่วง”

“แล้ว....ที่มาวันนี้ต้องการอะไรจากฉันเหรอ” ให้ตายสิ! เพราะวันนี้เป็นวันโลกแตกใช่มั๊ยเธอถึงต้องมาร่วมรับรู้ปัญหาโลกแตกกับแจจุงด้วย!!? แค่ต้นฉบับก็หัวจะระเบิดอยู่แล้วยังต้องมาฟังเรื่องของพ่อแง่แม่งอนบ้านนี้อีก นี่ฉันโสดนะมีใครเข้าใจบ้าง!!!? “คำปลอบใจ คำแนะนำ หรืออยากให้ฉันเข้าข้างนาย ...เลือกมาเลย ฉันให้ได้ทุกอย่าง”

“ช่วยบอกหน่อยว่าเขามีสิทธิ์โกรธฉันมั๊ย”

“มี...”

“ได้ไง!?”

“ก็นายไม่เข้าใจเขานี่! เวลายุนโฮเขาทำอะไรให้นายน่ะ มันมาจากใจทั้งนั้นแหละ บางทีนายก็อีโก้ไงเพื่อน !นายเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป...บางทีนายน่าจะเข้าใจแล้วก็สนใจคำพูดและความรู้สึกของเขาบ้าง”

“จริงเหรอ?”

“ขนาดแลปตอนมัธยมที่เราผ่ากบด้วยกันเธอยังโซโล่จนผิดขั้นตอน ฉันห้ามก็ไม่ฟัง สุดท้ายเราดันเป็นคู่ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดซึ่งมันเกิดจากความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินไปของนาย และมันนำมาสู่ความผิดพลาดทั้งหลายที่มากกว่านั้นได้ในชีวิตจริง"

“หา?”

“อืม สมมุติว่าความรู้สึกของยุนโฮคือกบที่ถูกตรึงหงายท้องไว้บนถาดพาราฟิน”

“อาฮะ”

“และยุนโฮก็คือฉัน...คนที่จับฉลากได้ทำแลปกับนาย...สุดท้าย นายก็คือนาย ที่พอเห็นกบก็ตื่นเต้นจนจัดการชำแหละมันโดยไม่ฟังที่ครูพูด จนสุดท้ายกบตัวๆที่เห็นตอนแรกมันก็.....เละ!”

“สาบานเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เปรียบเทียบอะไรได้ชวนอ้วกมากจริงๆ”

“ฉันแค่จะบอกว่า ถ้านายไม่ฟังเขาแล้วก็ลุยเดี่ยวกับชีวิตตัวเองทั้งๆที่ตกลงปลงใจคบกันแล้วล่ะก็...มันไม่เวิร์คหรอกนะ เหตุการณ์นี้น่ะนายต้องเข้าใจยุนโฮบ้าง..ok...ฉัน เขาหรือแม้แต่ทั้งจักรวาลนี้รู้ว่านายเก่งจะแย่แต่ก็ต้องฟังเขาบ้าง ต่อให้อายุมากกว่าตั้งหลายปีก็เถอะอย่างน้อยก็เคารพเขาบ้างในฐานะ.......”

“ฐานะ?”

“......สามี”

“นี่ๆๆ พูดมากไปแล้ว! ฉันกับยุนโฮเราเป็นผู้ชายเหมือนกันนะ” 

“อย่ามาพูดไปหน่อยเลยย่ะ!! ทีเมากันครั้งล่าสุดนายยังโทรหายุนโฮแล้วก็พูดว่า ‘คุณสามี~~มารับหน่อยสิ’ อยู่เลย!”

“...ฉันน่ะนะ?”

“ใช่สินะ ฉันไม่แซวตั้งแต่แรกเพราะกลัวจะเขินหรอกนะจะบอกให้”

“................”

“นั่นแหละ ก็ตามนั้น...จะฟังหรือไม่ฟังก็ได้นะ”

“ดาน่า...”

“รีบกลับไปเตรียมตัวฉลองวันเกิดกับพ่อหนุ่มของนายเถอะ...ต้องขอโทษด้วยที่คืนนี้ฉันอาจจะยุ่งจนไปไม่ได้แต่ว่า...” สาวสวยหยุดพูดไป แล้วก็ก้มลงไปใต้โต๊ะเพื่อหยิบบางอย่างออกมา “ฝากให้เขาด้วย”

“กล่องเล็กไปหรือเปล่า?” แจจุงประชด นี่มันทั้งใหญ่และหนักมากเลยด้วยซ้ำ คันไม้คันมืออยากจะแกะของขวัญของคนอื่นจะแย่ แต่ก็ยั้งเอาไว้ “เธอรักเขาจริงๆนะเนี่ย”

“ก็ใช่น่ะสิ!!!”

“ในนี้มีอะไรเหรอ ถามจริงๆ”

“ครีมแล้วก็ชุดครีมโกนหนวด...มีอาฟเตอร์เชฟ... ผู้ชายเขาเรียกว่าอะไรฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ตั้งใจซื้อมาให้นายทั้งสองคนนั่นแหละ”

“งั้นฉันก็แกะก่อนได้สิ!!”

“โนๆๆ ไม่ได้เด็ดขาดเลยที่รัก!”

“............”

“ไป! กลับบ้านแล้วรีบไปอาบน้ำแต่งตัวฉลองวันเกิดกันได้แล้ว ไป๊!!!”

ก่อนจะออกมาแจจุงย้ำกับดาน่าด้วยว่าถ้าปลีกตัวมาฉลองวันเกิดยุนโฮได้ก็อย่าพลาด! แล้วก็แถมด้วยการหอมแก้มเป็นการลาไม่แปลกเลยที่จะรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมของดาน่าไม่น่ารังเกียจเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆก็เพราะประการแรกคือดาน่าไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ และประการที่สองคือแจจุงก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าดาน่าเป็นผู้หญิงจริงๆ…


xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx



นี่คือวันเกิดครบรอบ25ปีของชายผู้โด่งดังที่สุดในแวดวงคนมีอันจะกินทั้งหลายแน่นอนว่ามันจะต้องไม่ธรรมดา ลูกเศรษฐีหน้าตาดีอย่างยุนโฮใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของผับไฮโซจัดงานวันเกิดของตัวเอง แน่นอนว่ามันจะถูกจับจ้องโดยนักเที่ยวคนอื่นอยู่แล้วแต่ก็เท่านั้นเพราะคนที่สามารถจะมาสนุกกับวันเกิดของหนุ่มหล่อคนนี้ได้จะมีแค่คนที่ได้รับเชิญเท่านั้น 

แหงล่ะว่ามากันแทบทุกคน... วันเกิดของยุนโฮทั้งที จะว่าไปมันก็เหมือนวันเดียวของปีที่จะสามารถตีสนิทและหาผลประโยชน์จากทายาทพันล้านผู้นี้ได้ ยุนโฮยังถูกเป็นเหยื่อในการทำธุรกิจของบริษัทเล็กๆน้อยๆที่คิดจะลงทุนทางลัดตั้งแต่เล็กจนโต ทุกๆปีจะมีการจัดงานวันเกิดของเขา...25ปีก็เท่ากับ25งานวันเกิด แต่การคิดหวังผลจากชายหนุ่มคนนี้มีมากกว่าร้อยครั้ง ใช่ว่ายุนโฮจะไม่รู้ตัว..เขารู้ดีว่ามนุษย์บางประเภทเห็นเขาเป็นอะไร แต่เขาก็ไม่สนใจ... 
เห็นอย่างนี้ยุนโฮดูคนเป็น...เขาสามารถมองเห็นได้ในครั้งเดียวเลยว่าใครเข้ามาหาเขาเพื่ออะไร นอกจากเขาจะเป็นลูกเศรษฐีโง่เง่าไร้สมองในสายตาคนไร้สมองจริงๆพวกนั้นแล้ว อันที่จริงเขาเป็นนักเลง มีครั้งหนึ่งที่มาเฟียเจ้าถิ่นในฮ่องกงต้องก้มหัวให้เขาเมื่อโดนเขาอัดจนน่วม หากในขณะนี้ถ้าเขาได้เหยียบฮ่องกง มาเก๊า หรือแม้กระทั่งพื้นที่บางส่วนของแถบคันโตในญี่ปุ่นชื่อและฝีมือของชองยุนโฮก็จะเป็นที่ยำเกรง ดังนั้นเขาจึงไม่กลัว และไม่สนใจกับคนไร้สมองทั้งหลาย...และเขาไม่ค่อยเตะต่อยใครเท่าไรนักเว้นแต่ว่าจะทนไม่ไหวเอาเสียจริงๆ

และเขาอยู่ตรงนั้น...

ชองยุนโฮ... เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีแดงของร้านข้างกายเขามีคิมแจจุงที่ถูกโอบไหล่นั่งอยู่ เขาโยกหัวไปตามจังหวะเบสแน่นๆของเพลงฮิพฮอพจากพวกอเมริกัน แจจุงถือแก้วเหล้าคอยส่งให้และพวกเขาก็เบียดกันจนแจจุงแทบจะกระเด้งไปนั่งบนตักเขาอยู่แล้ว

“ผู้หญิงมาเยอะเชียวนะ”

“งานวันเกิดผมเชียวนะบู...ใครบ้างจะไม่อยากมา” 

“หลงตัวเอง...” แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ... แจจุงยอมรับเลย 

แจจุงมองว่ายุนโฮเซ็กซี่เหมือนพระเอกมิวสิควิดีโอเนื้อหาPG13 เขาดูดีแต่ก็อันตราย เป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เคยใยดีใครเมื่อต้องต่อสู้ ยุนโฮสบถเป็นภาษาอังกฤษบ้าง พูดเรื่องเซ็กส์อย่างหยาบโลนและหน้าตาเฉยและถ้าหากเขาคิดอะไรมันจะสะท้อนออกมาได้เลย แต่ที่แน่ๆคือเขาเป็นคนตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ถ้ามองว่าเป็นเด็กก็คงดูเป็นเด็กที่ก้าวร้าวอยู่บ้างแต่ก็ไม่เลวร้าย บางทีเขาจะทำอะไรแปลกๆ ...พูดจาและคิดในเรื่องที่คนทั่วไปไม่ทำกัน และเซ็กส์ของเขาเป็นที่จดจำ จูบของยุนโฮเหมือนLSDเคลือบกระดาษ...เป็นอะไรที่ถ้าหากเสพแล้วจะมีผลกับจิตใจอย่างมาก หากถูกจูบจะล่องลอย เกิดจินตนาการต่างๆนานา แต่ที่แน่ๆมันสวยงามและไม่มีใครรู้นอกจากตัวเอง ซึ่งแจจุงคิดว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้ลองLSDนั้นแค่คนเดียว

ยุนโฮคือแบดบอย... คือผู้ชายประเภทที่แจจุงมองว่ามีเสน่ห์น่าค้นหาที่สุดในจักรวาล.....


ปาร์ตี้ดำเนินไปเรื่อยๆ ยุนโฮยังทำแค่นั่งอยู่กับที่...ทักทายเพื่อนฝูงอยู่กับแจจุง เขาโห่เชียร์เวลามีใครสักคนวาดลวดลายโชว์ลีลาที่กลางฟลอร์และมีแจจุงคอยพูดคุยกระหนุงกระหนิงอยู่ข้างๆ ขนาดในเวลาแบบนี้เขาทั้งสองคนยังนั่งเถียงกันเรื่องยี่ห้อโปรตีนชงกันได้เลย

และมันเหมือนเกม... ใครชนะได้จูบ แน่นอนว่ายุนโฮต้องชนะ.....
พวกเขาจูบกันท่ามกลางแสงสลัวและเสียงเพลงในผับ ยุนโฮรุกเสียจนแจจุงหมดทางหนี ร่างทั้งร่างเกร็งไปหมดเพราะไม่อยากจะนอนราบลงไปกับโซฟาเสียทีเดียวเพราะเป็นแบบนั้นก็เลยจัดการพาตัวเองขึ้นตักยุนโฮจนสุดท้ายก็กลายเป็นคนรุกจูบแต่ก็แพ้ราบคาบทันทีที่ยุนโฮลูบใบหูแดงระเรื่อเบาๆ

“ขี้โกง...”

“ผมฉลาดต่างหาก”

“แหวะ!” ว่าแล้วก็ลงจากตักมานั่งที่เดิมก่อนจะจิบวิสกี้เข้าไปอีก แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากกันเลย...

คืนนี้ยุนโฮทนฟังเพื่อนๆเรียกร้องไม่ไหว เขายอมออกไปโชว์สเต็ปบีบอยที่อาจจะดูแปร่งไปบ้างเพราะไม่ได้เต้นมานานแล้วบวกกับอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในสายตาแจจุง...ยุนโฮเป็นเลิศที่สุดในทุกๆด้าน และเมื่อมองดูแล้วในบรรดาเพื่อนฝูงทั้งหมดที่มาในวันนี้ยุนโฮยังเป็นเทพ หล่อที่สุด มีเสน่ห์ที่สุดเหมือนเดิม...


จริงๆแล้วปีนี้ยุนโฮจะเลิกจัดงานวันเกิดไร้สาระแล้วเอาเวลาไปขลุกอยู่กับแจจุงแค่สองต่อสอง อาจเพราะว่าเขา ‘โต’ พอที่จะเบื่อกับงานวันเกิดแบบวัยรุ่นและอยากที่จะใช้เวลาในวันพิเศษอยู่กับคนพิเศษกันเพียงลำพัง บวกกับในช่วงวันเกิดของเขาปีนี้แจจุงไม่ค่อยสบาย ดูเพลียๆยังไงก็อธิบายไม่ถูกขนาดอยากจะกอดจะจูบหรือทำอะไรมากกว่านั้นยังต้องห้ามใจเลย
ก็ไม่แปลกถ้าหากคำอธิษฐานของเขาทั้ง25ข้อในปีนี้จะมีแต่ ‘ขอให้แจจุงมีสุขภาพดี’ 



xxxxxxxxxxxxxxxxxxx



พวกเขานั่งซ้อนหลังกันอยู่ในอ่างอาบน้ำทรงสี่เหลี่ยมสำหรับสองคน...
ระบบนวดแบบสปาของสายน้ำทำงานอย่างไม่มีที่ติ และหลังจากที่ผลัดกันถูหลังให้กันแล้วพวกเขารู้สึกว่าในนี้มันสบายจนไม่อยากลุกไปไหน หนุ่ม25หมาดๆเอาคางเกยไหล่คนรักอย่างกับจะอ้อน และเขาก็ไม่ลืมที่จะขโมยหอมแก้มแดงๆเพราะน้ำอุ่นในอ่างของเจ้าตัว

“ผมอยากจะพาคุณไปที่เตียงของเราแล้วก็......” ไม่ต้องพูดให้จบก็เดาได้ว่ายุนโฮอยากจะทำอะไร

“ก็ไปสิ”

“ผมเป็นห่วง...คุณอาจจะยังไม่หายดี”

“เด็กโง่!ฉันไม่ได้เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายซะหน่อย!” 

“ไม่รู้สิ.........” 

แจจุงยุกมือขึ้นมาลูบแก้มอีกข้างของยุนโฮหลังจากที่แนบข้างหนึ่งไว้กับหน้าตัวเองแล้ว 

“เมื่อกลางวันฉันงี่เง่า”

“.........” ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ...

“แย่จริงๆที่มองข้ามความเป็นห่วงของเธอไป” 

“ผมก็แย่...”

“เธอดีจะตาย”

“ผมงุ่นง่านเกินไป...อันที่จริงผมก็รู้ว่าคุณเป็นคนประเภทนึงที่จะรำคาญเวลามีคนเป็นห่วงมากเกินไป”

“หึ....โอเค เธอมันแย่” พูดจบก็หอมแก้มกร้านคืนครั้งหนึ่ง “เราก็แย่กันทั้งคู่...เธอห่วงฉันมากไป ฉันก็ทำเป็นเก่งมากไป” 

“อืม อย่างนั้นก็ได้”

“เพราะฉะนั้น....” พวกเขาหันหน้าสบตากัน แจจุงยกแขนโอบรอบคอยุนโฮที่ตัวสูงใหญ่กว่า “คืนนี้ก็ทำเหมือนทุกทีเถอะนะ”

โดยไม่รอคำตอบ ทั้งสองประสานจูบมันแนบแน่นและอบอุ่นหัวใจเอามากๆ จูบกันจนรู้สึกว่าต้องการอากาศหายใจที่มากกว่าเดิม ยุนโฮมองริมฝีปากสีสวยฉ่ำของแจจุงแล้วก็ใจสั่น อยากจะทำอะไรๆให้มันมากกว่านี้จนแทบทนไม่ไหว

“อย่าทำกับผมแบบนี้สิบู...คุณพูดเองว่าในอ่างอาบน้ำมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่” 

“ถ้าทำให้มันเวิร์คมันก็เวิร์คน่า~” แจจุงจะจูบอีกแต่ยุนโฮก็ดันเอาไว้ “ทำไมล่ะ...”

“ดูเหมือนว่า...คืนนี้คุณจะร้อนแรงกว่าทุกทีนะ”

“ก็แค่วันนี้ฉันรุกเธอก่อนต่างหาก...ยุนโฮ.....อย่าช้าเลย...” 

ดูเหมือนควีนของยุนโฮจะร้อนแรงกว่าคืนไหนๆจริงๆ แจจุงแสดงความต้องการออกมาอย่างหนักทั้งทางสีหน้า การกระทำ และคำพูดเชิญชวนต่างๆ
....ไม่รู้ว่าคนที่แปลกคือแจจุงหรือยุนโฮกันแน่ที่แสดงอาการสวนทางกันแบบนี้

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ...หืม?....เราควรจะไปที่เตียงนะครับบู” 

“ถ้างั้นก็เร็วๆสิ!” 

ไม่รอให้แจจุงอารมณ์เสีย... ยุนโฮช้อนอุ้มคนสวยเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วพาไปส่งถึงเตียง และเหตุการณ์หลังจากนั้นก็จะเป็นอะไรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนแรงเสมอ 
ยุนโฮยกยิ้ม เขากำลังเบียดคลึงบั้นท้ายกลมๆของแจจุงอย่างมันมือ เสียงครางแผ่วๆของบูคนสวยฟังรื่นหูเหมือนทุกที ปลายลิ้นของแจจุงซุกซนกว่าครั้งไหนๆ ตั้งแต่ใบหู ต้นคอ หน้าอก หน้าท้อง ล้วนแต่ถูกแจจุงชิมรสแล้วในคืนนี้ หากส่วนสำคัญที่ตั้งชื่อเล่นว่ายูโนวก็ถูกครอบครองโดยริมฝีปากสีสวยสดฉ่ำนั้นแล้วเหมือนกัน 

มันคือความต้องการอย่างไม่มีอะไรเคลือบแฝง
ต้องการทั้งการเติมเต็มร่างกายและหัวใจ...พวกเขาอาจต่างกันในหลายๆอย่างทางความคิดและเหตุผลแต่ในเวลานี้ที่ทั้งสองมีเหมือนกันก็คือความรัก …

ยุนโฮข่มลมหายใจเมื่อปลายลิ้นร้อนๆของแจจุงแตะโดนบางอย่าง และถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้เขาคงได้ถึงจุดหมายทั้งๆที่ยังไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลยแน่นอน
สำหรับนาทีนี้เขากำลังหมั่นไส้แจจุงที่เลียริมฝีปากทำหน้าตาน่ากระทำอยู่ตรงหน้าเขาจนมีความคิดที่น่ากลัวเกิดขึ้นในหัวแต่ก็ต้องสลัดทิ้งไป เพราะถ้าเขาทำจริงๆ...แจจุงได้คงนอนซมเป็นผักไปอีกนาน

และแล้วก็ถึงเวลาสำคัญ เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเชื่อมกันแล้ว พวกเขาสบตากันแล้วก็เริ่มจะสานต่อไม่ให้ทุกอย่างนิ่งสงบต่อไป 
แจจุงเชิดหน้าสะบัดผมในขณะที่ขยับสะโพกไปอย่างเนิบนาบ เจ้าตัวรู้สึกว่ากำลังเข้าใกล้เส้นชัยทุกครั้งที่ได้ยินยุนโฮคราง มือใหญ่ๆคอยบดขยี้ยอดอกอยู่ไม่ห่าง สิ่งที่ยุนโฮทำในตอนนี้มีไม่กี่อย่างนอกจากล้อเล่นกับตุ่มไตสีหวาน ขบกัดผิวขาวอมชมพูที่ไม่มีใครได้เห็นจนเป็นรอย และกลั่นแกล้งเจเจจนแจจุงร้องลั่นไปจนถึงดิ้นพล่านอยู่บนตักของเขา 

สวย......
สวยงามเหลือเกิน........
ภาพแจจุงในขณะนี้............


และมันไม่เคยจบง่ายๆ ยุนโฮจับไหล่ร่างบนตักเอาไว้และพลิกตัวขึ้นมาอยู่เหนือบ้าง... จากตรงนี้เขาเห็นแผ่นหลังที่ไร้ริ้วรอยใดๆของคนรัก แนวกระดูกสันหลังที่นูนให้เห็นจากผิวหนัง สีขาวนวลเนียนเหมือนน้ำนม ..
นิ้วยาวๆและฝ่ามือของชายหนุ่มยึดช่วงกระดูกเชิงกรานของแจจุงเอาไว้ ก่อนจะเริ่มขยับกายเข้าหาสะโพกปอดเป็นจังหวะ คนสวยของเขาเกลือกหน้าอยู่กับท่อนแขน เปล่งเสียงร้องอย่างถึงใจออกมาอย่างไม่รู้สึกกระดากอายใดๆ 

ราวกับร่างกายที่ร้อนเป็นไฟนี้กำลังจะแตกสลายด้วยแรงรักของยุนโฮ ดวงตาหวานปรอยด้วยน้ำตาแห่งความสุข หัวใจก็เต้นแรง ร้องเรียกชื่อยุนโฮ..ยุนโฮ บวกกับอุทานออกมาอย่างหยาบโลนจนฟังไม่ได้ศัพท์ คล้ายว่าแจจุงจะเสียสติแต่แท้จริงก็แค่กำลังสำลักความสุข ในใจตะโกนบอกตัวเองว่าเป็นของยุนโฮ ยุนโฮเท่านั้น และไม่ขัดเขินที่จะอ้าขาให้กว้างขึ้นตามคำสั่งจากด้านหลัง 
หมดเสียงร้องแล้ว... แจจุงสอดนิ้วชี้กับนิ้วกลางของมือซ้ายเข้าปากตัวเอง จินตนาการอย่างสกปรกว่ามันคือความเป็นตัวตนของยุนโฮพลางดูดเลียมันอย่างเอร็ดอร่อย 

หัวจินตนาการ....แต่ใจกำลังเย้ยหยันทุกๆอย่าง ทั้งนรก สวรรค์ หรือแม้กระทั่งบุพการีของตัวเอง เห็นมั๊ย...? เห็นหรือเปล่าว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เห็นมั๊ยว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกอันโสมมใบนี้ ขณะที่กำลังหัวเราะอย่างคนวิกลจริตอยู่ในใจทุกอย่างก็หยุดชะงักและเสี้ยววินาทีต่อมาก็เกิดความร้อนที่ปะทุอย่างหนักเกิดขึ้นในความรู้สึกและกับร่างกาย เจ้าตัวถอนปลายนิ้วออกจากปากมากุมมือใหญ่ที่บีบสะโพกของตนอยู่อีกชั้น ในขณะที่ร่างทั้งร่างกำลังโยกไหวอย่างถี่รัวจากแรงของผู้ชายอย่างยุนโฮ เสียงร้องแหบแห้งถูกเปล่งออกมาฟังดูทรมานทว่าก็ไม่ใช่เสียทั้งหมด ราวกับว่าถูกเหวี่ยงไปในอากาศและก็ตกกระทบพื้นเตียงนุ่มๆสักหนึ่งครั้งแต่แรงมากจนจุกก่อนที่ทุกอย่างจะสิ้นสุด... 

สุดท้ายแล้วพวกเขาก็กอดกันอีกครั้ง แถมด้วยจูบที่เป็นเหมือนคำชมกันและกัน...
มันเยี่ยมเหมือนทุกครั้ง...

"สุขสันต์วันเกิด..."

“ผมไม่เอาของขวัญแล้วก็ได้นะ”

“..............” 

“เหนื่อยมากเหรอ?” 

คนถูกถามทำแค่พยักหน้าเพราะยังจับจังหวะการหายใจของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ และภาพนั้นเป็นที่น่าเอ็นดูของมนุษย์หนุ่มผู้ร้อนรักอย่างยุนโฮสุดๆ เขาจูบปลายจมูกชื้นเหงื่อของคนรักเป็นการปลอบใจ ไม่อยากจะพูดออกไปเลยว่าแจจุงเซ็กซี่...เพราะถ้าได้พูดครั้งนึงแล้วก็จะมีครั้งที่สองสามสี่ห้าและมากกว่านั้นตามมาแน่นอน

“ยุนโฮ...ของขวัญน่ะ”

“ไม่เอาแล้วก็ได้...แค่ได้อยู่กับคุณผมก็พอแล้วล่ะบู”

“บีเอ็มดับเบิ้ลยูเลยนะ”
“............”

“อีกอย่างพรุ่งนี้เช้าก็จะมาส่งถึงที่แล้วแท้ๆ”

“นี่เช้าแล้วบู...” 

พอหันไปมองผ่านกระจกใสแจจุงก็ต้องยิ้มออกมา... ท้องฟ้ากำลังกลายเป็นสีส้มตามปกติของตอนเช้ามืด เมื่อคืนพวกเขากลับมาถึงบ้านตอนตีสาม มัวแต่ขัดหลังให้กันก็เป็นชั่วโมง...มีเซ็กส์กันและจบเอาตอนนี้ 

“ถ้างั้นตอนสิบโมงเช้าไปเซ็นรับของขวัญเองด้วยล่ะที่รัก...ฉันจะนอนหน่อย”

“ตามสบายครับ” ว่าแล้วยุนโฮก็จัดหมอนใบโตให้เข้าที่เข้าทางสำหรับแจจุง ที่พอได้หลับตาสักทีนึงก็เข้าสู่ห้วงนิทราเลยอย่างง่ายดาย 



สำหรับวันเกิดปีนี้มันเยี่ยมเหมือนทุกปี
พวกเขาเอ่ยปากเรียกกันว่า ‘ที่รัก’
อยู่ด้วยกันจนถึงเช้า
มีความสุขอยู่ในโลกส่วนตัวแห่งนี้
โดยลำพัง...

และคงจะเยี่ยมเหมือนกันในทุกๆปีต่อจากนี้ไป

มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ด้วยกัน





xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx




“ผมเชื่อว่าความสำเร็จเกิดมาจากความรัก ถ้าหากคุณรักที่จะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมันมักจะให้ผลดีกลับมาเสมอ...และสิ่งที่เหนือกว่าสำเร็จที่มองเห็นได้ก็คือความสุขที่เกิดขึ้นกับใจของเรา”

.........


“ ...ผมทำงานให้ฮันซองกรุ๊ปของเราด้วยความรักเสมอมา ..รางวัลนี้ถือเป็นของทุกชีวิตภายใต้การดูแลของฮันซองกรุ๊ป”


.........


“ผมและผู้บริหารรวมถึงพนักงานทุกคนขอขอบคุณมากสำหรับความไว้วางใจในครั้งนี้”


.........


“สุดท้ายนี้...ผม คิมแจจุง ในฐานะผู้สืบทอดในการบริหารอาณาจักรฮันซองขอให้คำมั่นสัญญาว่าผมจะตั้งใจทำงาน นำพาบริษัทของเราไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ให้ได้ ผมจะตั้งใจ...ขอให้ทุกคนเอาใจช่วยผมและทุกชีวิตในฮันซองกรุ๊ปของเราด้วยครับ! ขอบคุณครับ”





“จะดูอีกนานมั๊ย!? ไหนว่าเราจะไปซิ่งกันไงล่ะ”

“ก็ตอนรับรางวัลบูเท่มากเลยนี่ ผมไม่เคยเห็นบูเท่ขนาดนี้มาก่อนเลย!”

“แต่เธอเล่นนั่งดูวันละหลายๆรอบ นี่เห่อรางวัลแทนฉันหรือยังไงนะ” แจจุงยืนกอดอกพูดคล้ายจะไม่สบอารมณ์แต่จริงๆก็แค่ทำแก้เขินที่ถูกชม วันนี้บูทหนังคู่สวยถูกหยิบมาสวมใส่กับกางเกงยีนส์สีซีดอีกครั้ง ยุนโฮยืนฟังเพราะไม่อยากจะเถียงสองมือของชายหนุ่มจัดการกับซิปของแจ็คเก็ตหนังให้อยู่

“คุณนี่มัน....”

“ฉันเหรอ? ก็แฟนเธอไง”

“คุณเป็นเมียผมต่างหาก”

“ชองยุนโฮ!!”

“โอเค...เรียบร้อยแล้ว คุณต้องฟังผมนะบู คุณห้ามปล่อยมือจากเอวผมเลยแม้แต่นาทีเดียว”

“...ฉันไม่ใช่เด็กนะ”

“ห้ามปล่อยนะ แล้วก็ต้องกอดแน่นๆด้วย”

“..ไร้สาระ!”

สองเดือนที่แล้วแจจุงซื้อของขวัญให้ยุนโฮแค่ชิ้นเดียว... เป็นชิ้นเดียวที่ตัดสินใจเลือกในเวลาสั้นมาก ไม่ใช่เพราะสถานการณ์บังคับแต่อย่างใด...เป็นเพราะเห็นแล้วมันถูกใจและรู้ด้วยเซนส์เลยว่ายุนโฮจะต้องถูกใจมากแน่นอนต่างหาก 
ครั้งแรกที่ยุนโฮเห็นตอนเซ็นรับมันมาเขาร้องดีใจเสียงดังลั่นและเข้ามาระดมจูบแจจุงที่นอนหลับอยู่อย่างกับคนบ้า ปากเขาพูดว่าขอบคุณ และ ผมรักคุณไม่ขาด ...แต่ก็เป็นปฏิกิริยาที่แจจุงคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเกิดขึ้น ยุนโฮเหมือนเด็กได้ของเล่น...เพียงแต่มันไม่ใช่ของเล่น เพราะนั่นคือ มอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่จากBMW รุ่นK1600GTL เครื่องยนต์6สูบ ความจุ1,647ซีซี ของเล่นของคนมีอันจะกิน.....อะไรประเภทนั้น

“หรือวันนี้คุณจะขี่ล่ะ? ให้ผมซ้อนท้ายกอดเอวคุณก็ได้นะ”

“............”

“ผมลืมไป บูขี่จักรยานไม่คล่องด้วยซ้ำ”

“ตลกนักหรือไง”

“เปล่า ผมว่าน่ารักดีออก...”

“เบ๊บ...”

“ครับผม?”

“มาจูบกันหน่อย!” 

“เขินทีไรผมได้กำไรทุกทีละ....อุ๊บ......อะไรน่ะบู......อืม.......เดี๋ยวก็ยาวหรอกคุณ!.....อืม.......อา.......” ยุนโฮใช้หลังมือที่อยู่ใต้ถุงมือปาดริมฝีปากตัวเอง “ผมตกใจนะ...แต่ว่าสุดยอดเลยบู” พูดอย่างเดียวไม่ได้ ยุนโฮยกนิ้วการันตีด้วย

“แหงอยู่แล้ว”

“เอาล่ะ...ไปกันเถอะ” 

พวกเขาเดินจูงมือกันออกไปจากห้อง ระหว่างทางจนกระทั่งไปถึงรถยุนโฮก็ยังพูดย้ำเรื่องเดิมๆอยู่นั่นแหละ...

“ต้องกอดเอวผมแน่นๆนะ!”


.
.

เอ....
วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก....
รถวิ่งถอยหลัง....
เบียร์ก็หวานอย่างกับน้ำอัดลม....
นาฬิกาหมุนไปทางซ้าย...

ใช่มั๊ย???

ไม่ใช่เหรอ?

ทำไมฉันเห็นแบบนั้นล่ะ?


.

“ ผมคง ‘รัก’ บูมากไปแน่ๆเลย ”



END

2 comments:

  1. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    บอกได้คำเดียวตัวหนูละลายลงไปกองที่พื้นแล้วค๊าาาาา >//////////<

    ReplyDelete
  2. ไม่อยา่กให้จบ ไม่อยากให้จบ แอร๊กกกกกกกก เบ๊บบู T^T
    ต่อจากนี้จะมีฟิคเรื่องไหนที่ทำให้เรามีความสุขได้เท่าเรื่องนี้อีกกกกกก
    ฮือออ T[]T น่ารักได้โล่ห์ น่ารักโคตรๆๆๆๆ
    ชอบยุนตอนเป็นห่วงแจอ่า >////< แบบดูรักแจมาก
    ชอบตอนจูบกันในผับแบบไม่แคร์สื่อใดๆด้วย 5555

    ขอให้เบ๊บบูจงเจริญ ~

    ReplyDelete