March 21, 2012

[FIC] หมอจ๋า2 [INTRO]

หมอจ๋า2...........


Title: หมอจ๋า
Author: i3e-dwz
Pairing: CHANGMINxYUCHUN / YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG
Genre: Romanticมากๆ (น่าจะนะ?)

 * เรื่องไม่ต่อกับหมอจ๋าที่จบไปแล้วนะคะ * 

---------


“กลับแล้วเหรอคะคุณหมอ?”

“ครับ” 

คุณหมอที่ถือว่าหนุ่มที่สุดในโรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้สะพายกระเป๋าเอกสารสีน้ำตาลเข้ม พาดเสื้อสูทสีฟ้าอ่อนที่ใส่ตอนออกจากบ้านมาเมื่อเช้าไว้บนท่อนแขนข้างหนึ่ง ขณะที่เดินตรงไปที่ทางออกหลักของโรงพยาบาลที่ติดกับทางลงไปสถานีรถไฟพอดิบพอดีก็ผงกหัวตอบรับคำทักทายและล่ำลาของผู้คนที่พบเห็นไปด้วย 
เขาดูดี มีความฉลาดเป็นบุคลิก ใครบางคนเคยบอกว่าตาของเขาสวยเหมือนตากวางตั้งแต่ตอนนั้นเขาจึงมีกวางเป็นเหมือนแมสคอตให้ตัวเอง 

พวงกุญแจพลาสติกรูปกวางแบมบี้ที่ติดกระเป๋าเขาอยู่มันบ่งบอกได้ดีเลยว่าเขาชอบฉายานี้ขนาดไหน 

...กวาง...



เขาอายุ25และมักจะนั่งรถไฟใต้ดินสถานีใกล้บ้านมาทำงานที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้เสมอ 

อีกครั้ง... เขาดูดี มีสาวๆมากมายจ้องมองเขาระหว่างที่เขาอยู่ในโบกี้รถไฟ 
อีกครั้งเถอะ... เขามีความฉลาดเป็นบุคลิก ดังนั้นเขาถึงได้ดูดีขึ้นไปอีก 

เขาสูง186เซนติเมตรเกินๆ ตัวสูงใหญ่ขนาดนั้น่าจะไปเป็นนายแบบมากกว่า แต่เขาเลือกเรียนเพื่อที่จะทำงานเป็นสัตวแพทย์ด้วยตัวเอง 

...

วันที่18กุมภาพันธ์1988 ...เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดที่โรงพยาบาลโซล เขาเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลชิม 



สิบกว่าปีต่อมาเขาสอบติดคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ 



สี่ปีต่อมาเขาเป็นแฟนกับคนน่ารักอิมพอร์ตจากเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา วันนั้นเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่สตาร์บัคส์...ภาษาเกาหลีที่ฟังดูยังไงก็ไม่ชัดเต็มปากเต็มคำเหมือนที่เขาใช้อยู่ทุกวันก็เรียกเขาให้หลุดจากสมาธิเพียงเพื่อขอให้เขาขยับออกจากที่เสียงชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหน่อย ..ถ้าเป็นคนอื่น คนอื่นที่ไม่ใช่ฮันกาอินและพบเห็นได้ทั่วไปในโซลหรือเกาหลีใต้เขาคงจะหงุดหงิดอยู่ในใจ แต่สำหรับคนนั้นไม่ใช่...เขาไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาไปจากคนน่ารักกับแว่นกรอบดำและหมวกบีนนี่สีกรมท่าที่ก้มลงเสียบอแดบเตอร์ชาร์จแบตฯมือถือแล้วก็ค่อยขยับตัวเองนั่งบนโซฟาสีดำของร้าน ไม่ใช่แค่นั้น...เขาลากกระเป๋าแซมโซไนต์ใบกลางๆเข้ามาใกล้ๆตัว ก่อนจะเปิดกระเป๋าเป้หนัง กางแล็ปท็อป เขารู้สึกว่าตอนนั้นทุกอย่างดูวุ่นวายและรุงรังไปหมดสำหรับคนน่ารักคนนั้น แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่ารำคาญสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว มันเพลินตาสำหรับเขาด้วยซ้ำ ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมดจริงๆ เขามองจนลืมไปว่าคนอื่นอาจจะคิดว่าเขาเป็นโรคจิตได้ สมาธิและจิตใจของเขากลับเข้ามาอีกครั้งเมื่อได้ยินคุณคนน่ารักที่มีกระเป๋าติดแท็กบอกจุดหมายปลายทางอย่างอินชอนคุยกับปลายสายที่เขาเพิ่งจะโทรหาสดๆร้อนๆ 

มันเกี่ยวกับ... อพาร์ทเมนต์ บ้าน... ที่พัก 

จับใจความได้เท่านั้นก็มีอันต้องสะดุ้งเพราะเขารู้ตัวและมองกลับมา อนาคตคุณหมอในเวลานั้นทำได้แค่ยิ้มให้นิดหน่อยก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ และไม่เกิน5นาทีหลังจากนั้นคนน่ารักก็วางสายแล้วก็เก็บทุกอย่างและเดินออกไปอย่างทุลักทุเลเหมือนตอนเดินเข้ามา
น่ารักจัง... 
แต่ไปแล้ว........เสียดายน่าจะได้คุยกันดีๆหน่อย 
เย็นวันนั้นเองที่พอเขากลับถึงบ้านไปแล้วก็พบว่าบ้านข้างๆที่ว่างให้เช่ามานานมีคนมาอยู่แล้ว 




2วันต่อมา อนาคตคุณหมอในขณะนั้นถึงกับสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกของใครก็ไม่รู้ เมื่อจะโงกหน้าออกไปทางหน้าต่างก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ แต่รู้แล้วล่ะว่าเสียงมาจากเพื่อนบ้านคนใหม่แน่ๆ นอกจากนั้นเขายังร้องว่า ช่วยด้วย!!! ไม่มีการรอช้าในการบุกบ้านเข้าไปช่วยตามคำขอ เพียงแต่เข้าไปแล้วก็พบว่าบริเวณอ่างล้างจานในห้องครัวผิดปกติไป เข้าไปอีกหน่อยก็เจอเพื่อนบ้านที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้ายืนหันหลังให้อยู่ เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังมีมาไม่ขาด 
โชคดีที่อนาคตคุณหมอพอจะแก้ปัญหาได้ 
นั่นจึงเป็นเวลาที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านคนใหม่ที่เพิ่งผ่านสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน50%ทางจิตใจมาสดๆร้อนๆสักที






อ้าว.......... 

“คุณน่ารักนี่!!”




4เดือนต่อมา
อนาคตคุณหมอมีแฟนเป็นคนน่ารักว่างงานจากสหรัฐอเมริกาที่ได้งานประจำที่ร้านสตาร์บัคส์สาขาเดิมที่เคยเจอกันแล้วในตอนนั้น ทุกอย่างดูดี...ก็ตอนนั้นเองที่ได้ฉายากวางมา...




1ปีต่อมา 
อนาคตหมอเริ่มเข้าใกล้ความเป็นหมอมากขึ้นทุกวันๆ เขาเรียนหนักขึ้นทุกวันเหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่มีเวลาให้แฟน นั่นตอบคำถามเรื่องช่องว่างของคนสองคนได้ และไม่แปลกเลยที่จะมีอีกมือยื่นเข้ามาตรงกลาง...แล้วคนน่ารักก็คว้ามือที่แทรกเข้ามาเอาไว้ก่อนจะเดินออกไป 




อีก1ปีต่อมา 

คุณหมอชิมเข้าทำงานในโรงพยาบาลสัตว์พารัน เพื่อนบ้านของเขายังเป็นคนเดิม... แล้วเขาก็เป็นแค่เพื่อนบ้านของกันและกัน ทั้งที่หมอชิมไม่อยากเป็นเพื่อนบ้านแล้ว แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากทำวันนี้ให้ดีที่สุดไปวันๆ




ปัจจุบัน 
เพื่อนบ้านของเขาอกหักครั้งใหญ่...สังเกตุได้จากเพลงที่ฟัง หน้าโทรมๆเพราะไม่ดูแลตัวเอง ทั้งที่อยากดูแลแทบตายแต่ด้วยสถานะที่เปลี่ยนและอาชีพแล้วคุณหมอชิมก็ทำได้แค่ปีนข้ามรั้วกั้นระหว่างบ้านสองหลังที่สูงแค่สะโพกเข้าไปให้อาหารโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวใหญ่ อาบน้ำบ้าง พาไปตัดขนบ้าง ที่แน่ๆตอนนี้มันดูดีกว่าเจ้าของมันมาก...

คุณหมอก็ทำได้แค่นี้จริงๆ



xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx



“ไงแม็กซ์~ วันนี้ฉันมีตับบดมาฝาก แกรออยู่ล่ะสิ...” กระโดดข้ามรั้วมาได้คุณหมอชิมก็ทักทายเจ้าสี่ขาหน้าตาระรื่นทันที มันดีใจมากที่เจ้านายอีกคนมาหาสักที “เอ้า! ค่อยๆกินสิ ! แกนี่ร่าเริงจังเลยนะ...เจ้านายแกเป็นไงบ้าง?” 

เจ้าสี่ขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นอาจเพราะมันกำลังหิว วันนี้เขาเลิกงานช้าเล็กน้อยเพราะพยายามยื้อชีวิตแมวเหมียวที่โดนรถชนเอาไว้อย่างเต็มที่ เขารักษาสุดความสามารถ...แต่บาดแผลและโลกนี้คงโหดร้ายเกินไปสำหรับเจ้าสี่ขาตัวเล็กๆบนเตียงผ่าตัด 


........


ระหว่างที่กำลังลูบหัวสัตว์เลี้ยงที่เป็นคนซื้อจากฟาร์มและตั้งชื่อเองด้วยความรักและเอ็นดูอยู่ทุกอย่างก็มีอันหยุดนิ่งก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงเห่าของเจ้าแม็กซ์ที่ทำท่านั่งสองขาแสดงความเคารพทันทีที่หันไปทางประตูไม้สีขาวที่เป็นทางเข้าบ้านแล้วเห็นใครอยู่ 

คุณหมอรู้ดีว่ามันทำความเคารพใคร...ก็เขาฝึกมาเองกับมือ 


“หวัดดีคุณหมอชิม”

“สวัสดีครับ...”

“มาดูแม็กซ์หรอ”

“..............” คุณหมอไม่ตอบ เขากำลังมองหน้าและพยายามนึกอยู่ว่านี่คนน่ารักของเขาออกมาจากบ้านในรอบกี่สัปดาห์กันนะ

“ฉันคงดูไม่ได้เลยสินะ” นอกจากจะอ้วนแล้วผมสีน้ำตาลอ่อนยังยาวจนเห็นโคนสีดำแล้วด้วย ผมก็แทบไม่เป็นทรง ตาก็คล้ำ...

“เห็นพนักงานส่งพิซซ่าผมก็พอเดาได้แล้วว่ายูชอนจะเป็นยังไง” คุณหมอกลับมาลูบหัวเจ้าแมกซ์พลางพูดคุยกับเจ้าของบ้านที่ไม่ได้เห็นมาตั้งนานไปด้วย

“รู้สึกว่า...ตอนนี้เลือดฉันเป็นแคชชัพ ส่วนเนื้อก็เป็นชีสแล้ว แย่เลย”

“ยูชอน....” เขาอยากจะพูดอะไรต่ออีกตั้งมากมาย แต่ติดอยู่แค่ว่าไม่รู้จะพูดออกไปในฐานะอะไร กลัวว่ามันจะมากไปสำหรับความเป็นปัจจุบันที่ก็รู้ดีอยู่ว่าเป็นยังไง

“กว่าจะตัดใจจากใครสักคนได้นี่มันทรมานจริงๆ ฉันเพิ่งรู้”

“ผมไม่รู้สิครับว่ามันเป็นยังไง ทรมานมากมั๊ยอะไรนั่นน่ะไม่รู้หรอก”

“หือ...” 

“ผมไม่เคยตัดใจ”

“.........”

“ผมไม่เคยตัดใจเลยจริงๆนะยูชอน...”






TBC

No comments:

Post a Comment