April 12, 2012

[FIC] YOU DA ONE [YUNHOxJAEJUNG][04]



user posted image


Title: YOU DA ONE
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC +EROTIC 




แม่มดที่กำลังจะเข้านอนอยู่แล้วยืนแปรงฟันอยู่หน้ากระจก ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเลิกคิ้วได้รูปเป็นเชิงถามสุดหล่อที่เข้ามายืนข้างๆกันแล้วดูเขาแปรงฟันด้วยท่าทางแปลกๆ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงมีอะไรจะพูดแน่นอน แล้วแจจุงก็จะไม่เก็บความสงสัยเอาไว้นานๆก็เลยเอ่ยถามออกไปทั้งๆที่ยังมีฟองสีขาวอยู่เต็มปาก

“มีอะไรเหรอ?”

“ไปเชจูกันเถอะ...”

“หา?”

“คือ...ย่าพี่อยากเจอเราน่ะ”

“เดี๋ยวนะ” แจจุงยกมือบอกให้ยุนโฮหยุดพูดแล้วตัวเองก็ก้มลงบ้วนปากล้างฟองยาสีฟันขาวๆออกจนหมด “พี่ว่าไงนะ? เอาอีกทีซิ”

“พี่ชวนแม่มดไปเชจู...ไปหาย่าพี่ เอ่อ....ไปดูไร่ส้มด้วย”

“อา...ได้เลย! พี่พูดถึงย่ามาหลายครั้งแล้ว ยังไม่มีโอกาสไปสักที ว่าแต่พี่มีเวลาว่างเหรอ?”

“อาทิตย์หน้าก็พอมีอยู่2-3วัน เราไปค้างสักคืนแล้วค่อยบินกลับมาที่นี่ แม่มดว่าดีมั๊ย”

“ดีสิ...”

แจจุงยิ้มร่า แม้ในขณะนี้ก็เริ่มคิดแล้วว่าควรจะเอาอะไรใส่กระเป๋าเดินทางไปบ้างดีนะ ส่วนยุนโฮก็เหมือนเดิมเขายิ้มและเออออกับแทบทุกคำถามของแจจุง แต่ละความเห็นก็เป็นแง่บวกทั้งสิ้น
ยุนโฮไม่ได้บอกแจจุงว่าย่ายื่นคำขาดแล้วว่าให้เขาพาแจจุงไปหา ไม่อย่างนั้นจะเป็นฝ่ายมาที่นี่เอง ถ้าเป็นอย่างหลังคงจะตามมาด้วยเรื่องอีกมากมายแน่นอน เพราะฉะนั้นเขามั่นใจว่าเขาคิดถูกแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่มั่นใจในที่นี้คือแจจุงจะเป็นยังไงถ้ารู้ว่าเขาถูกสั่งให้เลิกกับแจจุงมาแล้วสองครั้ง


...แต่ไม่เลิก...
...เลิกไม่ได้...
...ใครจะเลิก...



ย่าเลี้ยงยุนโฮมาตั้งแต่สามขวบ เขาเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลชองที่รู้ตัวมาตลอดว่าย่าคาดหวังกับเขามากในทุกๆเรื่อง พอเข้าวงการบันเทิงย่าก็คาดหวังว่าเขาจะโด่งดังเป็นที่รู้จักและรักใคร่ของใครหลายๆคน ซึ่งเขาก็ทำได้... และเพราะอย่างนี้ย่าก็เลยให้ความสำคัญกับหลานสะใภ้เป็นพิเศษ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคบผู้ชายสักคน...แล้วพอแจจุงเข้ามาแนะนำตัวกับพ่อแม่ที่ถูกใจมากก็ไม่ได้แปลว่าย่าจะถูกใจด้วยเสมอไป ยุนโฮรู้ดีว่าย่าต้องการทายาทมาสืบสกุล ต้องการหลานชายน่ารักๆสักคน ไม่แน่ว่าย่าอาจจะอยากเห็นยุนโฮวัยสามขวบอีกครั้งก็เป็นได้
แต่ใครก็รู้ว่าแจจุงให้กำเนิดหลานชายที่ท่านต้องการให้ไม่ได้ ต่อให้เขาเก่งกาจขนาดไหนมันก็เป็นไปไม่ได้

สองสามเดือนก่อนเขาก็ได้รับสายจากย่าเหมือนกัน... ต้นเหตุเป็นเพราะแม่ที่ไปเยี่ยมถึงเชจูเอาเรื่องสะใภ้คนดีที่แม่รักนักหนาไปเล่าให้ฟังเยอะแยะ แจจุงน่ารักอย่างนั้น แจจุงเก่งอย่างนี้ แต่ก็เอาเถอะ...สำหรับย่าแล้วความน่ารักกับเก่งที่แม่เอาไปเล่ามันไม่ได้ช่วยให้ย่าถอดใจเรื่องหลานได้เลย ตอนนี้สำหรับย่า...ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ก็ไม่เหมาะที่จะเป็นสะใภ้ตระกูลชอง

ยุนโฮโกหกแจจุงมาตลอดเลยว่าย่ายิ้มแย้มทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องของเขาทั้งคู่ ในวันเกิดเขาย่าอวยพรว่าขอให้เขารักกับแจจุงไปนานๆขอให้มีความสุขกันตลอดไป ...เขาโกหก
ถ้ามองกันตามจริงแล้วเขาเป็นหลานก็ควรเลือกเชื่อฟังย่าผู้มีพระคุณมากกว่าแจจุงที่เป็นแฟน...เป็นเมีย...เป็นแม่มดทูนหัว...... แต่นี่มันความจริงนะ เขาเถียงตัวเองว่าเขาไม่ได้กำลังเล่นเป็นพระเอกละครเรื่องไหนอยู่ เขากำลังใช้ชีวิตจริงที่เขามีอยู่โดยไม่สวมบทใดเพราะฉะนั้นเขาเลือกไม่ได้เลยว่าจะฟังย่าแล้วเลิกกับแจจุง หรือว่าจะเลือกแจจุง แล้วกลายเป็นหลานอกตัญญู

พ่อแม่ของยุนโฮสนับสนุนแจจุงมาก...

โดยเฉพาะแม่ที่ตั้งแง่กับพัคมินยองแฟนเก่าไว้มากมายว่าหล่อนทั้งถือตัว ทั้งห่วงสวยจนทำอะไรไม่ได้ ไม่เหมาะที่จะมาเป็นสมาชิกครอบครัวที่เป็นคนกวางจูดั้งเดิมอย่างครอบครัวนี้เลยสักนิด อย่างเวลาที่มินยองมาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านเวลาครอบครัวคุยกันถูกคอก็จะพูดสำเนียงท้องถิ่นออกมา แม่บอกว่าเห็นหล่อนเบะปากด้วยก็เลยไม่ชอบตั้งแต่นั้นมา แต่ถ้าเป็นแจจุงหรือ? ไม่ว่าจะพูดอะไรแปลกๆออกมาก็จะทำท่าสนอกสนใจ แถมยังนั่งร้องเพลงลุกทุ่งกับพ่อได้ คุยเรื่องครีมบำรุงผิวกับแม่ได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารักไปหมด...น่ารักมากๆถึงแม้จะทำกิมจิไม่เป็นก็ตาม


“พี่ว่าเราเอาโสมไปฝากคุณย่าอีกดีมั๊ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก่อนไปสนามบินเราจะได้ไปซื้อ”

“พอแล้วล่ะ...จริงๆย่าไม่ค่อยชอบโสม แล้วถ้าแม่มดเจอย่าก็จะได้รู้เลยว่าย่าพี่แข็งแรงแค่ไหน”

“เหรอ ทำไมรู้สึกไม่สบายใจยังไงไม่รู้สิ ย่าพี่จะชอบเรามั๊ยนะ”

“อย่าคิดมากเลย....”

“นี่!!! ทำไมพี่ทำเหมือนไม่สนใจเลยล่ะ นี่เป็นการไปเจอท่านเป็นครั้งแรกนะ เอาแต่ดูบอลอยู่ได้!!...ถ้าย่าพี่ไม่พอใจขึ้นมาจะทำยังไงเล่า” ในที่สุดยุนโฮก็โดนจนได้ แจจุงตีเข้าที่ไหล่จนเขาสะดุ้งแล้วก็ว่าอีกนิดหน่อย “ใช้ไม่ได้เลย~ ถ้าย่าพี่เป็นเหมือนพ่อกับแม่ก็ดีไปสิ แต่ใครจะไปรู้ล่ะ”

แจจุงที่ก่อนหน้านี้บอกไว้เลยว่าจะเป็นจะจายยังไงก็จะไม่อยู่ดูบอลดึกๆดื่นๆกับยุนโฮแน่นอนกำลังนอนตาสว่างอยู่ข้างๆกับชายหนุ่มที่ตั้งใจจะลุ้นบอลทีมโปรดอย่างกับเป็นคนละคนที่บ่นว่าง่วงตั้งแต่ก่อนหน้านี้เลย

“แม่มด...”

“หือ”

“ถ้าพี่บอกแล้วต้องไม่เปลี่ยนใจนะ ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปเชจูกับพี่ โอเคนะ” ยุนโฮกดรีโมทเบาเสียงทีวี เขาไม่สนแล้วว่าแมนยูจะเตะเข้ากี่ประตู เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว “บอกมาก่อนว่าโอเค”

“อ...โอเค...นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย”

“จริงๆแล้ว...ย่าพี่ไม่โอเคกับแม่มดเลย”

“..............” แจจุงอ้าปากค้างทุกคำพูดที่คิดจะพูดก่อนหน้านี้ถูกกลบหายไปด้วยเสียงเรียบๆของยุนโฮ เหมือนตอนนี้หมดกำลังใจไปแล้วจนไม่มีแรง แม้ยุนโฮที่กุมมือเอาไว้ก็ไม่ช่วยอะไร “คือ...? ยังไงกัน?”

“พี่ไม่รู้ว่าไปครั้งนี้ย่าจะพูดหรือทำอะไรกับเราบ้าง มันอาจจะฟังไม่เข้าหูด้วยซ้ำแต่พี่อยากให้แจจุงเข้าใจนะ...ย่าพี่อยากได้หลานมาก อยากให้พี่แต่งกับผู้หญิง”

“อ๋อ...เพราะเราเป็นผู้ชายสินะ”

“แจจุง...”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่บอกกันก่อนก็ดีแล้วเราจะได้ไม่ต้องเสียใจมากตอนที่ย่าพูดอะไร” แจจุงยิ้มและเข้าใจ.... เข้าใจว่ายุนโฮคงเลือกเชื่อฟังย่า “เอาไว้เสียใจตอนเลิกกันแทน”

“.............”

“เฮ้อ...แต่ยังไม่ทันเลิกกันก็เสียใจแล้วอ่ะ ทำไงดี~”

“เดี๋ยว...นี่อะไรเนี่ย? พี่ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกกับเราสักหน่อย”

“ก็พี่พูดเองไม่ใช่เหรอว่าย่าเลี้ยงพี่มา มันแปลว่าพี่ต้องเชื่อฟังย่าสิ”

“ถ้าฟังจริงๆน่ะ เราเลิกกันไปตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว” ยุนโฮบอกออกมาในที่สุด แจจุงอ้าปากค้างอีกครั้งทำให้ยุนโฮคิดได้ว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว “ไหนๆพูดแล้วก็จะพูดให้หมดเลยแล้วกัน...สามเดือนที่แล้วย่าบอกให้พี่เลิกกับแม่มด ย่าอยากให้พี่ไปหาผู้หญิงดีๆสักคนแล้วก็คบกับเขา”

“น....ไหนพี่เล่าว่าย่าพี่ใจดียังไงล่ะ”

“ย่าใจดีจริงๆ แต่เรื่องนี้มัน.....”

“ถ้าเราเกิดมาเป็นอย่างจองอา ก็คง....”

“ก็คงไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่แจจุงรูปร่างหน้าตาอย่างนี้นิสัยแม่มดแบบนี้พี่ก็ไม่เอา” ยุนโฮมองตาตอนที่พูด ชายหนุ่มใช้มือขยี้ผมสีทองของแม่มดที่กำลังงอแงจนฟูฟ่อง

“พี่ทำให้เราลำบากใจเลยนะ เจอกับย่าพรุ่งนี้จะทำหน้ายังไงดีล่ะเนี่ย”

“ก็ทำเหมือนปกติ เป็นแจจุงเหมือนเดิม...”

“อื้ม ท่านควรจะชอบเราที่เป็นเรามากกว่าเราที่เสแสร้งเป็นคนอื่นสินะ”

“ใช่ครับ” ยุนโฮชื่นชมที่แจจุงเข้าใจอะไรง่ายๆ เขาลูบแก้มขาวเป็นการตบรางวัล

“...เฮ้ออ~”

“ไม่ต้องเครียดไปหรอก พี่อยู่นี่”

คืนนั้นแจจุงหลับคาอกยุนโฮ ใครจะไปคาดคิดว่าแจจุงก็เผลอนอนดูดนิ้วเป็นเด็กกับเขาเหมือนกัน แล้วภาพนั้นก็ถูกเก็บเข้าคอลเลคชั่นแอบถ่ายของยุนโฮเอาไว้แล้ว …

ยุนโฮจูบที่กลางกระหม่อมและบอกฝันดีกับแจจุงที่หลับไปก่อนตั้งนานแล้วก่อนที่เขาจะหลับตามไปทั้งที่แขนยังกอดแจจุงไว้ในอก เขาอาจจะต้องนอนแขนชาทั้งคืนหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ ...ก็เขาไม่แน่ใจว่าถ้าปล่อยแล้วแจจุงจะยังหลับสนิทอยู่แบบนี้หรือเปล่า และในเมื่อให้คำตอบตัวเองไม่ได้ ก็นอนกอดไว้ทั้งคืนแบบนี้แหละ


xxxxxxxxxxxxxxxx


ใครจะรู้ว่าชองยุนโฮไม่ได้ไปสิงคโปร์ตามที่ลือกัน อันที่จริงเขากับแจจุงมาถึงสนามบินตั้งแต่เช้าและขึ้นเครื่องไปเกาะเชจูกันสองคน คิดว่าคงมีไม่ถึงสิบคนที่ตามถ่ายรูปเขากับแจจุงได้ แต่ถ้ารูปแพร่ออกไปก็คงน่าสะใจดีเหมือนกันเพราะเขากับแจจุงตัวติดกันเกือบตลอดเวลาที่อยู่ในสนามบิน ไม่พลาดช็อตเด็ดแน่ๆ


หัวหน้าแม่มดด่าแน่ๆ

..


แจจุงชอบทะเลมาก... ไม่แปลกเลยที่เจ้าตัวจะยิ้มกว้างแล้วก็สูดอากาศเข้าไปเต็มปอดทันทีที่มาถึง พวกเขาถ่ายรูปเล่นกันไปสามสี่รูปแล้วก็หันไปทักทายผู้ที่มาใหม่ที่ดูจะไม่ต่างจากคนพื้นเมืองที่นี่เท่าไหร่เพียงแต่ว่าอาจจะดูดีกว่าคนอื่นๆนิดหน่อย

“หวัดดีพี่!! แล้วก็...สวัสดีครับคุณแจจุง”

บางทีแจจุงก็ตั้งรับไม่ถูก...
เดิมทีเขาเป็นลูกคนเล็ก เป็นน้องชายถูกตามใจมาอย่างมากมายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อนที่มีอย่างจริงจังก็เป็นเพื่อนเรียนม.ปลาย เป็นช่วงเวลาที่เขารู้จักความเป็นผู้ใหญ่ในขั้นแรกๆ เป็นพวกที่เข้าหากันตอนที่แจจุงเริ่มจะเป็นแจจุงที่ไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจตัวเอง นั่นก็คือชิมชางมินและอีซังชอน แต่สำหรับคนตรงหน้านี้...ทำความรู้จักและเข้าหาเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูตามประสาคนขี้ระแวงแล้วก็แยกไม่ออกว่ามันเป็นของจริงหรือการกระทำที่เสแสร้งแกล้งทำขึ้นมา ถึงมันจะน่ารักแล้วก็ดูซื่อๆก็ตาม... แจจุงที่ยังสรุปอะไรไม่ได้ในตอนนี้ได้แต่ยิ้มแห้งๆที่อีกฝ่ายเอ่ยทักทายเขาอย่างเป็นกันเองทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนออกไปจนคล้ายกับว่าจะเป็นคนเสียมารยาท

“ผมชื่อยูชอน... พัค-ยู-ชอน ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เป็นญาติห่างๆฝั่งคุณพ่อของพี่ยุนโฮครับ”

อยากจะทวนถามอีกครั้งแต่แจจุงก็ต้องเก็บความสงสัยเอาไว้แล้วว่าจะตั้งใจถามเรื่องที่มาของไอ้ญาติห่างๆอะไรสักอย่างของพี่ยุนโฮคนนี้ทีหลัง

“อ่า...สวัสดีฮะยูชอน”

“...สรุปง่ายๆมันก็คือลูกพี่ลูกน้องของพี่นี่แหละแม่มด”

“แม่มดเหรอ? เท่จัง!”

ยูชอนยิ้มแป้น เขารู้ว่ายุนโฮพี่ชายเขาเป็นผู้ชายประเภทหลุดออกมาจากจอทีวี แต่ไม่คิดว่าจะมีชื่อเฉพาะเอาไว้เรียกแฟนน่ารักๆขนาดนี้ด้วย
น่าอิจฉาแฮะ...

“ดูนี่...ตรงนี้คือคำว่าแม่มดเลย” ยุนโฮเอานิ้วชี้จิ้มปลายจมูกของแจจุงเน้นๆ ยั่วโมโหแม่มดตัวจริงอย่างตั้งใจ

“พี่ยุนโฮ!!!!”

“นี่ไง...แม่มดอย่างงี้ด้วยนะโว้ย!” ขณะที่กำลังโดนตีแขนดังป้าบๆยุนโฮที่ทำท่าเหมือนจะปัดป้องก็พูดอวดญาติผู้น้องไปด้วย

“แต่น่ารักจังเลยนะ ผมชักอยากมีแฟนบ้างแล้วเนี่ย!”

“หาสิวะ”

“วันๆก็วิ่งดูไร่ให้ย่าแบบนี้ พี่จะให้ผมเอาเวลาที่ไหนไปหากับเขามั่งล่ะ ว่าแต่พี่สองคนไปคบกันได้ยังไง...หรือว่า คุณแจจุงก็เป็นดาราด้วยเหรอครับ”

“อ๋อเปล่าหรอก ฉันเป็น เอ่อ...”

“น้องของเจ้านายน่ะ”

“ใช่!”

“อา....ดูเหมือนคุณแจจุงจะพูดไม่ค่อยเก่งเลยนะ ไม่ต้องเกร็งหรอกครับ ผมก็อย่างงี้แหละ” ยูชอนตบไหล่แจจุงอย่างเป็นกันเองตามนิสัยเข้ากับคนง่ายที่มีติดตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่วายโยนระเบิดแกล้งแจจุงไว้ตูมเบ้อเริ่ม “เอาไว้ค่อยเกร็งตอนเจอกับย่าดีกว่า”

“ไอ้ยูชอน!!”

พอยุนโฮตีหัวเข้าหน่อยยูชอนก็ทำท่าเอามือปิดปากเอาไว้ ทำให้แจจุงเริ่มจินตนาการต่อถึงสิ่งที่จะเจอหลังจากนี้ที่ต่อให้ยุนโฮจูงมือเขาขึ้นแลนด์โรเวอร์คันใหญ่ของยูชอนไปที่บ้านแล้วก็ยังหยุดคิดไม่ได้

.
.


ยุนโฮเล่าให้ฟังหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าย่าซื้อกิจการสวนส้มต่อมาจากญาติอีกที ใครก็รู้ว่าส้มเชจูดังมากแล้วกิจการก็ไปได้ดีพอที่ย่าจะไม่ต้องพึ่งเงินจากอาชีพนักแสดงของยุนโฮมาตั้งแต่แรก แจจุงอยากจะพบกับบุคคลที่ชุบเลี้ยงยุนโฮมาตั้งแต่สามขวบอย่างคุณย่าจริงๆ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยจะถูกใจตนสักเท่าไหร่ก็เถอะ อย่างน้อยก็อยากจะทับทายและทำความเคารพอย่างเหมาะสมที่สุดเท่าที่จะทำได้

“พวกคนใช้บอกว่าย่าไปเยี่ยมเมียคนงานที่เพิ่งคลอดลูกที่โรงพยาบาลน่ะ เดี๋ยวผมจะให้เด็กมายกกระเป๋าพวกพี่ไปไว้ในห้องก่อนนะ แล้วเราค่อยพาคุณแจจุงไปดูไร่กัน” ยูชอนนัดแนะ จากท่าทางแล้วแจจุงสังเกตได้ว่าเขาเป็นคนแอคทีฟถึงขั้นไฮเปอร์คนนึงเลยทีเดียว

“แม่มดว่ายังไง?”

“...เอ่อ.....เราอยากพักก่อนน่ะ”

“อา...คงจะเหนื่อยสินะครับ งั้นไม่เป็นไร เชิญพักผ่อนได้ตามสบายเลยไว้ย่ากลับมาเมื่อไหร่ผมค่อยเรียกอีกทีก็ได้”

ยุนโฮกับแจจุงพยักหน้าเกือบจะพร้อมกันและหลังจากนั้นพวกเขาก็พากันขึ้นบันไดเข้าไปในห้องนอนที่ยุนโฮนอนประจำเวลากลับมาที่นี่ ซึ่งเขาไม่ได้มาตั้งเป็นปีแล้ว


พอเห็นเตียงแจจุงก็กระโดดลงไปนอนอย่างไม่รีรอ แม่มดของยุนโฮนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างน่ารักจนยุนโฮต้องยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพเข้าคอลเลคชั่นอีกครั้ง
“ชอบแอบถ่ายตลอดเลย”

“ก็เวลาเผลอๆน่ะน่ารักมากเลยนี่...ว่าตอนไม่เผลอน่ารักแล้วนะ พอเผลอแล้วมันกระชากใจคุณลุงมากเลยให้ตายเถอะ” ‘คุณลุง’ เอามือมากุมอกซ้ายประกอบคำพูดแล้วจึงปลี่ยนท่ามานั่งเอาแขนคร่อมตัวแม่มดที่กำลังนอนยิ้มอยู่จนรู้สึกว่าอาจจะเกินเลยไปมากกว่านี้ง่ายๆ “แม่มด...พี่อยาก.....”

“อยากเหรอ”

“อืม”

“...เดี๋ยวคุณย่าก็กลับมาแล้ว”

“แต่พี่....”

“ไว้คืนนี้ค่อยจัดการเถอะนะ ตอนนี้แค่นอนกอดกันน่าจะพอ” ยุนโฮเถียงอย่างดังอยู่ในใจว่า ‘ไม่พอ!!’ ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น แจจุงดูน่ารักสะกดใจเขามาตั้งแต่เช้าที่เขาปลุกไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนไปสนามบิน ที่ต่อให้จะงัวเงียและงอแงไม่รู้เรื่องจนเหวี่ยงมือมาตบหัวยุนโฮโดยไม่รู้ตัวยังไงก็ตามก็ยังถือว่าน่ารัก นอกจากนั้นแจจุงยังน่ารักมากจนตอนที่อยู่บนเครื่อง...ยุนโฮไม่เคยเห็นใครหลับทั้งที่ยังมีโลลี่ป็อปอยู่ในปากมาก่อนเลยในชีวิตนี้ แล้วแจจุงก็เป็นคนแรก

“.............”

“อย่ามาทำตาแบบนี้นะ”

“ขอพี่จูบหน่อยได้มั๊ย”

“ไม่ได้” แจจุงส่ายหน้า เอามือปิดปากตัวเองเป็นการป้องกัน

“กลัวตัวเองจะใจอ่อนล่ะสิ”

“ไม่รู้~”

“มันน่านัก!” ยุนโฮไม่ปล่อยให้แจจุงนอนสบายๆแน่นอน เขาก้มหน้าลงไปใกล้ๆจนปลายจมูกติดกันแล้วก็ทำท่าจะล้อเล่นกับคอขาวๆของแม่มดเหมือนทุกทีพออีกฝ่ายไม่ยอมมากเข้าก็งัดไม้เด็ดขึ้นมาใช้... ชายหนุ่มจี้เอวอีกฝ่ายจนคนบ้าจี้หัวเราะร่วนพลางดิ้นไปดิ้นมาพร้อมกับปากที่ร้องขอให้หยุดสักที

“อ๊า! หยุด....พี่ยุนโฮ...ฮะๆๆ......หยุด...ฮ่าๆๆ หยุดเดี๋ยวนี้.....ก็ได้.....ยอมแล้ว....”

ในที่สุดยุนโฮก็หยุด เขาไล้ปลายนิ้วตั้งแต่หน้าผาก ผ่านสันจมูกที่เขาไม่เคยชอบเลยในตอนแรกมาจนถึงคางและต่อไปที่คอของแจจุงก่อนจะหยุดเมื่อถึงคอเสื้อ
มันเป็นปกติอยู่แล้วที่หัวใจจะเต้นแรงๆเพราะได้อยู่ในบรรยากาศแบบนี้กันสองต่อสอง
พวกเขาสบตากัน ยิ้มให้กัน แล้วในที่สุดยุนโฮก็โน้มหน้าเข้าไปจูบหน้าผากคนรักอย่างอ่อนโยน

“แม่มด”

“หืม?”

“พี่ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไงบ้าง...แต่ว่า แม่มดอย่าไปไหนนะ”

“หมายความว่าไง?”

“พี่กลัวเราทนปัญหาไม่ได้แล้วก็ถอดใจ ย่าจะพูดจะบอกอะไรที่มันทำร้ายจิตใจแม่มดบ้างมั๊ยพี่ก็ไม่รู้ แต่พี่ขอนะ...อดทนหน่อย จะเพื่อพี่หรือตัวเองก็ดี...สิ่งสำคัญคือต้องอดทน เข้าใจพี่มั๊ย”

“อืม...รู้แล้ว”

“พี่รักเรานะ”

“เหมือนกัน...”

“ขอบคุณ...แม่มดน่ารักมากเลย”


xxxxxxxxxxxxxxxxx


พวกเขานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นตรงหน้าหญิงชราที่ยุนโฮกับยูชอนเรียกว่าย่า ตลอดห้านาทีที่นั่งอยู่นี้ไม่มีสักวินาทีเดียวที่ยุนโฮปล่อยมือแจจุง เขารู้ว่าแจจุงไม่ค่อยได้เข้าหาผู้ใหญ่ที่ไหนเท่าไหร่นักก็เพราะครอบครัวที่เคยมีแค่พ่อแม่ลูกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วไหนจะพ่อกับแม่ที่ต้องหนีหนี้สิ้นและฐานะล้มละลายออกนอกประเทศไปตั้งแต่ยังเด็กอีกดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่แจจุงจะรู้สึกเกร็งๆและทำตัวไม่ค่อยถูกอยู่บ้าง

“เธอชื่ออะไร?”

“ผม....”

“แจจุงไงย่า แม่ก็น่าจะบอกแล้วนี่ครับ”

“อายุเท่าไหร่”

“22แล้ว แต่แฟนผมหน้าเหมือน18เลยใช่มั๊ยล่ะ”

“ไอ้ยุนโฮ!!!!” ทุกคนมีอันต้องสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงอันทรงพลังของหญิงชราที่ต่อให้ยุนโฮหรือยูชอนจะโดนมานักต่อนักแล้วก็ตามแต่พวกเขาไม่เคยชินเลย “ย่าถามแฟนแก! ไม่ได้ถามแก!!! ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเปิดปากออกมาเลยนะ”

“ขอโทษครับ”

“ไง...” คราวนี้หญิงชรากลับมาสนใจแจจุงอีกครั้ง “ชื่ออะไร...อายุเท่าไหร่”

“ผมชื่อคิมแจจุง อายุ22ครับ”

“เธอเรียนจบหรือยัง”

“ยังฮะ...ผมกำลังเรียนเอกภาษาฝรั่งเศส.....”

“ฉันยังไม่ได้ถาม”

แจจุงสาบานเลย ไม่เคยมีครั้งไหนอยากจะวิ่งไปหลบหลังยุนโฮเท่าครั้งนี้มาก่อนเพราะรู้สึกว่าแรงบีบมือเป็นกำลังใจที่ยุนโฮส่งมาให้มันไม่พอจริงๆ

“ข...ขอโทษครับ”

“เธอเป็นคนโซล?”

“ครับ”

“พ่อแม่ทำอะไร”

“พ่อกับแม่ท่านเคยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นี่ แต่ว่า...ตอนนี้อยู่ที่ยุโรป....ครับ”

“งั้นเธออยู่คนเดียวรึ?”

“อ๋อ เปล่าฮะ ผมมีพี่สาวอีกคนนึง”

“พี่สาวเธอทำอะไรอยู่? ธุรกิจของพ่อแม่เหรอ?”

“เปล่าครับ พี่สาวผมทำบริษัทเกี่ยวกับวงการบันเทิง เอ่อ...เป็นเจ้าของต้นสังกัดของพี่ยุนโฮน่ะครับ”

“หืม?”

“ครับ?”

“เป็นท่านประธานของยุนโฮสินะ”

“ใช่ครับ แต่ว่า...พี่สาวผมอายุเท่ากับพี่ยุนโฮเลย พวกเราสามคนสนิทกันมาก ช...ใช่มั๊ยพี่ยุนโฮ?”

“ใช่แล้วย่าพวกเราไปดริงค์กันบ่อยๆด้วย”

“.............” หญิงชราเงียบไปจนน่ากลัวว่าจะพูดหรือตวาดอะไรออกมาอีกหรือเปล่า “เธอควรจะเลิกกับยุนโฮ”

“หา!?”

“อะไรกันย่า? นี่ทำไมถึง...”

ในห้องถึงกับแตกตื่น ทั้งคุณพระเอกหนุ่มและนักศึกษาคณะอักษรฯมีอันต้องร้องหาเหตุผลของการว่าคำสั่งสายฟ้าแลบนี้

“แกคิดดูดีๆสิยุนโฮ...พี่สาวเขาเป็นเจ้านายแก แล้วแกไปคบกับเขาแบบนี้คนนอกเขาจะมองยังไง?”

“โธ่ มันไม่มีใครมองอะไรสักหน่อย”

“แกอยากให้เขาพูดกันว่าแกเกาะน้องเจ้านายเพื่อไต้เต้างั้นเหรอ?”

“คุณย่า...คุณย่าฟังผมก่อนนะครับ” คราวนี้แจจุงพูดบ้าง น่าเสียดายที่ย่าของยุนโฮไม่เคยแพ้หน้าหวานๆของใคร “คือว่าเราสองคนบริสุทธิ์ใจนะครับ อีกอย่าง...พวกเราก็คบกันตอนที่พี่ยุนโฮดังระเบิดแล้ว ต่อให้ไม่มีผมพี่ยุนโฮก็สบายแล้ว เขาดังมากๆนะฮะคุณย่า เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผมหรอก”

“ใช่แล้ว ผมน่ะ...ไม่ได้บอกนักข่าวหรือทุกคนเลยนะว่าเราเป็นแฟนกัน มีไม่กี่คนหรอกที่รู้...อ้อ...แล้วจองอา...เอ่อ...ท่านประธานน่ะ เธอไม่ค่อยเอาตัวน้องชายไปออกสื่อหรอกนะครับ วางใจได้เลย”

“ถ้าพวกเธอยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง ฉันก็จะปล่อยไป”

“จริงสิย่า ผมไม่โกหกหรอก”

ทุกคนเลิกพูดเรื่องนี้ไป เล่นเอาแจจุงอยากจะถอนหายใจแรงๆให้มันรู้สึกโล่งจริงๆสักทีแต่ติดที่ว่าถ้าทำไปแล้วคงได้โดนจับตามองข้อหาไม่รักษามารยาทอีกแน่เลย

“เท่าที่ฟังดูแล้ว เธอมาจากครอบครัวที่รวยมากสินะ ต่อให้เธอจะเถียงว่าไม่ได้รวยมาตั้งแต่เกิดหรืออะไรก็ตาม ตอนนี้เธอก็คงเป็นเศรษฐีอยู่ดี”

“ไม่หรอกฮะ”

“ว่าแต่พวกคนรวยนี่เขาไม่สนใจอยากจะมีลูกมีหลานกันหรือยังไง?”

“เห?”

“พ่อแม่ หรือแม้แต่พี่สาวของเธอไม่หวังจะให้เธอแต่งงานกับผู้หญิงดีๆแล้วก็มีลูกบ้างเหรอแจจุง”

แจจุงอ้าปาก แต่ไม่รู้จะตอบอะไรดีก็ในเมื่อจองอาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

“ผมคิดว่า... พี่สาวก็อาจจะแอบหวังนิดหน่อยถ้าผมไม่มีใครหรือถ้าผมมีแฟนเป็นผู้หญิง...แต่เธอคงเห็นแล้วว่าผมกับพี่ยุนโฮไปได้ดีก็เลย....”

“ไปได้ดีเหรอ?”

“ครับ”

“ก็คงดีสินะ ทั้งพ่อทั้งแม่ไอ้หมีนี่เอาเรื่องเธอมาชื่นชมให้ฉันฟังจนฉันเบื่อแล้วล่ะ ไอ้ลูกชายและลูกสะใภ้ฉันก็เหลือเกิน...คงแพ้หน้าเหมือนผู้หญิงของเธอนี่แหละมั๊งก็เลยเลิกคิดเรื่องมีหลานไปง่ายๆ”

“..............”

“ฉันมีความสุขมากที่มีหลานอย่างไอ้ยุนโฮ เธอคิดมั๊ยว่ามันคงจะดีมากเลยถ้าหากฉันจะได้มีหลานแบบนี้อีกสักคน...เป็นหลานทวดน่ะ”

“...ย่า เลิกพูดเถอะครับ”

“เธอจะใช้เวลาสักคืนนอนคิดให้แน่ใจก็ได้นะว่าเธอคลอดหลานฉันไม่ได้จริงๆ แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมาบอกฉันก็ได้ว่าเธอจะทำยังไง”

“..............”

“อะไร? จะร้องไห้เหรอ? ฉันพูดกับลูกหลานตลอดว่าไม่ชอบให้ผู้ชายร้องไห้ และถ้าเธอร้องล่ะก็...ฉันคงไม่ชอบเธอหนักเข้าไปอีกแน่ๆ”

“..............”

“ยุนโฮ”

“ครับ”

“แกทำให้ย่าผิดหวังมาก....ยูชอน! มานี่หน่อยซิ!!”

เรียกแค่ครั้งเดียวยูชอนก็วิ่งเข้ามาในห้อง เขาชะงักกับบรรยากาศแย่ๆนี่นิดหน่อยก่อนจะตั้งสติและเข้ามาประครองให้หญิงชาที่เป็นย่าแท้ๆลุกขึ้นตามปกติ โดยที่ก่อนจะออกไปเขาแอบมองหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยความเป็นห่วงและอยากจะให้กำลังใจเพราะดูแล้วก่อนหน้านี้ย่าคงจะพูดอะไรที่มันผ่าเข้ากลางใจของทั้งสองแน่นอน


ทันที่ที่ยูชอนปิดประตูให้ในห้องมีแค่สองคนแล้วแจจุงก็นั่งต่อไปไม่ไหว เจ้าตัวเกือบจะทิ้งตัวลงกับพื้นแล้วถ้ายุนโฮไม่ได้รับไว้ซะก่อน แม่มดที่ใจไม่ดีมาตั้งแต่แรกร้องไห้จนน้ำตานองหน้าเต็มไปหมดแม้คำปลอบของยุนโฮก็ดูจะไม่เข้าหูเสียเลย

“พี่อยู่นี่แจจุง ร้องออกมาเยอะๆเลย”

“จะทำยังไงดี... ยังไงก็มีหลานไม่ได้”

“ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้เราเลิกกันหรอก” ยุนโฮหมายความแบบนั้นจริงๆ ต่อให้เขาต้องทำให้ย่าผิดหวังอีกสักครั้งเขาก็จะไม่ปล่อยมือแจจุงไปไหน คนที่แจจุงควรจะอยู่ข้างๆนั่นคือเขาไม่ใช่ใครคนอื่น

“..............”

“ขอโทษนะ แต่พี่อยากขออีกครั้ง....อดทนหน่อย”

“...............”

“อดทนกันอีกหน่อยนะแจจุง...”




TBC






.......................

TALK


เหมือนเราหายไปนานเลยอ่าาาาา
*กรีดเลือดโชว์*


ตอนนี้ปิดเทอมแล้วค่าาา
แต่ก็แปลกนะ ตั้งใจมาตลอดว่าหลังสอบจะจัดหนักกับการเขียนฟิค
แต่แล้วเราก็ไม่เขียน นอกจากจะนอนอย่างไม่เคยนอนแล้วเราก็เล่นอย่างไม่เคยเล่น
หลงอยู่ในยูทู้บเป็นวันๆ
ดูไม่มีสาระเลย 55555

นี่ก็เพิ่งฟื้น100%จากคอนเสิร์ตค่ะ
หายปวดซีกซ้ายแล้ว(เราถนัดซ้าย ถือแท่งไฟมือซ้าย)

ส่วนแม่มดตอนที่4นี่ดูดราม่ากว่าตอนก่อนเบาๆเนอะ
แบบจะเป็นตอนเดียว(มั้ง)ที่มีอารมณ์แบบนี้
เพราะเราหมายมั่นปั้นมือ พยายามจะไม่เขียนอะไรดราม่าๆ
(เพราะเหตุนี้2012HEROTICถึงได้แค่ตอนเดียวมานานแล้ว)

แล้วก็ส่งคุณย่าโหดๆมาดุแม่มดด้วย
นาทีนี้ขอแม่ยกของแม่มดจงโอ๋นางโดยพร้อมเพรียง 5555


สำหรับตอนหน้าเราจะพยายามมากๆเลย
จะทำให้มันทั้งดีและเร็วนะคะ

QUOTE
อย่าลืม hashtag #YOUx3 นะคะ
มาเ่ล่นกันๆ ^__.^


ขอบคุณทุกคนค่ะ



No comments:

Post a Comment