May 4, 2012

[FIC] YOU DA ONE [YUNHOxJAEJUNG][09]


user posted image

Title: YOU DA ONE
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC +EROTIC 


แจจุงจุดบุหรี่สูบหลังจากที่หักดิบเลิกไปแล้วเกือบปี

สภาพห้องที่เห็นอยู่ตอนนี้เละเทะยิ่งกว่าตอนแรก เสื้อผ้าของยุนโฮกระจัดกระจายอยู่รอบๆส่วนที่เป็นห้องนอน กระเป๋าเสื้อผ้าของเขายังอยู่ตรงห้องนั่งเล่น... เมื่อคืนยุนโฮคงตรงดิ่งมาจากสนามบินสินะ
แม่มดที่สิ้นฤทธิ์อย่างหมดจดอัดควันบุหรี่เข้าปอดด้วยท่าทีเรียบเฉย ที่ปากยังรู้สึกถึงรสประหลาดๆของเลือด เมื่อเอามือแตะๆไปก็รู้ว่ามันบวม ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่ว่าจะโดนตบหรือว่าโดนรักอย่างบ้าคลั่งแบบไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ล่ะก็คงได้หาทางหลบหน้ายุนโฮที่เป็นคนทำและคงคิดจะหนีไปให้ไกลที่สุดด้วยความไม่พอใจแน่ๆ แต่ในครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง ...เพราะมันเป็นแจจุงเองที่สนุกจนเกินเลย ถึงจะบอกว่าแค่จูบก็เถอะแต่ถ้ายุนโฮให้พุ่งเข้ามาก่อนล่ะก็อาจจะได้เกินเลยกันไปถึงไหนต่อไหน ต่อให้ต้องนอนกับชางมินที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนประถมก็ตามแต่เมื่อต่างคนต่างได้สติทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะการกระทำหรือความรู้สึก...มั่นใจได้เลยว่ามันต้องเปลี่ยน ดังนั้นการที่ยุนโฮเข้ามาและบันดาลโทสะชกชางมินไปหลายหมัดแถมตบหน้าแจจุงจนชายกทั้งแถบนั้นถือว่าถูกจังหวะมากๆแล้ว ยุนโฮทำถูกแล้วที่สั่งสอนกันด้วยวิธีของผู้ชายแบบนี้...

พูดถึงชางมิน...
ป่านนี้รปภ.คงมาเอาตัวไปอย่างที่ยุนโฮโทรแจ้งแล้ว ใจจริงก็อยากจะลุกไปดูให้เห็นกับตาว่าชางมินไปจากที่นี่แล้วจริงๆ แต่ร่างกายที่ดูเหมือนจะไม่เป็นของแจจุงคนเดียวอีกต่อไปตั้งแต่พบกับยุนโฮก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนทำอะไรไปได้มากกว่านี้เท่าไหร่นัก

แจจุงปวดหัว... อยากได้แค่น้ำเปล่าสักแก้วก็ยังดี แต่สำหรับความบอบช้ำที่เกิดกับร่างกายในขณะนี้ทำให้รู้สึกว่าครัวอยู่ไกลเหลือเกิน

ก่อนหน้านี้พอออกมาจากห้องน้ำอย่างกล้าๆกลัวๆโดยที่ต้องหาอะไรยึดเกาะเกือบตลอดทางเพราะเมาไวน์จนชักจะเดินไม่ตรง แจจุงเดินไปหายุนโฮที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับที่แจจุงนั่งอยู่ในขณะนี้ แต่แค่เห็นหน้าก็อยากจะร้องไห้อีกแล้ว อยากจะร้องทั้งด้วยความรู้สึกผิดและความกลัว เดาไม่ยากหรอกว่ายุนโฮจะทำอะไรกับคนไม่ซื่อสัตย์คนนี้แต่แจจุงกลัวต่างหากว่ายุนโฮจะรังเกียจ จะไม่แตะต้องไม่ทำอะไรเลย

แต่ท้ายที่สุดยุนโฮก็ทำ เขาใช้ทั้งมือทั้งปากคลึงเค้นไปทั่วทุกซอกทุกมุมของแจจุงราวกับจะตรวจหาร่องรอยที่เกิดจากคนอื่น มันไม่ผิดหรอกที่เขาจะระแวงบ้าง แจจุงยอมทำตามทุกอย่างที่เขาบัญชา ยอมจูบตอบเขาอย่างยาวนานที่สุดจนเกือบจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ ถึงแม้เขาจะจูบอย่างไม่ระวังแผลที่ปากของแจจุงเลย ถึงแม้เขาจะดึงผมสีทองจนน่ากลัวว่ามันจะหลุดติดมือไป ถึงแม้เขาจะรุนแรงเหมือนสัตว์ป่า ถึงเขาจะไม่สนเสียงร้องไห้และเสียงร้องโอดโอยจนดูเหมือนคนไม่มีหัวใจก็ตาม สาบานได้เลยว่าแจจุงไม่โกรธ... ไม่ถือโทษอะไรสักนิดก็ในเมื่อปัญหานี้ตนเป็นคนก่อเอง ยุนโฮคือคนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนแจจุงคือคนสุดท้ายที่รู้สึกถึงมัน

ในตอนนี้ยุนโฮนอนหลับ ซึ่งถ้าในครั้งที่3แจจุงไม่แกล้งทำเป็นหมดแรงจนหลับไปทันทีที่ยุนโฮส่งความสุขสมเข้ามาจนร้อนไปทั่วท้องน้อยล่ะก็...ป่านนี้เขาก็คงยังไม่หยุด เขาอาจจะทำจนแจจุงร้องขอชีวิตเลยก็ได้ และเมื่อหยุดแล้ว เขาจับแจจุงนอนดีๆ ห่มผ้าให้ก่อนที่จะอัดบุหรี่อีกมวนแล้วค่อยลงนอนบ้างพอเสียงกรนเบาๆที่เป็นสัญญาณของการนอนหลับสนิทของเขาเริ่มจะดัง แจจุงที่ทำเป็นหลับมาตลอดก็ได้ลืมตาและยันตัวเองขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าและเบาแรง แล้วก็เอาบุหรี่ของยุนโฮมาสูบนี่เอง

เขาคงจะเหนื่อยที่ต้องนั่งเครื่องบินข้ามทวีปผ่านม่านเวลาที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงมาเพื่อเจออะไรแบบนี้ ยุนโฮคงใช้พลังไปกับเซ็กส์ที่ถือเป็นบทเรียนสำหรับแจจุงครั้งนี้มากเหมือนกันด้วย ดูจากร่องรอยฟกช้ำบนตัวเองบอกได้เลยว่ามันมากกมายกว่าครั้งไหนๆ ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้แจจุงร้องไห้อีกครั้งหลังจากที่ร้องอย่างมากไปแล้วตอนที่ถูกยุนโฮ ‘สั่งสอน’

มันคงเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าต่อให้ยุนโฮทำแบบคืนนี้ซ้ำๆไปอีกสักสองสามคืนมันจะหายไปมั๊ยแต่คิดว่าคงไม่มีทาง

ตอนที่จูบกับชางมิน...มันเยี่ยมมาก
ชางมินเป็นพวกเขี่ยวชาญเรื่องบนเตียง เขารู้จุดอ่อนหลักๆของทั้งหญิงและชาย รู้ว่าจะจับตรงไหน จูบตรงไหนอีกฝ่ายถึงจะโอนอ่อนยอมให้หมดตัวหมดใจ เพราะฉะนั้นการจูบกับชางมินที่เป็นคนแบบนี้จึงทำให้ติดใจและอยากจะจูบอีกเรื่อยๆ แจจุงจำวินาทีที่พัวพันลิ้นกันอยู่ในปากได้ ถึงจะเมานิดๆก็รู้ว่าตนจะยอมแลกทุกอย่างกับจูบนั้นได้ มันคืออารมณ์...แถมยังเป็นอารมณ์ชั่ววูบเสียด้วยที่ทำให้แจจุงรู้สึกอยากนอนกับชางมินขึ้นมาชั่วขณะ เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้นในขณะที่สมองไม่คิดอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลเลยสักอย่าง
เพราะเป็นแบบนั้นทั้งคู่สินะถึงได้ทำบ้าๆลงไป...

ที่สุดแล้วก็มียุนโฮนี่แหละที่สง่างามเสมอในความคิดของแจจุง
เขาพูดเสมอว่าแจจุงคือโลกเวทมนตร์ของเขา...เขามีความสุขเสมอกับทุกคำพูดทุกการกระทำของแจจุงที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกสาป
แจจุงไม่เคยบอกออกไปหรอก....
สิ่งที่คิดอยู่เสมอคือถ้าหากแจจุงเป็นโลกเวทมนตร์ของยุนโฮ... พระราชาหนึ่งเดียวของโลกใบนั้นจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ตัวเขาเอง
ยุนโฮมีเสน่ห์มากในทางตรง เขาทำอะไรพื้นๆก็มีเสน่ห์ ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย หรือยืนนิ่งๆโดยไม่ถอดเสื้อผ้าสักชิ้นก็ยังมีเสน่ห์
เป็นผู้ชายจิตใจดี เขาดีเกินกว่าเทพปกรณัมหลายๆองค์ที่คนพูดถึงกันเสียอีก

หัวใจสั่นวูบไหวทุกครั้งที่ทบทวนตัวเองแล้วว่าทำให้ผู้ชายดีๆคนนี้เสียใจ แต่แจจุงเคยทำอะไรได้ที่ไหนนอกจากบอกคำขอโทษที่ไม่เคยพอ ...โลกนี้มีคำไหนที่ดีกว่าคำว่าขอโทษมั๊ยนะ

มือขาวเสยผมสีน้ำตาลของคนนอนหลับให้เห็นหน้าชัดๆ เห็นอีกครั้งแบบนี้ก็บอกกับตัวเองอย่างแข็งขันได้เลยว่าถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ จะเจ็บจะปวดกว่านี้อีกเท่าไหร่ก็พร้อมที่จะยอมให้

“ขอโทษ...”

น้ำตาที่ดูเหมือนจะหยุดไหลหยดแหมะลงอีกแล้ว ถ้าร้องแล้วแก้ไขทุกอย่างได้ก็คงจะดี...แต่น่าเจ็บใจเหลือเกินที่แจจุงหาประโยชน์อะไรจากการร้องไห้อย่างระวังครั้งนี้ไม่ได้เลยจนกระทั่งหลับไป



xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx



สายน้ำจากฝักบัวรินรดลงทั่วร่างอันสมบูรณ์แบบของเขาจนชุ่มฉ่ำตั้งแต่หัวจรดเท้า... ในเวลานี้ยุนโฮไม่มีความคิดเรื่องอื่นผ่านเข้ามาในหัวเลยจนดูเหมือนกับความจริงที่ว่าสำหรับเขาแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของคิมแจจุงได้เลยจะกลับมาตอกย้ำเขาอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ใช่...ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่
ตั้งแต่แรกแล้วที่เรื่องของแจจุงสำคัญกว่าเรื่องของตัวเอง


เขาไม่รู้ว่าป่านนี้แจจุงที่นอนอยู่ข้างนอกจะตื่นขึ้นมาหรือยัง และถ้าหากตื่นขึ้นมาแล้วจะรู้สึกยังไงในเมื่อเขาระเบิดอารมณ์และความรู้สึกไปกับเรื่องเมื่อคืนทั้งหมดแล้ว และแม้จะทำเช่นนั้นเขาก็ยังไม่หายโกรธ

ยุนโฮรู้ดีว่าแจจุงและชางมินเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยประถม ขนาดจองอายังทำกับชางมินเหมือนเป็นคนในครอบครัว...อย่างน้อยหัวหน้าแม่มดก็ไม่เคยบุกไปทึ้งหัวชางมินบนที่นอนเหมือนที่เขาเคยโดนมาแล้ว แต่เหตุการณ์เมื่อวานมันติดตาเขาเกินไปจริงๆ ต่อให้อยากจะลบมันมากแค่ไหนมันก็ใช่ว่าจะง่ายเหมือนการทิ้งใบปลิวของร้านคริสปี้ ครีมลงในถังขยะข้างทาง แต่หลับตาก็เห็นแล้ว...
นอกจากเขาจะรู้ว่าแจจุงและชางมินเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว เขายังรู้อีกด้วยว่าแค่ไวน์ชีราซพวกนั้นทำให้เด็กสองคนนั้นขาดสติถึงกับทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัวไม่ได้ติอย่างแน่นอน

...นี่แหละที่เขาถึงโกรธขนาดนั้น

อันที่จริงถ้าไม่นับเป็นงานยุนโฮจูบกับคนอื่นมานักต่อนักแล้ว แจจุงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่มันก็ต่างไปจากตอนนี้ราวฟ้ากับเหว เพราะครั้งนี้มันเกิดขึ้นในตอนที่แจจุงยังคบกับเขาอยู่ แล้วชางมินก็รู้เรื่องนี้ดี...เห็นได้ชัดว่าสองคนนั้นไม่บริสุทธิ์ใจ



ยุนโฮตั้งใจว่าก่อนที่เขาจะออกไปถ่ายรายการที่บ้านเกิดตอนพรุ่งนี้เช้าจะต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ แต่ทั้งนี่ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าแจจุงจะยอมพูดทุกอย่างออกมามั๊ย และขณะนี้พระเอกหนุ่มกำลังถามตัวเองว่าเขาจะทำยังไงถ้าหากแจจุงร้องไห้ออกมาเหมือนเมื่อคืน
ความโกรธที่เหมือนไฟร้อนๆของเขามันเริ่มจะมอดไปแล้วในเช้าวันนี้ และคนที่ตรงต่อความรู้สึกตัวเองอย่างยุนโฮก็คงไม่ปั้นหน้าทำเป็นโกรธเหมือนเมื่อคืนเพื่อขู่แจจุงหรอก



xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx


การกระทำที่ดูเลื่อนลอยที่สุดในตอนนี้ของแจจุงคือการเลื่อนดูรูปถ่ายของตัวเองกับยุนโฮที่อุตส่าห์แยกออกมาเป็นอัลบั้มเฉพาะเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ และขณะที่กำลังดูVDOที่ถ่ายเอาไว้ตอนที่นอนเล่นอยู่บนเตียงในโรงแรมหนึ่งที่โอกินาว่าด้วยรอยยิ้มเพราะความทรงจำที่มีเจ้าโทรศัพท์ในมือก็สั่นเตือนว่ามีข้อความเข้า




* ชางมิน * 
ยิ่งเห็นว่ามาจากใครก็เลยจำเป็นต้องหยุดดูวีดีโอส่วนตัวไว้เพื่อมาพิมพ์ตอบข้อความอย่างรวดเร็ว


- เกือบตายแล้วว่ะ นี่นายเป็นไงบ้าง? พี่โหดเขาหายโกรธหรือยัง -
- ขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องเจ็บตัว -
- ช่างมันเถอะ... สุดท้ายพ่อกับไอ้ลุงหัวล้านก็เลิกคลั่งเรื่องแต่งงานแล้วนะ -
- ดีใจด้วย -
- ดีใจ? ที่ฉันต้องนอนหยอดข้าวต้มอยู่น่ะเหรอ? ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่ะ ก็แค่หน้าบวมจนออกไปไหนไม่ได้น่ะ -
- พี่ยุนโฮโกรธมาก -
- สมควร...อย่าให้เขารู้นะว่านายพูดอะไรตอนที่เราเริ่มจูบกัน มันอันตรายมาก อ่านข้อความนี้เสร็จแล้วลบทิ้งไปเลยยิ่งดี -
- แล้วฉันพูดอะไร? จำไม่ได้ว่ะ -
- ก็ฉันถามว่าเขาคงไม่ฆ่าฉันใช่มั๊ย? ....ส่วนนายก็ตอบว่า ไม่หรอก...ถ้าเขาไม่รู้ -




เหมือนสมองหยุดทำงานทันทีที่อ่านข้อความล่าสุดของชางมินจบ แจจุงอยากจะย้อนถามเพื่อนสนิทอีกครั้งว่าตนพูดอย่างนั้นจริงๆหรือ แต่คิดๆดูแล้วชางมินไม่มีเหตุผลที่จะต้องล้อเล่น และต่อให้ล้อเล่นจริงๆแจจุงไม่ตอบข้อความนานขนาดนี้ทางนั้นก็น่าจะส่งข้อความตามมาบอกแล้วว่าแค่เรื่องล้อเล่น

นี่เราพูดแบบนั้นจริงๆเหรอ?

- นายแน่ใจนะ ว่าฉันพูดแบบนั้น -
- ก็แน่น่ะสิ แต่เมื่อคืนมันเริ่มเมา ก็เลยไม่ได้คิดเรื่องเหตุหรือผลอะไรเท่าไหร่ ไวน์นั่นอ่อนกว่าที่เราดื่มกันปกติซะอีก ต่อให้เริ่มเมาแต่ก็ยังไม่เมาเต็มที่กันซะหน่อย -
- ฉันพูดอะไรแปลกๆอีกมั๊ย? -
- เท่าที่จำได้ก็มีแค่นี้แหละ แต่อย่างที่ฉันบอก...อ่านแล้วลบไปเลยนะ มันอันตราย เขาอาจจะเห็นก็ได้ -
- ขอบใจมาก...ฉันคงตอบข้อความไม่ได้สักพักนึง อย่าเพิ่งส่งหรือติดต่อมานะ เว้นแต่ว่าอยากโดนต่อยอีกสักหมัดน่ะ -
- เข้าใจแล้ว ยังไงทางนี้ก็ต้องขอโทษด้วยนะ แล้วจะติดต่อไปใหม่ -



แจจุงโยนโทรศัพท์มือถือลงกับที่ว่างบนเตียง เจ้าตัวยกมือขึ้นมากุมขมับอีกครั้งเหมือนความคิดเจอกับทางตันไปไหนไม่ได้ แม่มดใจร้ายกำลังโกรธตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
ทั้งที่ปกติเทิดทูนบูชาเอายุนโฮขึ้นหิ้งตลอด แล้วทำไมครั้งนี้ถึงได้พูดจาย่ำยีหัวใจของยุนโฮได้แบบนี้

พอรู้อย่างนี้ยิ่งไม่กล้าเผชิญหน้ากับยุนโฮที่ยังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำอยู่เข้าไปใหญ่ สมองที่ทำงานหนักจนคล้ายว่าจะคิดได้แต่อะไรเพี้ยนๆไปแล้วประมวลผลอยู่ว่าถ้าจู่ๆคิดจะบินตามพี่สาวไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ฝรั่งเศสตอนนี้จะต้องทำยังไงบ้าง หรือจะหนีไปหาที่หลบภัยสักพักดี เพราะนาทีนี้ไม่กล้าเจอยุนโฮ...ไม่ได้กลัวจะถูกตบหรือถูกทำอะไรแรงๆอีกแต่ว่าเกิดความละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้าต่างหาก

คิมแจจุง....แกมันเลว!





.



.

.
.
.


บรรยากาศน่าอึดอัดยกกำลังสองวนเวียนอยู่ในห้องนี้...

แจจุงนั่งอยู่บนเตียงในสภาพเดียวกับที่นั่งอยู่กลางดึก ข้างๆตัวมีกล่องปฐมพยาบาลที่ยุนโฮยื่นมือคร่อมร่างมาหยิบยาเพื่อทาแผลที่แตกให้ทำให้พวกเขาใกล้กันมากๆในบางจังหวะ แจจุงน่ะใจเต้นแรกเหมือนพบรักครั้งแรกแต่เขาไม่แน่ใจว่ายุนโฮคิดอะไรอยู่เพราะตั้งแต่ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำมาเขาก็ไม่พูดอะไรเลยแม้แจจุงจะส่งเสียงเรียกก็ไม่ขานรับ ยุนโฮดูนิ่งและน่ากลัวกว่าที่เคยไปแล้วจนกระทั่งที่เขินเดินกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลนี่แหละที่แจจุงยังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างว่ายุนโฮยังไม่ถึงกับเกลียดตน

ยุนโฮกำลังคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการเรื่องตารางงานของในวันพรุ่งนี้ที่ดูเหมือนว่ามีอะไรต้องสับเปลี่ยนนิดหน่อย เขาดูหัวเสียกับผู้จัดการส่วนตัวที่คงจะเอ่ยแซวเหมือนทุกครั้งที่รู้ว่าเขาอยู่บ้าน ถ้าเป็นปกติเขาจะหัวเราะหรือไม่ก็พูดตลกกลับไป แต่ครั้งนี้ดาราหนุ่มกลับขมวดคิ้วแล้วรีบบอกปัดเพื่อตัดสายไปเพื่อหันมาทาแผลที่ปากให้แจจุงต่อ

วันนี้ในห้องเงียบเชียบกว่าปกติแล้วมันก็มีบรรยากาศแปลกๆทำให้เหงื่อตกได้นิดหน่อยด้วยแจจุงเลยตัดสินใจเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาเองตอนที่ยุนโฮหันไปเปลี่ยนก้านสำลีอันใหม่

“พี่ยุนโฮ...เราขอโทษนะ”

“................”

“ได้ยินมั๊ย...เราขอโทษ”

ยุนโฮกำลังคิดว่าคำขอโทษนี่มันพูดกันง่ายๆแบบนี้เองสินะคนถึงได้ทำผิดกันโดยไม่คิดอย่างทุกวันนี้


“......ได้ยินแล้วครับ”


เกลียด...
เกลียดสายตาเฉยเมยเย็นชาแบบนี้ของยุนโฮเหลือเกิน

“ทำไมพี่ไม่พูดอะไรมากกว่านี้? ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกไปทั้งวัน หรือทั้งอาทิตย์...พี่รู้ใช่มั๊ยว่าเราบ้าแน่ๆ”

“..............”

แจจุงที่ดูเหมือนเซ้าซี้จนน่ารำคาญมีอันต้องเงียบปากไปในที่สุดเมื่อยุนโฮทิ้งก้านสำลีที่ใช้ป้ายยาลงกับถังขยะแล้วก็พูดมันออกมาเหมือนกับจะโมโหอีกครั้ง

“แล้วทำไมแจจุงถึงทำแบบนี้กับพี่!? พี่เป็นใคร ไม่ใช่คนของเราหรือไง? คิดว่าพี่ไม่รู้หรอว่าแค่ไวน์ชีราซสามสี่ขวดมันจะทำให้เราเมาจนไม่รู้เรื่องว่าจะจูบกับใครหรือนอนกับใครบ้างได้หรือไม่ได้น่ะ?”

“................”

“ก็แค่ไวน์แบบนั้นเองแจจุง...มันไม่ได้เข้มข้นอะไรเลย เราน่าจะรู้ดีนะ...ตอนซื้อน่ะพูดเองไม่ใช่เหรอว่าเอาไว้ดื่มเล่นๆ”

“...มัน.......” แจจุงสบตายุนโฮต่อไม่ได้ด้วยความผิดที่ปักหลังอยู่ จะว่าไปเมื่อคืนต่อให้ตนและชางมินดื่มไวน์เหมือนน้ำเปล่าจนมันหมดไปหลายขวดก็เถอะ แต่คนที่ดื่มเยอะจนไม่ได้สติดูจะเป็นชางมินที่ตนรินไวน์ให้ตลอดมากกว่า

“ดื่มน่ะ...เล่นๆ แต่ถึงเวลาจูบก็จูบจริงๆเหมือนกันนี่นะ”

“พี่ยุนโฮ....ก็บอกแล้วไงว่าขอโทษ”

“เวลาจะขอโทษใคร...เอาเหตุผลของการทำผิดมาขอโทษด้วย จำไว้เลยนะว่าพี่ไม่เคยคิดว่าการพูดว่าขอโทษมันแก้ปัญหาอะไรได้จริง”

“..................”

“แล้วพี่คิดว่าแจจุงคงไม่กล้าพูดเหตุผลของเรื่องบ้าๆเมื่อคืนออกมาหรอก”

“...ขอโทษ”

“บอกแล้วไงว่าไม่เอาคำว่าขอโทษ!!!!!” ในที่สุดยุนโฮก็โกรธจนตวาดอีกครั้งทำให้แจจุงสะดุ้ง “แค่เหตุผลน่ะ...แจจุงกล้าพูดออกมามั๊ย?”



เหตุผลหรือ?
ถ้าพูดไปก็ไม่รู้ว่าจะถูกโกรธอีกหรือเปล่า...




“เหตุผลที่จูบกับผู้ชายคนอื่น...โดยเฉพาะคนนั้นมันเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง มันคืออะไรล่ะ...เบื่อพี่? เหงา? รักเพื่อนตัวเอง? หรืออยากเอาคืนพี่? บอกไว้ก่อนเลยว่าพี่คงผิดหวังมากขึ้นไปอีกถ้ามันเป็นเหตุผลนี้....พี่ผิดหวังแน่ๆถ้าแจจุงจะโง่ขนาดนั้น”

“............” แจจุงกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอขณะที่ก้มหน้าฟัง หลังจากที่ยุนโฮตวาดใส่ไปแล้วเขาก็ถอนหายใจและสงบสติอารมณ์ตัวเองใหม่ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของความผิดหวัง

“รู้อะไรมั๊ย? ต่อให้เราทำเรื่องจนพี่ต้องตามแก้ข่าวให้ หรือต่อให้แจจุงทำให้พี่เสียชื่อเสียงอีกสักกี่สิบครั้งพี่ก็จะไม่โกรธเท่านี้เลย ถ้าเราจำความรู้สึกตอนที่ตีพี่ได้เราก็จะเข้าใจว่าทำไมเมื่อคืนพี่ถึงได้ตบเราอย่างไม่คิดที่จะเสียใจเลย”

“เหตุผลก็คือ....”

“ตอบดีๆ”

“เรา...เราแค่อยากนอนกับชางมินขึ้นมา”


แจจุงตัดสินใจอย่างยากลำบากก่อนที่จะตอบ
และมันก็ลอยเข้าหูยุนโฮโดยทันที...


นักแสดงหนุ่มมองหน้าแจจุงที่ยอมสารภาพอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะหลับตาและใช้มือเสยผมที่ไม่ได้เซ็ตแบบตอนทำงานขึ้นไปแล้วก็สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาคิดหรืออยากจะพูดอะไรอยู่ในขณะนั้น



“ถ้าพี่ถามว่าทำไมอีกล่ะ”

“ทำไมเหรอท...ก็....ชางมิน มันเยี่ยมมาก...รู้สึกว่าหยุดไม่อยู่........แล้วมันก็เริ่มเมาทั้งคู่”

“ก็เลยไม่ทันคิดอะไรเยอะแยะใช่มั๊ย”

“อือ”

“แม่มด...รู้อะไรมั๊ย”

“หืม?”

“พอเกิดเรื่องอย่างเมื่อวานนี้ขึ้นพี่ก็คิดอะไรเยอะแยะไปหมด รวมถึงเรื่องที่พี่หงุดหงิดในใจตลอดเวลาที่ถ้าปล่อยเราให้คลาดสายตาปุ๊บจะมีคนอื่นเข้ามายุ่ง...มากไปกว่านั้นคือเราไม่เคยปฏิเสธจริงๆจังๆ กี่ครั้งแล้วที่เราให้เบอร์โทรกับไอ้คนพวกนั้นไป กี่ครั้งที่ยิ้มแบบนั้นให้....แจจุงไม่คิดเลยว่าพี่จะไม่ชอบใจหรือเสียใจมั๊ย พี่รู้สึกแบบนั้น”

“เราไม่ได้คิดอะไรกับคนพวกนั้นนะ...”

“ฟังพี่อีกที.... พี่กำลังจะถามแม่มดโดยไม่ต้องการคำตอบว่าสิ่งที่แม่มดทำอยุ่ทุกวันนี้ กอดพี่ จูบพี่ อ้อนพี่ บอกว่ารักพี่หรือแม้กระทั่งการพยายามไปส่งพี่ที่สนามบินแทบทุกครั้งจนทำให้พี่ไม่อยากไปน่ะมันคืออะไร.... มันคือความรู้สึกจริงๆหรือเปล่า? หรือมันคืออดีตความรู้สึกจริงๆที่กลายเป็นความเคยชิน เป็นหน้าที่ เหมือนเป็นบทที่ต้องพูดเมื่อสถานการณ์นั้นๆมาถึงกันแน่”

“....ไม่ใช่ซะหน่อย.....”

“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องการคำตอบ... เหมือนอย่างเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนั่นไง ตอนไปส่งพี่เราก็อาลัยอาวรณ์แทบตาย...แต่พอพี่ไปแล้วเราก็ทำแบบนั้น สิ่งที่เราทำน่ะ พี่เรียกว่าการไม่ซื่อสัตย์กับพี่...และพี่เกลียดที่จะยิ้มให้เราในตอนนี้แล้วก็จบเรื่องไปง่ายๆ เพราะฉะนั้นพี่จะพูดกับแม่มดแค่ครั้งเดียว ถ้าเราจะทะเลาะกันก็จะทะเลาะกันแค่ครั้งนี้แล้วจะไม่มีอีกสำหรับกรณีเดิม....ถ้าแม่มดจะไม่พอใจแล้วจะตบหน้าพี่คืนสักทีสองทีพี่ก็จะไม่โกรธเลย เพียงแต่ว่า....”



จริงๆแล้วยุนโฮไม่น่าเป็นคนแรกที่ร้องไห้ในสถานการณ์นี้เลย



“ถามตัวเองดูสิ....ว่ายังรักพี่อยู่มั๊ย? หรือเบื่อพี่เหมือนที่เบื่ออะไรง่ายๆไปแล้ว....ถามตัวเองว่าอยากอยู่กับพี่เพราะรักกันหรือว่าพี่ตามใจเราแบบที่จองอาทำให้ไม่ได้ หรือเป็นเพราะพี่เป็นคนเดียวที่ยอมแจจุงขนาดนี้กันแน่?”

“พี่ยุนโฮ...ฟังก่อนสิ....พี่น่ะ”

พอเห็นยุนโฮร้องไห้แจจุงก็อ่อนแอจนเริ่มที่จะร้องตาม แม่มดที่เหมือนถูกต้อนจนมุมอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกราวกับยุนโฮแทงใจดำกันตรงๆ

“พี่อยากรู้ว่าอะไรทำให้เราแคร์พี่น้อยลง...และอะไรที่ทำให้เราบอกว่ารักพี่ในทุกวันนี้.....อะไรกันแน่ ” ชายหนุ่มปาดน้ำตาตัวเองทิ้งและเขายื่นมือไปกุมมือที่กำแน่นอยู่กับผ้าห่มของแจจุงทั้งที่มันยังเปียกน้ำตาตัวเองอยู่ก่อนจะพูดต่อ “อีกสองเดือนกว่าจะเปิดเทอมใช่มั๊ย?”

“อืม...”

“เดือนครึ่ง...พี่จะรอคำตอบเราเดือนครึ่ง จะให้พี่เมื่อครบกำหนดนั่นได้มั๊ย”

และถึงแม้แจจุงจะไม่ตอบรับอะไร ยุนโฮก็เดินหน้าพูดต่อโดยเขากุมมือแจจุงแน่นกว่าเดิม ...

สำหรับยุนโฮ.... รักก็คือรัก เหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกจนวินาทีปัจจุบัน
แจจุงสวยงามเสมอสำหรับยุนโฮ

“บ้านริมทะเลในวิชลิสต์อันแรกน่ะ.... พี่ทำให้สำเร็จแล้วนะ”

“พี่ยุนโฮ!?”

“เห็นแล้วแม่มดต้องชอบแน่ๆ ...ที่เมืองไทยน่ะ ต่อให้อากาศร้อนไปหน่อยแต่ก็ยังมีทะเลสวยๆแบบที่แม่มดชอบอยู่นะ เวลาลืมตาตื่นขึ้นมาก็จะเห็นทะเลได้เลยล่ะ ถ้าได้อยู่ที่นั่นสักเดือนครึ่งคงจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาเลย ไปอยู่ที่นั่นนะ....”

“ไม่ไป....”

“อย่าเพิ่งดื้อสิครับ ...คำถามที่พี่ถามน่ะ มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ คิดดูดีๆสิว่าถ้ายังอยู่ที่เดิม แบบเดิม หรือใกล้กันไม่ต่างจากเดิมแม่มดจะตอบได้มั๊ย พี่อยากได้คำตอบที่ใช่จริงๆ ไม่ใช่คำตอบที่ผ่านการคิดแบบหยาบๆแบบที่แม่มดมักจะตอบพี่เวลาพี่ถามอะไร ...เชื่อพี่นะ...”

แจจุงยังส่ายหน้าพรืดบอกปฏิเสธยุนโฮเหมือนเดิม

จะให้ไปไกลขนาดนั้นน่ะ....ไม่ไหวหรอก

“เราไม่ไป... พี่จะเอารถเอาของที่เคยซื้อให้คืนไปก็ได้นะ แต่ยังไงเราก็ไม่ไป”

“ต้องไป...พี่จะคุยกับจองอาให้เอง”

“จองอาต้องไม่ให้เราไปแน่ๆ พี่เตรียมผิดหวังไว้ได้เลย”

“พี่มีวิธีพูดของพี่ที่จะให้จองอายอมก็แล้วกัน”

“..............”

“นะ...หนึ่งเดือนครึ่ง ไปให้คิดถึงพี่แบบที่เคยคิดถึง ...พี่อยู่ตรงนี้ สัญญาว่าจะเหมือนเดิม”

“แล้วถ้าเรา.....”

“ถ้ากลับมาแล้วคำตอบมันน่าเศร้า พี่ก็ไม่มีอะไรต้องทำนอกจากยอมรับ...ถ้าเป็นแบบนั้นพี่อาจจะตัดใจจากแม่มดได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ พี่ก็ไม่เสียใจที่เลือกแบบนี้มาตั้งแต่แรก”

“โง่จริงๆเลย”

“พี่ไม่เคยเสียใจเลยนะที่รักเราน่ะแม่มด... เพราะฉะนั้นอย่าดื้อแล้วก็ไปใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อพิสูจน์ตัวเองตามที่พี่บอกเถอะนะจะไปเลิกบุหรี่อีกรอบด้วยก็ได้ ยังไงซะแม่มดต้องไม่ผิดหวัง บ้านที่โน่นน่ะสวยมากจริงๆนะครับ”

“.............”

“นะ...ตกลงนะครับ”

ในที่สุดแจจุงก็พยักหน้าและปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่ ยุนโฮก็ทนนั่งเฉยๆอีกไม่ได้...เขากางแขนรับแจจุงเข้ามากอดปลอบในขณะที่น้ำตาลูกผู้ชายของเขาก็ไหลไม่หยุดเช่นกัน
ระยะหนึ่งแล้วที่เขารู้สึกว่าระหว่างตนกับแจจุงเริ่มที่จะมีปัญหา แต่ในวันนี้ยุนโฮก็สบายใจแล้วว่าวิธีที่เขาเสนอให้แจจุงนั้นจะนำมาซึ่งคำตอบ...ต่อให้มันจะออกมาดีหรือไม่ดีก็ตาม... มันก็จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับเขาและแจจุง





TBC






.......................

TALK


โอ๊๊ยยยย ฟิตค่า 5555555555555555555

แล้วพาร์ทนี้ก็ช่างเต็มไปด้วยบทสนทนา ~~
แถมยังสั้นด้วยอะไรด้วย~

อ่านให้ได้อารมณ์กันนะคะ คือจุดนี้ต้องพยายามกันเองมั๊ง
เราสื่ออะไรไม่ค่อยได้เลยด้วยความเปื่อย แฮ่~~


ทอล์คสั้นๆพอแล้วเนอะ
นี่ก็ตีสามนิดๆเข้าไปแล้ว
เราว่าควรจะไปนอนได้สักที



ขอให้มีความสุขค่าา~~

QUOTE
อย่าลืม hashtag #YOUx3 นะคะ 
ใส่หนักกันมาเลยทุกคน เราอ่านแล้วมีความสุขมาก
ใครว่างๆของเข้าไปนั่งอ่านดูนะคะ เพลินๆดี ^^


ขอบคุณและสวัสดีค่ะ

No comments:

Post a Comment