November 27, 2011

[oneshot]The One That Got Away [YUNHOxJAEJUNG]

Title: The One That Got Away
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG
Genre: drama
QUOTE

**เพื่อความเข้าใจ**
[MV] The One That Got Away - Katy Perry
[LYRICS] You're my sunshine - Johnny Cash?



------

And in another life, I would make you stay
So I don't have to say you were the one that got away
The one that got away

หากชาติหน้ามีจริง.........
ผมจะรั้งคุณเอาไว้
จะได้ไม่ต้องคอยบอกตัวเองว่าคุณนั่นแหละที่ทิ้งผมไว้
คนที่ทิ้งผมไป
]





คืนนั้นอากาศหนาวเหน็บ ร่างบางของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีนั่งถูฝ่ามือไล่ความหนาวเย็นออกไปอย่างน่าสงสาร …คืนนี้เขาใส่เสื้อโค้ทสีแดงกับผ้าพันคอสีดำ ปลายนิ้วเย็นเป็นน้ำแข็งเกี่ยวถุงกระดาษที่ใส่ของขวัญวันคริสต์มาสสำหรับใครบางคนเอาไว้

...นั่นคือครั้งแรก
ครั้งแรกที่เขาหัดถักผ้าพันคอ
ครั้งแรกที่เขามีความรัก


เที่ยงคืน...
นั่งสั่นอย่างนี้มากี่ชั่วโมงแล้วนะ ?

เพราะไม่เคยนอนดึกในเวลานี้ก็เลยมีอาการง่วงบวกเข้ามาด้วย ทั้งง่วงทั้งหนาว... เสียงเพลงจากในผับยังดังออกมาให้ได้ยินอยู่เรื่อย เมื่อไรผับจะปิด...เมื่อไรเขาจะออกมา
สองขาเริ่มที่จะก้าวเดินไปรอบๆอีกครั้ง ปุยหิมะขาวบนเส้นผมทำให้รู้ว่าวันนี้หิมะตกหนักกว่าทุกวันที่ผ่านมา ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้ก็อยากจะได้นมร้อนสักแก้ว อยากแช่เท้าในน้ำอุ่น นอนบนที่นอนอุ่นๆ แต่ก็อยากให้คนที่รออยู่ออกมามากกว่า

“แจจุง”

“พี่ยุนโฮ...” เท่านั้นความหนาวก็อันตรธาน... “หนาวมากมั๊ย”

เสียงนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง จากการแต่งตัวทำให้ดูเหมือนเขาไม่หนาวเท่าใครคนอื่น ชองยุนโฮเป็นนักดนตรีหนุ่มชื่อดังในย่านนี้ เขามักจะเดินไปไหนมาไหนพร้อมกับบุหรี่และกีตาร์คู่ใจ
หลายเดือนมานี้ใครๆก็อิจฉาที่เขามีแฟนที่น่ารักอย่างกับนางฟ้า บ้างก็ว่าเขาเป็นซาตานที่ฉุดนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ หากแท้ที่จริงแล้วเขาก็แค่คนธรรมดา แค่ศิลปินไส้แห้งที่เบื่อชีวิตที่ดีพร้อมของตัวเอง..และเขาเลือกทุกอย่างเอง ไม่ใช่สวรรค์ ไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา


คนถูกถามส่ายหัวบอก ก่อนจะยื่นถุงกระดาษในมือให้เจ้าของคนใหม่
“เค้าถักผ้าพันคอมาให้”

“ถักเองจริงอ่ะ?”

“จริงสิ” ดวงตากลมฉายแววแห่งความสุขออกมาเต็มที่ คิมแจจุงมองคนรักอย่างชองยุนโฮที่กำลังหยิบผ้าพันคอฝีมือของตนขึ้นมาชื่นชมแล้วหัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด “ถูกใจมะ...” คำพูดถูกกลืนหายไปกับรสจูบแสนอบอุ่น

“ขอบใจมากนะแจจุง...อา....เรากลับบ้านกันเถอะ”

“อื้ม”

“มือเย็นมากเลย”

“แต่มือพี่ยุนโฮอุ่นจัง”

“อุ่นก็อย่าปล่อยนะ”

ความรักเบ่งบานที่สุดในช่วงนั้น พวกเขาดื่มด่ำกับความรักที่ทั้งอบอุ่นและแสนหวานไม่ต่างจากฮอทช็อคโกแล็ตแก้วโตในฤดูหนาว ...หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อฮอทช็อคโกแล๊ตแก้วนั้นเย็นลง ความอร่อยก็หายไปเช่นกัน

คิมแจจุงที่ใสซื่อในตอนแรกก้าวเข้ามาในโลกแห่งความสุขของชองยุนโฮ และเขาเปลี่ยนไป... แจจุงหัดเล่นกีตาร์ หัดดื่มเหล้า เริ่มที่จะสูบบุหรี่ และเริ่มสนุกกับเซ็กส์ที่สุดเหวี่ยงเพราะชองยุนโฮทั้งสิ้น


พวกเขารักกันมาก... มากจนคนอื่นอาจจะไม่เข้าใจและคิดว่ามันเป็นความรักที่ไร้ค่า
แต่พวกเขาไม่สนใจอะไร โลกนี้มีแค่เขาสองคนและแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
พวกเขามีความสุข มีชีวิตและเงินที่เพียงพอในแต่ละวัน ไม่เคยคิดถึงแผนสำรอง ไม่เคยคาดคิดว่าหากต้องแยกทางไปจะเป็นอย่างไร

ยุนโฮเล่นดนตรี แจจุงที่เก่งงานศิลปะก็เริ่มที่จะเขียนรูปขาย ต่างคนต่างเป็นศิลปินอิสระทั้งคู่และนั่นทำให้พวกเขามีเงินมากพอที่จะซื้อรถยุโรปมือสองสำหรับใช้ด้วยกันหนึ่งคัน ยุนโฮสอนแจจุงขับรถจนคล่องและถือรถคันแรกนี้เป็นสมบัติชิ้นใหญ่ของคนทั้งคู่ ขณะเดียวกันมันก็เป็นสัญลักษณ์ของความรักอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย

ครั้งแรกที่เจอกัน...
ยุนโฮก็แค่ทำซองบุหรี่ตกไว้ตอนที่พวกเขาเดินสวนกัน และเขาถูกดวงตาอันใสซื่อบวกกับหน้าตาน่ารักๆเหมือนตุ๊กตาหลอมละลายจนใจสั่น ดูเหมือนอาการจะหนักกว่าตอนอยากบุหรี่เสียด้วยซ้ำ เขาบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เล่นๆเลยสำหรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนั้น อดไม่ได้จริงๆที่จะฉวยโอกาสจับมือตั้งแต่ครั้งแรกแบบนั้น เวลานั้นแจจุงหน้าแดง...และบอกชื่อกับเขาอย่างกล้าๆกลัวๆเมื่อเขาถาม ไม่ว่ายังไงก็น่ารัก...



พวกเขาให้สัญญาต่อกัน...
หากมีครั้งใดครั้งหนึ่งที่จักรวาลนี้สลายลงต่อหน้าต่อตา หากวันนั้นโลกใบนี้แตกเป็นเสี่ยงๆไปด้วย...พวกเขาจะอยู่ด้วยกัน เขาจะจับมือที่มีแหวนคู่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของกันและกันไว้ให้แนบแน่น
ไม่รู้จะอธิบายอะไรมากกว่านี้อีก ...ก็แค่พวกเขาจะรักกันตลอดไป

' We keep all our promises, be us against the world '

..

แต่ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับสัญญาของพวกเขา


คืนนั้นแจจุงกลับมาจากสวนสาธารณะหลังจากไปนั่งขายภาพเขียนของตัวเอง มือขาวที่ติดรอยสักรูปดาวเปิดประตูห้องนอนของเขาและยุนโฮ...
ราวกับว่าคำสัญญาถูกฟ้าผ่าจนมันแยกเป็นสองทาง บางทีมันอาจจะเป็นแค่สัญญาของแจจุงและสัญญาของยุนโฮ นาทีนั้นรู้สึกว่ามันไม่มีสัญญาของ ‘เรา’ อีกต่อไป

เพลงคลาสสิคอย่าง You Are My Sunshine ของ Johnny Cash ที่พวกเขาเคยดีดกีตาร์และร้องไปด้วยกันหยุดชะงักราวกับมีใครสักคนกดปุ่มSTOPไปอย่างนั้น ทุกอย่างจบ....


“พี่หักหลัง!!! กล้านอนกับคนอื่นทั้งๆที่เราคบกันอยู่ได้ยังไง!??”

“แจจุง ฟังก่อน!”

“ไม่ฟัง!!!! พี่บ้าหรือเปล่าพี่ยุนโฮ!? สติดีอยู่หรือเปล่า!? พี่นอนกับคนอื่น แถมยังเป็นบนเตียงของเราได้ยังไง”

แจจุงร้องไห้ฟูมฟาย สะบัดตัวหนียุนโฮที่พยายามจะจับเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อกี้สองตาเห็นยุนโฮนั่งสูบบุหรี่อยู่บนเตียง ข้างเตียงก็มีผู้หญิงอีกคนกำลังแต่งตัวและเธอยังใส่แค่ชุดชั้นใน ถ้าเป็นเมื่อก่อนแจจุงคงจะหลอกตัวเองเป็นและคิดได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของยุนโฮ พวกเขาอาจจะไม่ขัดเขินที่จะเปลือยกายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้น...แจจุงกลายเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้วโดยฝีมือของยุนโฮล้วนๆนั่นจึงไม่สามารถทำให้เขาหลอกตัวเองว่ายุนโฮบริสุทธิ์ใจ ยุนโฮไม่ได้นอกใจกัน ไม่สามารถคิดได้อีกแล้วว่าที่เห็นก็แค่เรื่องบังเอิญหรืออะไรที่มันไม่ใช่ว่าพวกเขาตั้งใจมีเซ็กส์กันลับหลังตน

สัญญานั้นพังไปแล้วจริงๆ
ขณะนี้โลกและจักรวาลทั้งหมดสลายลงตรงหน้าแจจุง ขนาดเป็นเช่นนั้นแล้ว....ยุนโฮยังไม่ทำตามที่สัญญาเอาไว้เลย


“น่ารำคาญ!! จะไปไหนก็ไปเลย!!!!!” นั่นคือประโยคสุดท้าย....


พวกเขาเลิกกันอย่างไม่เป็นทางการก็ตอนที่แจจุงหมุนตัวเดินหนีออกมาทั้งน้ำตา ร่างบางกุมอกซ้ายตัวเองตลอดจนกระทั่งก้าวขึ้นรถที่รวมเงินกันซื้อ ราวกับว่าถูกทำลายชีวิตนี้ไปแล้วโดยคนที่สร้างมันขึ้นมาเอง

ยุนโฮฆ่าแจจุงที่เขาเปลี่ยนด้วยคำพูดเลวๆของเขาแค่ประโยคเดียวจริงๆ



ยุนโฮได้ยินเสียงแจจุงขับรถออกไปแล้ว
เขานึกเกลียดคำพูดของตัวเอง เกลียดร่างกายและจิตใจที่เห็นแก่ตัวของตัวเองด้วยเหมือนกัน แจจุงไม่รู้ว่าวันนั้นเขาอาละวาด ขว้างสิ่งของในบ้านจนพังเสียหายไม่มีชิ้นดี แม้กระทั่งกีตาร์ที่เขารักมากก็แหลกคามือด้วยเหมือนกัน
เขาหวังว่า... เมื่อแจจุงกลับมา เขาจะขอโทษและทำทุกอย่างให้เป็นเหมือนเดิม แต่ถ้าแจจุงไม่ฟัง...เขาก็จะอ้อนวอน เขาจะทำทุกอย่าง....ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เขาจะทำทุกอย่างให้แจจุงหายโกรธ แค่นั้นจริงๆ



ช่วงเวลานั้น... น้ำตาของเขาอาจจะหยดลงพร้อมๆกัน
แจจุงที่อ่อนแอลงจนเป็นคนเดิมเหมือนตอนที่ยังไม่เจอกับยุนโฮร้องไห้ตลอดทาง รถมัสแตงสีดำแล่นฉิวไปบนถนนที่ว่างเปล่า แจจุงขับรถออกนอกเมือง...อยากจะร้องไห้เสียงดังๆโดยที่ไม่มีคนหรือรถคันข้างๆมองมาแล้วก็หัวเราะเหมือนเขาเป็นคนบ้า
ขณะนั้นโกรธยุนโฮมาก... โกรธแต่ทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้แล้วจริงๆ แจจุงเอาแต่ร้องไห้ สะอึกสะอื้นจนแทบหมดแรงแต่เท้าก็ยังเหยียบคันเร่งอย่างสม่ำเสมอ
ตอนที่ยกมือปาดน้ำตากลับสัมผัสได้ถึงความเย็นจากแหวนเงินที่นิ้ว ...แหวนเงินธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้เรียกแจจุงกลับไปยังช่วงเวลาต่างๆได้ราวกับต้องมนตร์ ขณะที่จ้องแหวนภาพต่างๆของเขาทั้งสองสะท้อนอยู่ในสายตา และมันบ้ามาก... ทั้งที่เจ็บหัวใจขนาดนี้แต่ก็มีความรู้สึกอยากกลับไปแทรกซึมอยู่ด้วย

แต่ทุกอย่างก็แค่เรื่องจริง บางทีชีวิตนี้เราไม่ได้เลือกเองเสมอไป
ยุนโฮอาจจะพูดผิด....ชีวิตนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว สำหรับแจจุงมันเคยใช่ แต่เมื่อเจอและรักกับยุนโฮ แจจุงรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่ใช่ของตัวเอง มันเป็นของยุนโฮ
มันเป็นอย่างนั้นตลอดมา
ถ้า...ยุนโฮให้ชีวิตและตัวตนใหม่กับแจจุง วันนั้นก็คงเป็นยุนโฮเช่นกันที่ส่งแจจุงคืนให้สวรรค์ด้วยตัวเอง



ยุนโฮตีอกชกหัวตัวเองยกใหญ่
ชีวิตในวันนี้ดับสูญจนเขามองไม่เห็นอะไร เขาทำผิดครั้งใหญ่...และนำมาซึ่งความเสียใจครั้งใหญ่
เขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนฮีโร่ที่หันหลังให้บ้านหลังใหญ่ และออกเดินทางใช้ชีวิตของตัวเองด้วยตัวเองแบบทุกวันนี้ แต่นาทีนั้นมันไม่ใช่แล้ว...
เขาก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวธรรมดาๆคนหนึ่งบนโลกนี้
เขาไม่ใช่ฮีโร่ แต่เลวร้ายยิ่งกว่าฝ่ายอธรรมเสียอีก



คืนนั้นแจจุงวนรถกลับไปทางเดิม ด้วยความหวังว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...หรือไม่มันก็ต้องไม่แย่แบบนี้ เขาเป็นของยุนโฮและยุนโฮก็เป็นของเขา...รู้สึกว่าชีวิตเราเป็นของกันและกัน



บนถนนสองเลนมีรถบรรทุกคันใหญ่แล่นมา และมันพุ่งชนมัสแตงสีดำที่แจจุงขับคร่อมเลนเพราะเอาแต่มองแหวนจนลอยขึ้นก่อนจะหมุนตัวและหงายอบู่บนถนน
สวรรค์บันทึกเอาไว้ว่าคิมแจจุงเสียชิวิตเพราะอุบัติเหตุ
แต่ทันทีที่ยุนโฮรู้เรื่อง....สิ่งที่บันทึกเอาไว้ว่า คิมแจจุงเสียชีวิตเพราะเขา
เขาไม่ได้ฆ่าแจจุง แต่เขาไล่แจจุงไปสู่ความตาย
...ผลักดันแจจุงไปสู่การพรากจากที่เป็นนิรันดร์


พวกเขาเลิกกันอย่างเป็นทางการในตอนนั้น



xxxxxxxxxxxxxxxx


ร่างสูงในสูทสีดำสนิทวางช่อลิลลี่สีขาวลงบนถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนด้วยใบหน้าที่ไม่บอกอารมณ์ใดๆ เขาไม่ได้ร้องไห้แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีรอยยิ้ม แต่เป็นใบหน้าที่ดูยังไงก็รู้ว่าไม่มีความสุข

เขาดูดี...รูปหล่อ.... ยากที่จะเชื่อว่าเป็นนักดนตรีคนเดียวกับเมื่อสิบกว่าปีก่อน

ชองยุนโฮกลับมาเยี่ยมแจจุงที่ถูกฝังร่างไร้วิญญาณไว้ใต้พื้นดินที่อยู่ห่างไกลจากเขาในขณะนี้ แจจุงที่เขารักที่สุดไม่ว่าชีวิตในวันนี้จะเปลี่ยนไปขนาดไหน


ทุกวันนี้เขามีเงิน มีทุกอย่างที่ควรจะมีตั้งแต่แรกพร้อมสรรพ
แต่น่าเศร้าที่มันซื้อเวลากลับมาไม่ได้


“แจจุง....” เขาคิดถึงชื่อนี้สุดหัวใจ

ชีวิตในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว... เขาคิดว่าแจจุงคงจะมองเห็น
เขาแต่งงานกับลูกสาวของท่านทูตเพื่อนสนิทกับพ่อด้วยเหตุผลที่ดีอย่างเช่น.. เขารักเธอและใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างคนปกติ พวกเขาไม่มีลูกด้วยกัน

นิ้วนางข้างซ้ายของเขาสวมแหวนทองคำขาวที่ภรรยาสวมให้ตอนหมั้น มันไม่ใช่แหวนเงินวงเก่าที่พากันไปซื้อที่ร้านขายเครื่องประดับข้างทางอีกแล้ว แจจุงหายไปจากความทรงจำของเขาทีละนิดๆ หากในอนาคตที่เขาแก่ตัวลงทุกวัน แจจุงอาจจะสาบสูญไปในที่สุด...

ทุกวันนี้ชองยุนโฮได้แต่ภาวนาว่าถ้าหากชาติถ้ามีจริง เขาจะเป็นคนรักที่ดีของแจจุง เขาจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม เขาจะช่วยกันรักษาสัญญา เขาจะไม่ไล่แจจุงไปไหน และถ้ามีเหตุที่จะต้องจากกัน...เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน


“ หากมีครั้งใดครั้งหนึ่งที่จักรวาลนี้สลายลงต่อหน้าต่อตา หากวันนั้นโลกใบนี้แตกเป็นเสี่ยงๆไปด้วย...พวกเขาจะอยู่ด้วยกัน เขาจะจับมือที่มีแหวนคู่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของกันและกันไว้ให้แนบแน่น ...เพื่อที่จะอยู่ด้วยกัน ”


ยุนโฮมองไปข้างหน้า...ที่เขาเห็นไม่ใช่ท้องถนนที่ว่างเปล่า
เขาเห็นแจจุงคนเดียวกับที่เขาเจอในครั้งแรก ดวงตากลมโตสะท้อนเขาในวันนี้เหมือนที่เคยเป็นในตอนนั้น แจจุงยิ้มให้เขา จับมือเขา...มองแหวนวงใหม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เขารู้ว่าแจจุงบอกว่ามันสวย แต่นาทีนี้แหวนเงินวงเก่าที่แจจุงสวมอยู่มันดูสวยกว่าแหวนแพงๆของเขาหลายเท่าเลย

นาทีนั้นเองที่เขาร้องไห้...

เสียงเพลง You Are My Sunshine เพลงเก่าๆที่โด่งดังในรุ่นพ่อรุ่นแม่แถมยังเป็นเพลงโปรดของเขาและแจจุงดังอยู่ในความรู้สึก
ราวกับแจจุงจะร้องท่อนใดท่อนหนึ่งของเพลงนั้นให้เขาฟัง


“I'll always loved you and made you happy
And nothing else could between
But now you've left me to love another
You've shattered all of my dreams”

“ผมเคยพร่ำบอกรักคุณเสมอและจะทำให้คุณมีความสุข
และจะไม่มีอะไรมากั้นเราได้
แต่ตอนนี้เป็นคุณทิ้งผมไปเพื่อไปรักกับใครอีกคน
คุณทำลายความฝันของผมลงจนไม่เหลือชิ้นดี...”



...

ยุนโฮยังคงร้องไห้ทั้งที่มองเห็นแจจุงยิ้มอยู่ตรงหน้า...เสียงเพลงโปรดตลอดกาลเพียงท่อนเดียวนั้นเล่นวนเบาๆอยู่ในหัว ภาพอดีตที่มีเขามีแจจุงและกีตาร์ตัวเก่าเริ่มที่จะชัดเจน...
ไม่มีคำขอโทษอยู่ในหัวแล้ว...เพราะเขารู้ว่าเขาแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

เขาจึงได้แต่ภาวนา


'หากชาติหน้ามีจริง.................’





END


-----------------------

TALK

เย้ะ!!! เป็นยังไงบ้าง!!????
ใครทิ้งใครกันแน่?

ว่าแต่ มีใครร้องไห้บ้างป่ะคะ
ขอสารภาพเลยว่าเรานี่แหละที่เขียนฉากสุดท้ายไปร้องไป
โฮ~~~~~~ น่าอายยยย อั๊ยยั้ยยาาา~

อ่ามาสรุปกันนิดนึง เผื่อมีคนงงเนอะ
ก็เพลงนี้ เพลงที่ชื่อเดียวกับชื่อเรื่องน่ะค่ะ
เราเพิ่งได้ดูMVเขาอย่างจริงจังหลังจากที่ฟังเพลงเฉยๆแล้วก็ไม่รู้สึกอะไร
แต่พอดูMVแล้ว อา...... นี่มันไม่ใช่ละ ก็เลยกลับมาตั้งใจฟังเพลงเขาอีกที
อืมม มันมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เราอยากเขียนฟิคขึ้นมา
ซึ่งก็ออกมาเป็นอย่างข้างบนนั่นไง โอเคเนาะ

ส่วนเพลง You're my sunshine ทุกคนอาจจะงงว่ามันโผล่มายังไง
ถ้าดูในMVเนี่ย ฉากสุดท้ายจะมีเพลงเบาๆลอยมา ก็คือเพลงนี้นี่แหละค่ะ

เอาล่ะ อ่านแล้วเป็นยังไงเอามาแชร์กันนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ ^^

3 comments:

  1. เราร้องไห้อ่ะ ไรท์เตอร์
    ตอนแรกก็ชิวๆธรรมดาๆ
    ตอนหลังนี่แบบ น้ำตาคลอ
    สงสารอ่ะ สงสารยุนโฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ T[]T
    อ่านแล้วแบบ เห้ย ทำไมเป็นแบบนี้ ช็อกอ่ะ
    มันตีกันไปหมด ตอนสุดท้ายน็อตหลุดร้องไห้ 5555

    - ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ T______Tb

    ReplyDelete
  2. เราร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังเลยไรท์เตอร์ T[]T
    เคยดูเอ็มวีนี้ก่อนที่จะมาอ่านเรื่องนี้
    แต่พออ่านแล้ว มันเศร้ากว่าเอ็มวีซะอีกก ฮือออ T^T
    โคตรเจ็บอ่ะ เจ็บปวดมาก ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้
    ทำไมนะ ฮือออ

    ReplyDelete
  3. เศร้ามากเลยค่ะ T^T
    ไม่รู้จะบรรยายยังไง
    สงสารทั้งยุนโฮ ทั้งแจจุงเลย โฮฮฮ

    ReplyDelete