
Title: YOU DA ONE
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC - EROTIC - DRAMA
แจจุงสูบบุหรี่ครั้งแรกตอนอายุ16หลังจากที่ทะเลาะกับพี่สาวครั้งใหญ่ถึงขั้นถูกไล่ออกจากบ้าน ด้วยความที่ยังเด็กแล้วก็ไม่ได้รู้จักโลกใบนี้ดีไปกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเองในขณะนั้นดีเท่าไหร่ ในตอนนั้นใช้ชีวิตได้เลวร้ายมากโดยที่เล่าให้ใครฟังตอนนี้ก็คงคาดไม่ถึงว่า1ในท็อป3เจ้าประจำเอกฝรั่งเศสอย่างคิมแจจุงจะทำอะไรแบบนั้นมาแล้ว
แล้ว ‘อะไร’ ที่ว่านั่นคืออะไรบ้างน่ะเหรอ?
“สูบบุหรี่ กินเหล้า ไม่ไปโรงเรียน ส่งกระดาษคำตอบเปล่าๆ...โอย อีกเยอะล่ะ”
“ไม่อยากจะเชื่อ...จองอาเคยบอกพี่เหมือนกันว่าเราเป็นประมาณนี้แต่ขนาดได้ฟังเองนี่ยังตกใจเลย แม่มดเนี่ยนะ??”
ยุนโฮนอนหนุนตักแจจุงอยู่ที่โซฟา ซึ่งขณะนั้นก็ถามเรื่องราวเก่าๆของแม่มดตัวร้ายไปด้วยโดยที่คำตอบแต่ละอย่างที่เจ้าตัวตอบออกมาอย่างสบายๆนั้นทำให้ยุนโฮต้องถามย้ำอีกครั้งและอีกครั้งอยู่เรื่อยๆ ขณะนั้นในทีวีจอใหญ่ก็มีรายการ So you think you can dance ของช่องFOXออนแอร์อยู่ด้วยและมันสนุกขึ้นทุกนาทีจนมันเกือบดึงความสนใจของแจจุงได้มากกว่าคำถามเรื่อยเปื่อยของยุนโฮแล้ว
“แล้วตอนนั้นผ่านแต่ละชั้นมาได้ยังไง?”
“ก็...”
“ก็?”
“ก็สอบ...แล้วจองอา....โธ่ ที่รักหยุดถามเราก่อนเถอะนะรายการมันกำลังมาถึงช่วงสำคัญน่ะเข้าใจมั๊ย”
ได้ยินแบบนั้นยุนโฮก็หันไปมองที่ทีวี อา...พวกเขาจะประกาศชื่อผู้ชนะกันแล้ว
หนุ่มหล่อครุ่นคิดอยู่ในใจแล้วก็ลอบยิ้มออกมา ...นี่ถ้าเขาทำเป็นกวนใจแจจุงอีกจะได้ยินคำว่าที่รักพร้อมกับได้จูบที่หน้าผากอีกมั๊ยนะ...
คิดโง่ๆ
...แต่ก็ทำ
“แม่มด...”
“เดี๋ยวเราข่วนหน้าจริงๆนะ!...เงียบก่อนสิ...”
“เชียร์คนไหน...”
“เมลานี”
ตอนที่ตอบแม่มดก็เอาแต่มองทีวี สายตาจดจ้องอยู่แต่กับแม่สาวตัวเล็กผมสั้นที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างกับรอรับชัยชนะอยู่นั่น และเพราะกำลังลุ้นอยู่ก็เลยเผลอบีบมือยุนโฮจนแน่นไปหมด
“คนไหน”
“.............”
“คนไหนอ่ะบอกหน่อย”
“.............”
“แม่มด....เฮ้ย มือพี่จะหักอยู่แล้ว”
ยุนโฮไม่หยุดกวนประสาทและในขณะนั้นพิธีกรที่แจจุงไม่เคยชอบเสียงของเธอเลยก็ถอนหายใจครั้งสุดท้ายและก็ประกาศชื่อผู้ชนะของรายการแข่งเต้นรำที่แจจุงว่าสนุกที่สุดออกมา... ว่า.........
“เมลานี!!!”
“เย้!!”
“.............”
“เห็นมั๊ยพี่ยุนโฮ คนนี้ไงเมลานี เราบอกแล้วว่าหล่อนชนะ!!!”
“ดูเหมือนแม่มดจะดีใจกว่าตอนได้รถจากพี่อีกนะเนี่ย...”
“มันคนละเรื่องเลยเข้าใจเอามาเปรียบกันนักนะ! นี่...เราหัวใจจะวายแน่ะ หล่อนชนะจริงๆด้วย!!” ดูท่าทางแจจุงจะติดตามรายการนี้มาตลอด เพราะขณะที่ดีอกดีใจอยู่นั่นปากก็เริ่มเล่าถึงการแข่งขันที่ผ่านมาของแม่สาวผมสั้นผู้ชนะที่กำลังถูกเพื่อนๆจับขี่คอแสดงความยินดีอยู่ในทีวีอย่างรู้จริง วีคไหนทำอะไร เป็นยังไง...เลดี้กาก้าคอมเมนต์เธอว่าอะไร แล้วก็ก้มลงมาจุ๊บๆๆๆทั่วทั้งใบหน้าของพระเอกหนุ่มที่หล่อที่สุดในโลกพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักอีกด้วย ...ดูเหมือนจะดีใจพอๆกับผู้ชนะเลยนะ
“สุดยอดเลย! ดีจริงๆ! เดี๋ยววันนี้เราเลี้ยงข้าวเอามั๊ย”
“หือ? เนื่องในโอกาสอะไรครับ”
“ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แค่เราอารมณ์ดีมากน่ะ”
“............”
“มองหน้าทำไมเหรอ?”
“ยิ้มอีก...ยิ้มให้พี่อีก....”
“หือ?” ถึงจะยังสงสัยแต่แม่มดก็ฉีกยิ้มใส่อีกครั้ง แต่ว่ามันดูเป็นรอยยิ้มเกร็งๆ ไม่น่ารักเท่ารอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติเหมือนก่อนหน้านี้ ดูตลกจนกลั้นขำไม่อยู่
“ฮะๆๆๆๆๆ ตลกว่ะ!!”
“พี่ยุนโฮ!!! กวนประสาทจริงๆคนกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ”
“ถ้าอารมณ์ดีมากก็ยอมสักทีสิ”
“...............”
สถานการณ์ทั้งหมดหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งหลังจากที่ยุนโฮพูดแบบนั้นขึ้นมา ก็จริงของเขา...ตั้งแต่แจจุงกลับมาก็ยังไม่เคยได้ลึกซึ้งอย่างว่ากันสักครั้งเลยไม่ใช่เพราะไม่มีใครเข้าหาใครเสียด้วยแต่เป็นเพราะพอยุนโฮเริ่มเข้าหาแจจุงก็มักจะเป็นฝ่ายถอยโดยไม่มีเหตุผล ล่าสุดเมื่อคืนก่อนแจจุงเคลิ้มแล้วแท้ๆแต่ก็ยังสะดุ้งขึ้นมาแล้วก็รีบหนีออกจากห้องไปเฉยๆ ตอนนั้นยุนโฮทั้งอารมณ์เสียและเสียดายมากๆ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเขาหรือแจจุงกันแน่ที่ผิดปกติไป
ให้ตายเถอะ... ทำไมชีวิตรักโรแมนติกอีโรติกของพวกเขามันชักจะบิดเบี้ยวขึ้นทุกวันๆ
“เมื่อไรล่ะแม่มด...”
“เมื่อไรก็เมื่อนั้นล่ะ”
“อ้าว? เมื่อไหนเล่า...เนี่ยพี่อยู่ว่างๆตั้งอาทิตย์นึงเลยนะ เวลาเหลือเฟือ...”
“แต่ก็อยู่ได้สบายๆนี่ แบบไม่มีเรื่องอย่างว่าน่ะ”
“แต่พี่ทนจูบกับเราไปตลอดไม่ไหวหรอกนะคนดี ถ้าไม่ยอมก็บอกเหตุผลมาก็ได้...ทำไมแม่มดทำแบบนี้กับพี่...พี่หมายถึงว่า มันโหดร้ายมาก”
“อา.....”
อันที่จริงแจจุงก็มีเหตุผลของตัวเองอยู่ มันอาจจะเป็นเหตุผลเล็กๆสำหรับยุนโฮที่เจ้าตัวอาจจะไม่แคร์และเห็นว่ามันสำคัญก็ได้ แต่แจจุงคิดมาตลอดว่ามันไม่ใช่ ถ้าจะต้องพิสูจน์ความรักด้วยวิธีง่ายๆแบบนี้ก็น่าจะทำ อย่างน้อยก็มีคำตอบให้ตัวเอง...
“มีคนเขาพูดว่าเราคบกันเพราะไอ้นั่นแหละไอ้นั่นของกันและกันมาก”
“...ไอ้นั่น?”
“โดยเฉพาะพี่ยุนโฮ...เขาบอกว่าพี่คบเพราะไอ้นี่ของเรา ไอ้ที่อยู่ข้างหลัง”
“อะไรข้างหลัง? หางแมวรึ?”
“จริงจังหน่อย!....ที่เราอยากจะบอกพี่ก็คือยิ่งนานวันพวกนั้นก็ยิ่งเม้ากันเยอะ แล้วมันก็ฟังดูไม่ดีเลย โดยเฉพาะสำหรับพี่น่ะ...”
“เรื่องพวกนี้เขาพูดกันมานานแล้ว พี่ไม่สนใจหรอก...ทำไมแม่มดถึงนึกสนใจขึ้นมาล่ะ”
“ก็เพราะเราโตแล้วไง...เราทั้งคู่ หรืออาจจะเป็นเราคนเดียวก็ได้...เราโตแล้วก็รักกันจนเกินกว่าที่จะคบกันไปวันๆแล้วพี่” ได้ยินแบบนั้นยุนโฮก็ลุกขึ้นมานั่งมองตาแม่มดชัดๆ เขาทึ่งในคำพูดที่สะท้อนความคิดของแจจุงไม่เบาเลยทีเดียว นี่จะพูดว่ายังไงดี แจจุงโตขึ้นภายใน3อาทิตย์ที่ไปอยู่กับทะเลงั้นเหรอ?
“แม่มดตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย...”
“ทำไม?”
“ที่ภูเก็ตมีอะไรดีนะถึงทำให้โตขึ้นแบบนี้...”
“แหม…สุดท้ายพี่ก็ยังตลกอยู่ได้นะ”
“พี่เปล่าตลก...แต่สงสัยจริงๆต่างหากล่ะ ว่าไปพี่ก็ดีใจนะที่แจจุงเป็นอย่างนี้”
“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ เราโตเกินกว่าจะมาสนุกไปวันๆแล้ว คิดชั่งน้ำหนักดูดีๆแล้วก็จะรู้เองน่ะว่าความรักกับความใคร่อะไรมันสำคัญกับการคบกันมากกว่า...”
“เราตอบว่าความรัก?”
“อือ...ที่เราหลบพี่อยู่ตลอดก็เพราะเราจะพิสูจน์กับตัวเองดู อยากรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างที่คนเขาเม้ากันหรือเปล่า... เขาพูดกันว่าทั้งอพาร์ทเมนต์นี้ ทั้งรถที่จอดอยู่น่ะก็ได้มาเพราะเอาตัวเข้าแลกแท้ๆ เราไม่อยากสะบัดหน้าเชิดใส่พวกนั้นแล้ว มันเหมือนว่ายิ่งเราไม่แคร์ ไม่สนใจ แล้วใช้ชีวิตไปเรื่อยๆมันก็ดูเหมือนกับว่าเรายอมรับว่าตัวเองเป็นพวกขายตัวยังไงอย่างงั้นเลย”
“โถ่...แม่มดคิดมากจังเลยนะเดี๋ยวนี้”
“ตั้งแต่อยู่คนเดียวตอนนั้นเราก็ได้สติในหลายๆเรื่องน่ะ เรารู้ว่าเราควรทำอะไร หรือควรคิดอะไร...ก็เพราะเราโตแล้วไงพี่ยุนโฮ”
ยุนโฮยิ้ม เขาคว้ามือแจจุงมาจูบแล้วก็ดึงเข้ามากอดแน่นๆ
“เข้าใจแล้ว...”
“ใช่มั๊ยล่ะ”
“เริ่มสาปกันแล้วใช่มั๊ยเนี่ย” คนที่ถูกกอดหัวเราะทันทีที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากปากยุนโฮ... “ก็พี่มันเป็นทาสแม่มดนี่นะ...”
“ทาสเลยเหรอ?”
“อืม...แต่ทาสทนได้แค่สองวันครับ ถ้าวันนี้ยังไม่ได้อะไรๆกับแม่มดก็คงจะต้องปล้ำแล้ว”
“.....โอ้โห”
“ไม่สิ พี่ควรโปะยาสลบแล้วก็ลากมารวบหัวรวบหางซะเลย”
“แซวอีกแล้วน๊า~”
“น่ารักจะตาย!!”
“ก็ใครล่ะไม่รู้จักแสดงตัวสักทีว่าชอบเราเหมือนกัน ถ้าบอกกันมาดีๆตั้งแต่แรกเราก็คงไม่ต้องไปทำจมูกให้จองอาด่า แถมพี่ก็ไม่ต้องมาโดนอะไรแบบนั้นหรอก”
“แต่พี่ก็ไม่เดือดร้อนนี่ แม่มดคิดว่าพี่เป็นผู้เสียหายมาตลอดเลยเหรอ? โอ้!ไม่ใช่นะครับ คนเสียหายน่ะคือแจจุงต่างหาก เนี่ยนะถ้าพี่ไม่แกล้งโยนมือถือทิ้งไว้ให้ป่านนี้คงร้องไห้ตายเลย จมูกที่ทำมาก็คงเสียเปล่าด้วย ”
“...............”
“อ้อ ลืมไป! ประเด็นอ่อนไหวนี่หว่า”
“พี่ยุนโฮ!!”
“ตีอีกทีพี่ไม่ทนแล้วนะครับ...”
“...งั้นทนต่อไปเถอะ เราไม่ได้จริงจังที่จะตีพี่ขนาดนั้นหรอก”
แจจุงผละออกจากตัวยุนโฮ มือสองข้างยกขึ้นแล้วเจ้าตัวก็ยักไหล่ทำท่าไม่สนใจในคำขู่ของพระเอกหนุ่ม ช่วงนี้ความรักของพวกเขาราบรื่นจนถึงขั้นดีขึ้นทุกวันๆถ้าไม่นับความสัมพันธ์บนเตียงที่ห่างหาย ยุนโฮได้เวลาพักผ่อนหลังจากที่การทัวร์แฟนมีตติ้งทั่วเอเชียผ่านพ้นไป จองอาบอกเองว่าในช่วงสัปดาห์นี้จะไม่พยายามส่งงานอะไรให้ยุนโฮทำหรือรับรู้ให้ปวดหัวแน่นอน ขณะเดียวกันเธอต้องการที่จะให้ยุนโฮหายเงียบไปสักพักเพื่อกลบข่าวกุ๊กกิ๊กกับแม่ทิฟฟานี่คนนั้นให้ได้ ซีอีโอสาวมั่นใจเต็มล้านเปอร์เซ็นว่าการพักผ่อนอยู่ของยุนโฮคงจะหนีไม่พ้นการขลุกอยู่กับแจจุงที่เพิ่งจะคืนดีกันหมาดๆจะทำให้ทิฟฟานี่ฮวังไร้ตัวตนไปได้สบายๆเลยทีเดียว
เวลายุนโฮอยู่ว่างๆ เขาจะนอน นอน ทำอาหาร มีเซ็กส์ และ นอน หากแต่คราวนี้ตัดเซ็กส์ออกไปแล้วสองวัน นั่นทำให้รู้สึกว่าการอยู่ใกล้ๆกับคนที่มีเสน่ห์ร้ายกาจแถมหน้าตาน่ารักอย่างแม่มดร้ายแจจุงโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากจูบนี่มันทรมานสุดๆ!!! ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่มองตานิดเดียวแจจุงก็สนองแล้วแต่ที่ผ่านมาสองวันของการพักผ่อนนี่ไม่ว่าจะทำยังไงแจจุงก็ไม่ยอม ตั้งท่าหลบหน้าหลบตากันตลอด พอได้รู้เหตุผลของแจจุงแล้วเขาก็เข้าใจคนรักขึ้นมานิดหน่อย แต่จะว่ายังไงดี... ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาในฐานะคนรักกันแล้วก็ยังอยู่ในวัยที่ทำได้ก็ควรที่จะมีเซ็กส์กันตามปกติไม่ใช่หรือไง... ขืนรอต่อไปอีกเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีก็อาจจะแก่จนมีอาการปวดหลังทำให้ทำอะไรไม่ได้แล้วก็ได้! ใครจะไปรู้กัน...
“แม่มด...”
“..........”
“แม่มดจ๋า...”
“อะไรกัน...”
“ทำอะไรเหรอ?”
“ก็จัดโต๊ะทำงานไง”
“มานอนเล่นกันก่อนสิ...”
แจจุงวางมือจากกองหนังสือแล้วก็หันมามองหน้ายุนโฮที่กำลังตบๆที่ว่างบนเตียงล่อให้แจจุงหลงกลอยู่ ชายหนุ่มใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ็อกซ์เซอร์ จริงๆแล้ววันนี้ทั้งวันพวกเขาเอาแต่นั่งๆนอนๆ ไม่ได้ทำอะไรที่มีประโยชน์ไปมากกว่านั้นเลยในวันหยุดที่มีอยู่
“นอนอีกแล้วเหรอ?”
“มาเร็ว! มานอนกับพี่นี่”
แต่แจจุงก็ส่ายหน้า แล้วหันกลับมาง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะทำงานรับเปิดเทอมต่อ จังหวะหนึ่งแม่มดดูนาฬิกาที่ผนังแล้วก็หันไปบอกดาราขี้เกียจเผื่อว่าเขาจะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์นอกจากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบ้าง
“ห้าโมงแล้วนะ ถ้าพี่จะไม่ยอมออกไปไหนก็ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”
“งั้นแม่มดก็ยอมให้พี่กินก่อนสิ...”
“ตลอดเลย~~” ปากกาน้ำเงินด้ามสุดท้ายถูกเสียบลงในกล่องเก็บที่มีปากกาหลากสีอีกหลายด้ามเสียบอยู่แล้วเป็นอย่างสุดท้ายก่อนที่แจจุงจะเดินกลับไปที่เตียง คล้ายกับว่าเดินไปหากับดักอย่างไรก็อย่างนั้น
พอหย่อนก้นนั่งลงบนเตียงก็ถูกอีกฝ่ายรวบตัวไปกอดอย่างง่ายดาย แจจุงขัดขืนเล็กๆแต่ก็ค้นพบว่ามันไม่ช่วยอะไร ยิ่งดิ้นยุนโฮก็ยิ่งกอดแน่นขึ้น คราวนี้ยุนโฮคงเอาจริง... เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ฉลาดก็น่าจะเป็นการอยู่เฉยๆ ยอมให้มือปลาหมึกเกาะแกะอยู่แบบนี้ต่อไปนี่เอง
“คุยกันก่อนสิพี่ยุนโฮ”
“แต่พี่กับแม่มดคุยกันมาทั้งวันแล้วนะ”
“แต่เรื่องนี้เราอยากพูด”
“ทำไมล่ะ? จะอ้างเรื่องที่คนเขาเม้ากันอีกเหรอ? โธ่...แจจุง พี่น่ะไม่สนหรอกนะว่าใครจะมองเราสองคนยังไง ช่างหัวมันปะไร คนรักกันอยู่ด้วยกันทั้งวันจะมีอะไรกันมันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอครับ? หืม? คิดดีๆสิ”
เวลานั้นแจจุงมองว่ายุนโฮน่ารัก ทั้งออดอ้อนชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดให้ดูมีเหตุผล ไหนจะหน้าตาแบบที่คนอื่นจะไม่ได้เห็นจากเขาอีก ...ยุนโฮน่ารักมาก มากพอที่จะยอมให้หมดในขณะนั้นแต่ว่าก่อนที่จะยอมให้ แม่มดต้องได้พูดบางอย่างก่อน
“มันมีอีกเหตุผลนึงนอกจากเรื่องขี้ปากชาวบ้าน...”
“มีอีกเหรอ? ปัญหาอยู่ที่ไหน? พี่??”
“ที่เราต่างหาก...”
“พี่ไม่เข้าใจครับ”
“พี่ไม่คิดเหรอว่าเรากำลังใช่ชีวิตแบบเดิม...คือ เราอยู่กันแบบนี้มาตั้งแต่แรก อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน นอนกัน...ครั้งแรกที่พลาด แล้วล่าสุดเราก็พลาดแถมพลาดหนักซะด้วย”
“พลาดก็คือพลาด พี่ไม่โกรธแล้ว...หรือว่าแม่มดยังโกรธพี่อยู่?”
“แต่ว่าเมื่อก่อนเราก็เป็นแบบนี้...ทั้งที่เราคิดว่าเรารักและมั่นคงกันมาก ตัวเรายังบ้าคิดจะอยากนอนกับคนอื่นได้เลย นี่น่ะ...ยังไงเราก็ผิด และเรากลัวว่าความเหมือนเดิมจะทำให้เราพลาดทำผิดอีกครั้ง เราเริ่มนับหนึ่งแล้วจริงๆนะพี่ยุนโฮ...แต่ว่ายังไงก็กลัวอยู่ดี” แม่มดมองตาดาราหนุ่มรูปหล่อ และเขาส่งยิ้มกลับมาให้อย่างอ่อนโยนอย่างที่เป็นมาตลอด สองมือของพวกเขาจับประสานกันแน่น
“ทำไมแม่มดไม่เชื่อตัวเอง?”
“ก็...”
“ทั้งๆที่พี่เชื่อแม่มดหมดใจแล้ว”
“...........”
“ไม่ต้องมองแบบนั้น...ถ้าพี่บอกว่าเชื่อก็คือพี่เชื่อจริงๆ”
“ทำไมพี่ชอบพูดอะไรเหมือนบทละครตลอดเลย” แม่มดร้ายยื่นหน้าไปหอมแก้มยุนโฮก่อนจะยิ้มให้อีกครั้ง “พูดจริงๆหรือเปล่า”
“ก็บอกไปแล้วไงว่าพี่มีเหตุผลเป็นร้อยที่จะเชื่อเรา เพราะงั้นหยุดคิดมาก มองหน้าพี่...แล้วก็จะรู้เองว่าควรทำอะไร”
“หน้าพี่เหรอ?”
“ใช่ มองสิ....”
“................”
แจจุงว่าถ้าเป็นคนอื่นคงช็อคตายไปแล้วกับสายตาและรอยยิ้มแบบนี้ของยุนโฮ แต่คงเป็นเพราะแจจุงเห็นอะไรแบบนี้มานานแล้วก็เลยยังครองสติเอาไว้ได้ และอาจเป็นเพราะยุนโฮทั้งหล่อทั้งดีก็ได้...ทุกครั้งที่เห็นหน้าหัวใจก็มักจะกระชากตัวเอง มันกระตุก มันวูบวาบทุกครั้ง หากแต่ย้ำเตือนตัวเองได้ในนาทีเดียวกันด้วยว่าผู้ชายหล่อๆคนนี้นี่เองที่ควรจะรักและเอาใจใส่อย่างจริงใจ เพราะยุนโฮไม่ได้รักแจจุงแค่เล่นๆ แจจุงเห็นแล้วว่าเขาร้องไห้ยังไง เสียใจยังไง นั่นคือคำตอบอย่างดีเลยถ้าหากวันหนึ่งแจจุงนึกสงสัยในความรักของเขาขึ้นมา
“เห็นอะไรบ้าง?”
“ใบหน้าที่หล่อเหลา...หล่อจริงๆ”
“แน่นอน~”
“หล่อมากๆ นิสัยดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ยอดเยี่ยม เป็นแฟนที่สุดยอด เป็นสามีที่....ที่....เอ่อ.....เต็มเหนี่ยวมาก ชองยุนโฮคนดีที่หนึ่ง!”
“แกล้งชมกันหรือเปล่าเนี่ย”
“อ้อ!! รู้แล้ว....ยัยทิฟฟานี่ฮวังก็คงคิดแบบนี้สินะ” แม่มดร้ายเอียงคอ ใช้นิ้วเขี่ยแก้มกร้านแดดเล็กน้อยของชายหนุ่มเล่น “เราว่าแม่นั่นตกหลุมรักพี่ได้ฉลาดมากเลยนะ...แป๊บเดียวก็ได้เป็นพรีเซนเตอร์เพิ่มไปแล้วสามตัว”
“ขอเถอะพี่ไม่อยากได้ยินชื่อผู้หญิงคนนี้น่ะแม่มด”
“ว่าแล้วเราก็นึกได้พอดี” นาทีนี้แม่มดเริ่มเข้าโหมดลูกแมวอีกครั้ง เจ้าตัวคล้องแขนสองข้างกับคอยุนโฮ เบียดร่างแนบชิดพร้อมที่จะสาปยุนโฮผู้น่าสงสารอีกครั้ง “พี่จะว่าอะไรเรามั๊ยถ้าเราจะบอกว่าแบนหล่อนที่ช่องเคซีเอสไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อเช้า”
“พี่จะไปว่าอะไรได้ยังไงเล่า....ว่าแต่เป็นวิธีร้ายกาจมากนะ ทำจริงหรือเปล่าน่ะเรา!!”
“จริง...ก็ลุงของซังชอนเป็นเจ้าของช่องนั้น แถมเพื่อนเราก็มีถือหุ้นอยู่เยอะซะด้วย ช่วงนี้หล่อนกำลังจะเซ็นสัญญาร่วมรายการเรียลลิตี้นางแบบ แล้วถ้าโดนแบนก็แปลว่าเงินหายไปเพียบ!”
“คนเราทำงานหาเลี้ยงครอบครัวนะแม่มด...เหมือนพี่นี่ไง”
“ก็ไม่ได้แบนตลอดไปซะหน่อย! เมลล์หาต้นสังกัดยัยนั่นแล้วด้วย...เราบอกพวกเขาว่า เราขอระงับการออกอากาศใบหน้าหรือแม้แต่การเอ่ยถึงทิฟฟานี่ฮวังออกทางสถานีเคซีเอส แปลว่าหล่อนจะไม่ได้เซ็นสัญญาร่วมรายการเรียลลิตี้ที่ว่าโดยเราจะจ้างนางแบบคู่แข่งของหล่อนมาร่วมรายการแทน คราวนี้ทุกคนก็หมดปัญหา...และแน่นอนว่าคนที่จะลำบากก็คือหล่อน เงินเป็นปึกๆ!~ หล่อนทำหายไปเองกับมือเลย”
“โธ่....แม่มด พี่ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากว่าเราร้ายกาจจริงๆ”
“นี่ๆเราบอกพวกเขาว่าจะปลดแบนก็ต่อเมื่อทิฟฟานี่ฮวังติดต่อมาที่บริษัทเราเพื่อขอโทษที่สร้างข่าวบ้าๆบอๆขึ้นมา และถ้าไม่มาก็ให้หล่อนเตรียมตกงานได้ พีเอส...ฉันไม่เคยพูดเล่น ลงชื่อ...แจจุง คิม”
“เฮ้อ...”
“หรือพี่จะให้เราเลิกแบนเดี๋ยวนี้แล้วก็ออกจากบ้านบุกไปจิกผมแถมตบหล่อนแรงๆ? ก็ได้นะ...”
ยุนโฮรู้ว่าแจจุงไม่ได้พูดเล่นเรื่อยเปื่อยเหมือนเขา ถ้าเขาตกลงให้แจจุงทำอย่างนั้นไม่นานผู้หญิงคนนั้นคงจะแย่ อย่างน้อยหน้าตาที่ใช้ทำงานอยู่ทุกวันก็อาจจะใช้ไม่ได้ไปสักพักเลยทีเดียว และถ้าเป็นเมื่อก่อนแจจุงคงไม่มาบอกเขาก่อนแน่ๆว่าจะทำอะไรยังไง เจ้าตัวคงจะลงมือแล้วก็เก็บเงียบรอให้เขารู้เรื่องเองมากกว่า
“ไม่ๆๆๆ พี่ไม่อยากให้แม่มดทำร้ายใครอีกแล้ว ไม่อยากให้ใครเขามองแฟนพี่ไม่ดี”
“สายไปแล้ว~ พวกยุนโฮโอนลี่บางคนเขาถึงกับบอกว่าเราน่ะเกิดมาจากนรกเลยพี่ก็รู้ดี...”
“อะไรก็ตาม...อย่าตบตีทิฟฟานี่”
“งั้นแปลว่าเราทำถูกแล้วใช่มั๊ย”
“ก็ไม่ค่อยถูกหรอก...แต่ถูกก็ได้! ว่าแต่ท่านประธานหัวหน้าแม่มดเขารู้เรื่องหรือยัง”
“เราให้ซังชอนกับชางมินเข้าไปบอกแล้ว รู้สึกว่าท่านประธานจะตบมือถูกใจใหญ่เลย”
“พอกันเลยสองพี่น้องเนี่ย”
“เอาล่ะ...เราหมดเรื่องที่จะพูดแล้ว”
“อาฮะ”
“อาฮะ แค่เนี้ยะ?”
“ขอเล่นหางแมวหน่อยนะ”
“ให้ตายเถอะพี่หน้าหื่นมากเลย ...แล้วเราไม่มีหางแมวที่ว่าหรอกนะ หยุดคลำหาเดี๋ยวนี้!!!”
“ก็ทนมาตั้งนานแล้วนี่”
“อ๊ะ~!! โธ่ ลุง! ใจเย็นหน่อยซี่~!”
“อย่าหนีอีกเลย...แม่มดจะบีบหัวใจพี่ไปอีกนานมั๊ยเนี่ย” ยุนโฮร้องโอดโอยหลังจากที่แจจุงยังไม่ยอมง่ายๆ เขาเอามือกุมที่อกซ้ายของตัวเองอย่างโอเวอร์แล้วก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากแจจุงได้เป็นอย่างดี
แล้วแม่มดก็ไม่ลังเลที่จะพูดบางอย่างออกไปอย่างจริงจัง
“เราจะไม่ทำอะไรให้พี่ทรมานแบบนั้นแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“เพราะงั้น...เราจะเป็นเด็กดี ขอให้พี่รักเราเยอะๆเหมือนเดิมนะ”
“แม่มดต้องว่ามันคือบทละครอีกแน่ๆ...แต่ตลอดมานี่ พี่รักเรามากขึ้นทุกวันจริงๆ”
“ไม่หรอก...มองตาก็เชื่อแล้ว”
TBC
.......................
TALK
สวัสดียามค่ำคืนอีกครั้ง~
วันนี้มาไม่ค่อยดึกเนาะ
จริงๆแล้วจะมาตั้งเเต่ตอนตี4แล้วล่ะแต่ว่าเรายังไม่แน่ใจว่าจะลงแบบนี้ดีหรือเปล่า
เลยเปลี่ยนใจไม่ลงและกะว่าจะเขียนต่อให้เป็นตอนจบไปเลยแต่ในที่สุด
วันนี้....อาจจะเพราะขี้เกียจด้วยไม่สบายด้วย แถมข้ออ้างเยอะด้วย(??)
ก็เลยตัดสินใจลงแบบนี้นี่แหละค่ะ
ก่อนจะพูดอะไรต่อต้องขอโค้งขอโทษในความเป็นบีดิวสไตล์ด้วยนะคะ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
เหมือนจะยังไม่เต็มตอนยังไงไม่รู้ เราอาจจะคิดไปเองว่ามันใช้ได้
ฉากเดียวหนึ่งพรืดแล้วจบนี่แหละค่ะ
บีดิวสไตล์~ TT^TT
แล้วค่อยไปจบกันที่ตอนหน้าเนาะ
ใจหายเล็กๆนะที่หลังจากนี้ต้องเขียนตอนจบแล้ว
เฮ้อ~~~
เอาเป็นว่าในตอน13ที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ได้อ่านกันแล้ว
เราขอให้ทุกคนมีความสุขกับแม่มดและพี่พระเอกเหมือนเดิมนะคะ
แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ
| QUOTE |
| อย่าลืม hashtag #YOUx3 นะคะ ใส่หนักกันมาเลยทุกคน เราอ่านแล้วมีความสุขมาก ใครว่างๆของเข้าไปนั่งอ่านดูนะคะ เพลินๆดี ^^ |
ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
No comments:
Post a Comment