March 25, 2012

[FIC] YOU DA ONE [YUNHOxJAEJUNG][03]

user posted image

Title: YOU DA ONE
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC +EROTIC 



“พี่ยุนโฮ~ อย่าแกล้งเราซี่”




“ไม่ได้โกหกเราแน่นะ”




“ไม่อยากจะโกรธหรอกนะแต่พี่ชอบมาทำให้เราโกรธตลอดเลย”




“ทำไมทำอย่างงี้!? พี่ยุนโฮรู้มั๊ยว่านี่มันโคตรแย่เลย ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วนะทำไมยังให้สัมภาษณ์แบบนั้นอีก”




“พี่ยุนโฮสัญญาก่อนสิ”




“แล้วพี่รู้ใช่มั๊ยว่าจะเป็นยังไงถ้าพี่ไม่รักษาสัญญาน่ะ”




“สัญญาแล้วนะ บอกว่าจะซื้อให้ก็ต้องซื้อให้นะ”




“เรารักพี่ยุนโฮนะ รักแบบ...รักมากๆ เราทำร้ายผู้หญิงเพื่อแย่งพี่ได้เลยด้วยซ้ำ”




ช่วงหลังๆมีแต่อะไรประเภทนี้ทั้งนั้น...
วิชลิสต์เดือนต่อมาระบุยี่ห้อรถสปอร์ตเอาไว้ด้วย เพราะอย่างนั้นยุนโฮที่มีเงินพอที่จะซื้อให้แจจุงได้โดยที่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงก็เลยจับแจจุงทำสัญญา โดยในสัญญาระบุเอาไว้เลยว่าแจจุงจะต้องพายามเรียกยุนโฮว่าพี่และเรียกตัวเองว่าเราจนติดปาก ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ไหนก็ไม่ควรกลับไปเป็นคำว่าผมกับคุณอีก

ยุนโฮไม่เคยคิดทำอะไรแบบนี้มาก่อนจนกระทั่งวันหนึ่งที่เขานัดเจอกับเพื่อนร่วมแก๊งค์สมัยม.ปลาย นับตั้งแต่ที่เขาอิจฉาเพื่อนๆที่มีแฟนเด็กแล้วยังเรียกพี่ทุกคำ จริงๆแล้วมันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรหรอก แต่สำหรับยุนโฮแล้วมันเหมือนเรื่องความยุติธรรมที่ต้องเรียกร้องเลยทีเดียว

แน่นอนว่าแจจุงยอมทำสัญญาแต่โดยดี แล้วยุนโฮก็เข้าใจว่าคงอยากได้รถใหม่จริงๆก็เลยตั้งใจเปลี่ยนชื่อเรียก ตั้งใจทำนั่นทำนี่เป็นการเอาใจ และต่อให้มีวันไหนที่วีนก็จะเรียกยุนโฮว่าพี่อย่างเคยชิน ยุนโฮยอมหมดนั่นแหละถ้าแจจุงจะตี จะตบ หรือจะข่วนถ้าแลกมาด้วยการเรียกพี่ยุนโฮ~ พี่ยุนโฮ~ ทุกครั้ง... รถสปอร์ตหนึ่งคันนี่ถือว่าไม่ใช่ประเด็นเลยด้วยซ้ำ

.
.




นี่เราขอเขามากไปหรือเปล่า...?


แจจุงถามตัวเองขณะที่กำลังวุ่นวายกับการจัดระเบียบโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง...

เขาจริงจังมากพอที่ตะหยุดทุกอย่างแล้วก็ยืนคิดอยู่เฉยๆ ว่าตอนนี้ได้ขอยุนโฮมากไปหรือเปล่า ทั้งวิชลิสต์และที่เคยพูดขอเรื่องนั้นเรื่องนี้ไว้อีก เรื่องส่วนตัวนี่ก็สำคัญ... แจจุงขอให้ยุนโฮโทรบอกเวลาจะไปดื่ม ไปปาร์ตี้ที่ไหน เวลาถามว่ามีผู้หญิงและหนุ่มน้อยอยู่ร่วมโต๊ะมากน้อยแค่ไหนก็จะคอยถามย้ำว่าไม่ได้โกหกแน่นะ
พื้นฐานเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย นี่ก็เลยทำให้แจจุงยิ่งหยุดคิดไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ตีโพยตีพายวุ่นวายอะไรนักตอนนี้หนักสุดก็แค่ทะเลาะกับตัวเองเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
ยุนโฮเป็นผู้ชายร่าเริง เขาจะยิ้มทันทีที่เจออะไรถูกใจ เรื่องผู้หญิงก็เหมือนกัน... ตอนนี้แจจุงกำลังวิเคราะห์กับตัวเองอยู่ว่ามันมีเหตุผลอะไรบ้างที่คนเราจะยอมเมื่อคนของเราแอบไปมีสัมพันธ์กับคนอื่นโดยที่เขาไม่ได้รัก แล้วก็สรุปได้ชัดเจนว่า ‘ก็เพราะรัก’ แต่ก็ยังสงสัยตัวเองอยู่นิดหน่อยว่าทุกวันนี้ความรักของตัวเองที่มีให้ยุนโฮมันน้อยไปหรือยังไง มันน้อยเกินกว่าที่จะทนยอมให้เกิดเรื่องอย่างครั้งที่แล้วได้อย่างนั้นหรือเปล่า?
ถามจองอาแล้วเหมือนกัน... จองอาบอกว่าคนเรามีความรักทุกคนนั่นแหละ แล้วความรักก็คือนิสัยอย่างหนึ่งของคน...10คนก็มีความรักต่างกันไป10อย่าง แถมยังฟันธงมาแล้วด้วยว่ายังไงเรื่องนี้ก็ไม่ควรยอม มันหมดยุคที่จะยอมให้อะไรๆที่ดูยังไงก็เสียเปรียบแล้ว ยังไม่พอ จองอาย้ำด้วยการตบโต๊ะทำงานแล้วก็พูดว่า ‘พอกันที!’ ด้วย


ยุนโฮน่ะไว้ใจได้ ถึงเรื่องอย่างว่ากับนังแหม่มขายาวนั่นจะยังอยู่ในหัวมาโดยตลอดก็ตาม


แต่วันนี้ไม่อยากไว้ใจให้ยุนโฮออกไปดื่มกับพี่ผู้จัดการจริงๆนะ...


.......
.............



“ก็ไหนว่าอยากอยู่ด้วยกันไง?”

“พี่ไปกับพวกพี่ซังโฮ แป๊บเดียวเอง...”

“................”

“......แม่มด…”

“...............”

“โธ่ แล้วอย่างนี้จะให้พี่ไปไหนได้ยังไงกันล่ะ หืม?”

ห้าวินาทีก่อนหน้านี้ยุนโฮเพิ่งจะใส่รองเท้าเสร็จเป็นเวลาเดียวกันที่แจจุงยืนนิ่งๆ มองตายุนโฮอย่างไม่มีความหมายพิเศษอะไร ริมฝีปากที่เป็นสีชมพูตามธรรมชาติเม้มติดกันแน่น ยุนโฮก็มองตอบเช่นกันแล้วเขาก็รู้สึกตัวว่าสายไปเสียแล้ว...
มองครั้งหนึ่งก็เท่ากับแพ้ไปสิบครั้ง หัวใจของดาราหนุ่มทอดตัวละลายลงกับพื้นแต่เขาไม่แน่ใจว่าแจจุงจะเห็นมันหรือไม่ ที่แน่ๆแจจุงต้องเห็นรอยยิ้มเขา...แล้วก็ต้องรู้สึกดีกับกอดนี้.....

หากเหนือกว่านั้นยังมีสิ่งที่แน่เสียยิ่งกว่าแน่..... ก็คือยุนโฮไม่เห็นแม่มดยิ้มร้ายๆตอนที่เขาเข้าไปกอด

…ก็ไม่อยากให้ยุนโฮไป...



“โอเค! พี่ไม่ไปแล้วแจจุง...ไม่ไปไหนแล้ว”

ยุนโฮจูบหน้าผากแล้วก็กอดแจจุงแน่นๆ ที่เขาพูดว่าจะไม่ไปไหนก็คือจะไม่ไปจริงอย่างว่า รู้สึกว่าในเวลาแบบนี้การอยู่กับแม่มดให้โดนสาปน่าจะดีกว่าการออกไปดื่มไปกินข้างนอกตั้งเยอะ


เห็นๆกันอยู่...


“พี่ยุนโฮจะไปไหนได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเราไม่สบาย”

“หือ?” ยุนโฮตกใจกับคำพูดของแจจุง นี่เขาไม่ได้สังเกตขนาดนั้นเลยเหรอถึงดูไม่เห็นออกว่าแม่มดป่วย “แม่มดป่วยเหรอ? อาการเป็นยังไง”

“ไม่มีอะไรมาก”

“แล้วมันยังไงล่ะ? บอกพี่มานะขืนปล่อยไว้เดี๋ยวก็เป็นหนักกันพอดี” หนุ่มหล่อลูบหน้าลูบหลังแจจุงใหญ่โต เขาใช้มือขวาอังหน้าผากขาวๆไปด้วยพอพบว่าตัวไม่ร้อนก็ตัดอาการไข้ไปทันทีแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าแม่มดเป็นอะไร “หา?? บอกมาสิ!”

“ป่วยไม่มากหรอก...ฉีดยาสักเข็มสองเข็มก็น่าจะดีขึ้น”

“แล้วสรุปเราเป็นอะไรล่ะ...ถึง จะ....ต้อง.....ฉีด?.....เดี๋ยวนะครับ....ฉีดยาเหรอ?”

“อาฮะ” เห็นแจจุงยิ้มยั่วให้ยุนโฮก็เข้าใจแล้วว่าวันนี้แม่มดป่วยเป็นอะไร

เขาเริ่มถอดรองเท้า ถอดหมวกแล้วก็รุกจูบแม่มดตัวร้ายที่กำลังสาปเขาให้หลงรักตลอดไปอย่างไม่รู้เบื่อ แจจุงยังมีชั้นเชิงในการตอบรับดีอยู่ถึงแม้ว่าแข้งขาจะก้าวตามยุนโฮไม่ทันอยู่บ้างก็ตาม
สองร่างนัวเนียกันมาหยุดที่กำแพงห้อง มือซนๆของแจจุงจัดการกับเข็มขัดและกระดุมกางเกงยีนส์ตัวโปรดของุนโฮด้วยความชำนาญระหว่างนั้นแทบไม่มีการปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระกันเลย เสียงครางอย่างพึงใจในจูบและรสสัมผัสทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อยุนโฮไล่จูบไปจนถึงใบหูที่เขาจงใจเลียอย่างหื่นกระหายแจจุงก็จะตัวสั่น หน้าที่แดงด้วยอารมณ์อยู่แล้วกำลังออกสีมากขึ้น ขณะเดียวกันลมหายใจที่มีก็ชักจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นการบอกว่าพวกเขาพร้อมแล้วกับการสานต่อการกระทำบางอย่างที่คุ้นเคยกันดี

ยุนโฮกำจัดกางเกงขาสั้นของแจจุงออกให้พ้นทางพอๆกับที่เขาร่นกางเกงยีนส์ไว้หมิ่นๆที่สะโพก เขาบอกให้แจจุงเกาะไหล่เขาให้แน่นๆก่อนที่จะกดกายเข้าไปในส่วนลึกที่พร้อมอยู่แล้วของแม่มดคนสวยจนเจ้าตัวร้องด้วยความเจ็บที่ปฏิเสธไม่ได้ แจจุงเกร็งไปหมดจนนิ้วเท้าข้างที่เกาะเอวยุนโฮอยู่งอไปหมด พวกเขาทั้งคู่รู้ใจและเดาจังหวะกันได้ ...แจจุงแค่พยักหน้ายุนโฮก็รู้หน้าที่ เขาสอดกายให้ลึกกว่าเก่า ยิ่งแจจุงบีบรัด เขาก็ยิ่งมีอารมณ์ ขณะนั้นขาอีกข้างของจุงก็เกาะเอวเขาไว้แล้ว ยุนโฮพาแม่มดลอยหวือขึ้นจากพื้น แม่มดเองก็กำลังเม้มริมฝีปากจนมันแดงกว่าเก่าแล้ว ส่วนสีหน้าที่แสดงบนใบหน้าร้ายๆที่กำลังชื้นเหงื่อบ่งบอกได้เลยว่ากำลังมีความสุขกับประสบการณ์ใหม่ที่กำแพงขนาดไหน ร่างกายของแจจุงร้อนผ่าวราวกับว่าใกล้จะระเบิด ยุนโฮไม่ได้ปล่อยให้เวลานี้ผ่านไปอย่างเรียบง่ายธรรมดาแน่นอนเขาขยับร่างเข้าออกอย่างไร้จังหวะพลางกัดหน้าอกขาวๆที่อยู่ตรงหน้าอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนที่จะย้ายไปที่เตียง ...

รับยาเข็มแรกหลังจากที่ออนท็อปจนล้าไปตลอดเรียวขา




ไฟที่กำลังโหมอยู่ในห้วงอารมณ์บอกแจจุงว่านี่มันไม่พอ มันน้อยเกินไปสำหรับพวกเขาที่รักแล้วก็คิดถึงกันมากขนาดนี้ มันไม่พอเลย... ดังนั้นจึงเป็นคนเริ่มบทรักรอบใหม่

“เหนื่อยแล้วเหรอ?” แม่มดถาม เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าตัวเองตัวเล็กกว่าพี่ยุนโฮมากพอที่จะนอนเท้าคางอยู่บนอกล่ำนั่นได้สบายๆ

“พี่จะบ้าแล้ว...ทำไมแม่มดถึงได้น่าคลั่งอย่างงี้น๊า”

“หยุดไม่ได้นะ....เรายังไม่หายป่วยเลย”

แม่มดถอดเสื้อยืดที่ใส่ติดตัวไว้ตั้งแต่แรกเหวี่ยงลงไปข้างเตียง ก่อนจะเป็นฝ่ายจูบไซ้ทั้งคอของคุณพระเอกอย่างไม่กลัวเหนื่อย แต่ทว่าก็หยุดอย่างกะทันหันก่อนจะแล้วขยับหนีอย่างอ้อยอิ่งเชื่องช้า ดวงตาที่ยุนโฮบ้าคลั่งในความเป็นประกายมาตลอดหรี่มองเขาประกอบกับยิ้มมุมปากที่เห็นแล้วไม่อยากจะทนออกห่างเขาไปเรื่อยๆไปหยุดอยู่ที่อีกข้างของเตียง แจจุงนอนลงแล้วขยับตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะอ้าขาออกพร้อมกับผายมือ ...บอกยินดีต้อนรับคุณพระเอกที่รับบทเป็นหมอชั่วคราวเข้ามาทำการรักษาอาการป่วยได้อย่างเต็มที่

.....


คนหล่อไม่ยอมปล่อยให้แจจุงสบายอีกแน่ๆ เขาเร่งจังหวะจนแจจุงแทบหายใจไม่ทัน เขาจำได้ว่าเสียงเนื้อกระทบกันมันดังไปทั่วห้อง แจจุงยกสะโพกสอดรับยุนโฮพอดิบพอดีในบางจังหวะ ในขณะที่ยิ่งถึงปลายทางเท่าไหร่ก็จะยิ่งเกร็ง แจจุงจะบีบรัดยุนโฮโดยไม่รู้ตัว

จังหวะหนึ่งที่แจจุงยื่นมือออกไปจับใบหน้าของยุนโฮแล้วมองอย่างพิจารณา...

“หน้าพี่มันทำไมเหรอ?”

“จำได้ว่าเคยนึกถึงใบหน้านี้ตอนที่ช่วยตัวเองตั้งหลายครั้งแน่ะ”

“คิดว่าพี่ไม่เคยทำแบบนั้นหรือไง”

“ตอนทำอย่างนั้นว่าสุดๆแล้วแต่พอได้ทำจริงๆเนี่ย.....”

“สุดยอดเลยใช่มั๊ย”

“ยอมตายได้เลย”

พวกเขาหัวเราะคิกคักให้กันก่อนที่ยุนโฮจะโน้มตัวลงมาโอบกอดแจจุงด้วยทั้งสองแขนแล้วกระแทกกระทั้นความเป็นชายเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงหนักขึ้นกว่าเดิม แจจุงครางอย่างเป็นสุขเมื่อมองเห็นปลายทางอยู่รำไร
ริมฝีปากยุนโฮเย็นฉ่ำแต่กลับมีลมหายใจร้อน เสียงลมหายใจของชายหนุ่มวนเวียนอยู่ใกล้ๆหูแจจุงจนเจ้าตัวขนลุก ยุนโฮตัวใหญ่ๆกำลังขยับโยกร่างใส่สะโพกเขาอย่างถึงใจ ปฏิกิริยาตอบกลับของแจจุงทั้งดูน่ารักและน่าสงสาร หน้าแดงเรื่อ พยายามจะปิดปาก แต่ก็ดิ้นเร่าเพราะแรงอารมณ์ แม้จะพยายามสะกดกลั้นเสียงร้องเอาไว้ด้วยกลัวว่ามันจะดังออกไปให้ห้องข้างๆได้ยินอย่างเต็มที่แล้วก็ตามแต่ด้วยฝีไม้ลายมือของยุนโฮมันก็เลยกลายเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับแจจุง

มันไม่เคยง่ายเลยจนถึงวินาทีสุดท้ายของยาเข็มที่สอง

.
.


ไม่ทันได้ถามเลยว่าเร็วๆนี้จะต้องถอดเสื้อโชว์ใครที่ไหนอีกมั๊ยแต่คืนนี้ก็เผลอข่วนหลังคุณพระเอกไปแล้วสองสามแผล แจจุงหวังว่ามันจะไม่กระทบกระเทือนงานของยุนโฮนะ แต่ถ้ามีใครเห็นเข้าแล้วถามก็อยากให้เขารู้กันหมดเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

นับวันความร้ายกาจที่ยุนโฮคอยพูดถึงมาตลอดมันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ....

“ตอนนี้หายดีหรือยังครับ”

“หายแล้ว”

“เราข่วนหลังพี่ไปตั้งหลายทีแน่ะ ไม่เป็นไรใช่มั๊ย”

“ไม่เป็นไร...จริงๆก็อยากบอกคนอื่นเหมือนกันนะว่าแจจุงน่ะชอบอะไรแบบนี้”

“นี่!!!”

“อย่าตะคอกสิครับ ยังอยากได้รถอยู่มั๊ย หืม?”

“ก็พี่อยากพูดจากวนกันก่อน แล้วต่อไปถ้ายังเอาเรื่องรถมาขู่กันแบบนี้เราก็ต้องตามใจพี่ไปหมดใช่มั๊ย เอ...ตกลงกันแล้วนี่ว่าใครจะเป็นฝ่ายตามใจน่ะ”

“แหมแม่มด รถที่เราขอพี่น่ะมันไม่ใช่คันละล้านสองล้านนะ เพราะฉะนั้นต้องทำตัวให้คุ้มกับของที่จะได้หน่อยสิ”

“............”

“ตามใจนะ ถ้าแม่มดไม่อยากได้รถจากพี่แล้วก็ไม่เป็นไร...ก็ไปขอคุณนายจองอาแล้วก็รอไปสามปีอย่างต่ำก็แล้วกัน เนอะ”

“แทนที่จะไปขอคุณป้า...เราว่าขอคุณลุงคนนี้ดีกว่า”

“นี่แหละ...น่ารักมากเลย ว่าแต่เมื่อกี้เจ็บมากหรือเปล่า พี่ขอโทษนะ” ยุนโฮมักจะถามแบบนี้ทุกครั้ง แล้วแจจุงก็จะส่ายหน้าทุกครั้งเหมือนกัน

“สองรอบแค่นี้สบายมาก...”

“ใช่ซี่~ เดี๋ยวนี้แม่มดของพี่เป็นงานแล้วนี่!”

“พูดจาอย่างนี้นี่น่าตีจริงๆเลย” แจจุงแกล้งทำท่าจะข่วนแต่ก็ไม่สามารถจะเล่นจนจบได้เมื่อยุนโฮขู่กลับ

“ถ้าตบพี่จูบนะ” ช่างเป็นคำขู่ที่ได้เปรียบไปหมดไม่ว่าจะทางไหน ...แต่ความร้ายกาจของแม่มดก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เรื่องของเรื่องคือไม่กลัวด้วยซ้ำว่าจะถูกจูบหรือทำอะไรมากกว่านั้น

“ก็ให้มีแรงจูบกันก่อนเถอะคุณลุง~”

“เมื่อกี้ยังบอกว่าจะยอมตามใจพี่อยู่เลยนี่!?”

“ไม่ได้แกล้งว่านะ แต่พี่ดูตัวเองก่อนสิ...เรากลัวจริงๆว่าพี่จะหัวใจวายกลางคันไปน่ะ ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่แฟนเราแก่ขนาดนี้”

“อย่ามัวแต่พูดเลยดีกว่า แม่มดไม่คิดเหรอว่าของอย่างนี้มันต้องพิสูจน์น่ะ”

“ถ้างั้นก็ขอพิสูจน์หน่อยสิ”

“เตรียมลุกไม่ขึ้นไว้ได้เลย”


มันมีความจริงอยู่หลายประการในคืนนั้น
คือ.....
ยุนโฮไม่ได้แก่ขนาดนั้น
แจจุงไม่ได้ป่วย
ยุนโฮนอนไปประมาณ5ชั่วโมง ...นี่คือการนับเวลานอนในรอบ3วัน
แจจุงเจ็บมาก เจ็บตลอดทุกครั้ง แต่ก็อยากลุกไม่ขึ้น ไม่รู้ทำไม
ยุนโฮรู้ตัวว่าคืนนี้จบยาก
แจจุงมั่นใจว่าต่อให้ถึงเช้าก็ไหว

และ
ยุนโฮจองรถให้แจจุงแล้ว



xxxxxxxxxxxxxxx



“ให้ตาย!! ทำไมชีวิตพวกนายมันถึงน่าอิจฉากันขนาดนี้นะ”

แจจุงรู้สึกตัวตื่นด้วยเสียงแหลมๆ นอกจากที่กำลังสะลึมสะลือตอนตื่นนอนแล้ว ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนที่กำลังยืนเท้าเอวโวยวายอยู่ที่ปลายเตียงนั้นคือใคร

“ตื่นเดี๋ยวนี้เลย!! ไม่ตื่นใช่มั๊ย!?”

“ตื่นแล้วๆ!” คิมแจจุงตัดใจตื่นและลุกขึ้นนั่งจนได้ แต่ก็ไม่ทันเวลาที่จะได้รอดพ้นจากหมอนใบโตที่ลอยลิ่วเข้ามาจนปะทะเต็มหน้า และนั่นก็สมเหตุสมผลที่จะต้องโวยออกไปบ้าง “ปั้ดโธ่เอ๊ยจองอา! ระวังจมูกฉันบ้าง!!!”

“ก็ใครใช้นายให้หาเรื่องไม่ทราบล่ะไอ้น้องชาย”

พี่สาวสะบัดเสียงตอบอย่างน่าหมั่นไส้แล้วก็ปรายตามองอีกคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับน้องชาย เป็นคนเดียวกับที่เธอพูดชมไว้ตอนให้สัมภาษณ์กับทีวีเมื่อวานนี้ด้วย

“ปลุกแฟนนายหน่อย บอกให้กลับบ้านกลับช่องไปได้แล้ว”

“ให้เขานอนไปเถอะ” ระหว่างนั้นเขามองหากางเกงมาสวมแต่มันก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเดินเปลือยไปหยิบมาด้วยตัวเองแต่แล้วก็สอดส่องมองหาต่อไปจนเจอผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมตั้งแต่ตอนอาบน้ำครั้งล่าสุดพาดอยู่ใกล้ๆหัวเตียงจึงหยิบขึ้นมาพันรอบสะโพกเปลือยที่ยังซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างไม่ลังเล ก่อนจะเอื้อมมือไปเล่นผมคนที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ ตอนนั้นกล้ามเนื้อของเขาก็เร้าใจได้แม้ไม่ต้องทำอะไรเหมือนเคย “เมื่อคืนดึกไปหน่อย” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจับแรงไปหรืออย่างไรถึงทำให้คนขี้เซาเริ่มรู้สึกตัวแล้วก็ส่งเสียงออกมาเบาๆเป็นการถามว่ามีอะไร แจจุงรู้และเข้าใจดีก็เลยก้มลงไปกระซิบข้างๆหูเป็นคำตอบให้ ก่อนจะหอมแก้ม “ไม่มีระเบิดลงหรอกนะ...หลับต่อได้เลย”

แจจุงหัวเราะคิกคักกับท่าทางที่เหมือนเด็กของคุณพระเอก หัวเราะด้วยความรักความเอ็นดูเพราะเวลาที่ยุนโฮนอนหลับหลังจากที่เหนื่อยมานานจะน่ารักมาก เขาจะหลับสนิท เขาเล่าว่าไม่ค่อยได้ฝันอะไรเท่าไรนักเพราะตั้งแต่เป็นคนดังมาเขาค้นพบว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนที่เขาโหยหาที่สุด หลับแต่ละทีก็จะหลับสนิทเลยทีเดียว แจจุงเป็นพวกช่างสังเกต...เขารู้ว่ายุนโฮชอบนอนหงาย แล้วก็จะนอนอ้าปาก ถ้ากรนก็จะกรนแค่นิดเดียว แล้วปกติก็ไม่ค่อยชอบใส่อะไรตอนนอนเสียด้วย

พวกเขารู้ใจกัน
เป็นคู่ที่น่ารัก

แต่ก็...........


“หยุดสวีทกันแล้วสนใจฉันสักครู่ได้มั๊ยแจจุง”

นั่นสินะ...จองอาอยู่ในห้องด้วย

“อา...ลืมไปเลย มีอะไรพิเศษหรือไงถึงได้บุกมาถึงนี่เลย”

“เปล่า แค่มาชวนไปหาอะไรกินน่ะ” คนตอบจีบปากจีบคอพูดพลางชื่นชมแหวนเพชรในมือตัวเองไปด้วย จองอาเป็นประเภทแต่งตัวดีตลอดเวลา แม้กระทั่งชุดนอนยังต้องเจาะจงเลือกยี่ห้อเลยด้วยซ้ำ ทุกคนที่รู้จักกับท่านประธานจองอารู้ดีว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีรายละเอียดในทุกๆเรื่อง แล้วก็เก่งพอที่จะสยบทุกคนด้วยนิสัยแบบนี้ได้ด้วย

“หา!?”

“ใช่ นั่งทำงานอยู่แล้วก็เกิดอยากกินอะไรพิเศษๆขึ้นมาน่ะ แล้วนายก็เป็นคนแรกๆที่พี่นึกถึง...ปฏิเสธไม่ได้ด้วยนะ”

“เผด็จการ~”

“นายก็นิสัยเหมือนพี่นี่แหละ”

“..............”

“ถ้าพี่เป็นนาย พี่จะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวมากกว่าที่จะมานั่งมองหน้าพี่แบบนี้ “

“งั้นอีกครึ่งชั่วโมงจะออกมานะ”

ว่าแล้วแจจุงก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะเดินคลำสะโพกป้อยๆไปเข้าห้องน้ำ
ดังนั้นขณะนี้ห้องนอนขนาดกำลังอบอุ่นสำหรับคู่รักก็เหลือแค่คุณน้องเขยกับพี่สาวเท่านั้น แล้วต่อจากนี้คิมจองอาก็จะแสดงเหตุผลที่แท้จริงของการบุกรังรักของน้องชายในวันนี้ออกมาแล้ว

สาวมั่นเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งของเตียงที่มีคุณน้องเขยนอนหลับอยู่แล้วก็ใช้ทั้งสิบนิ้วขยุ้มผมสีน้ำตาลอ่อนของดาราที่ดังที่สุดในสังกัดของตัวเองอย่างจริงจัง จองอาไม่กลัวที่จะขยุ้มและกระชากหัวยุนโฮแรงๆยังไงทุกสถานะของตนและยุนโฮ ทั้งในและนอกห้องนี้เธอก็เหนือกว่ายุนโฮทั้งหมด

“โอ๊ย!”

“ตื่น! แล้วอย่าเสียงดังเชียวนะยะ” หัวหน้าแม่มดที่ยุนโฮเกรงกลัวกำลังถลึงตาใส่อยู่จะจะ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการนอนหลับของเขา ทำไมพอตื่นมาถึงได้เจอแจจุงเวอร์ชั่นผมยาวอกคัพซีทำอะไรแบบนี้ได้

“นี่...นี่มัน....?”

“นายกำลังคิดว่าฉันคือแจจุงที่เป็นกระเทยใช่มั๊ย!? มองให้ดีๆ ฉันคือคิมจองอา...เจ้านายแล้วก็พี่เมียของนาย!!” จองอาพูดเบาๆอย่างกับจะกระซิบ แต่ให้ความรู้สึกน่ากลัวกว่าการตะคอกที่ยุนโฮเคยเจอมาซะอีก

ใช่สินะ...นี่คือจองอา เพราะถ้าเป็นแจจุงคงไม่ทำแบบนี้หรอก

“โอเค...จองอา...ผมรู้แล้วว่าเป็นคุณ ยังไงช่วยเอ่อ...เอามือออกจากผมของผมได้มั๊ย...”

“ไม่!! ฉันจะคุยกับนายสั้นๆ และพอน้องชายฉันออกมาก็ช่วยทำเป็นหลับให้มันเนียนๆหน่อย ทำเหมือนฉันไม่เคยปลุกนายขึ้นมาลุยเรื่องที่นายไม่ไปโผล่ที่งานเปิดร้านขนมของคุณซึงฮอน เข้าใจมั๊ย?”

“หา?”

“แค่นี้ก็ลืมซะแล้วไอ้บ้า!! วันก่อนฉันบอกให้นายไปงานเปิดร้านคุณซึงฮอนหน่อยเพราะน้องสาวเขาชอบนายมาก! แค่ไปนั่งเล่นๆ ชิมขนมของเขา ถ่ายรูปสองสามรูปแล้วก็กลับ แต่ทำไมนายไม่ไป!?”

ยุนโฮช็อค... เขาว่าในหัวไม่เคยมีเรื่องพวกนี้ผ่านมาด้วยซ้ำ

“ผมไม่เห็นจำได้เลยว่าคุณบอก...”

“ปั้ดโธ่!! ไอ้น้องเขยโง่!! ก็ที่ฉันโทรบอกนายตอนนายนั่งรถไปถ่ายรายการที่อินซาดงยังไงเล่า!!!?”

พระเอกหนุ่มนอนนึก ขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่หัว ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปเขาได้ผมบางเลยแน่ๆ

ถ่ายรายการ…
อินซาดง.....
โทรศัพท์.......

อ๋อ........

“อ๋อ....”

“นึกได้แล้วก็บอกมาว่าทำไมไม่ไป!?”

“ผมลืม...”

“ฉันเกลียดคำตอบนี้โคตรๆเลยให้ตาย!! นี่! แล้วฉันก็ถามผู้จัดการนายแล้วว่าวันนั้นเลิกงานแล้วนายไปไหน ได้คำตอบว่านายรีบแจ้นมาหาน้องฉัน!! นายรู้มั๊ยว่าการที่นายไม่ไปงานเปิดร้านคุณซึงฮอนของฉันวันนั้นมันทำให้ฉันเสียหน้าขนาดไหน ฉันสัญญากับเขาไว้แล้วว่านายจะไป รับปากแล้วว่าไม่ว่ายังไงน้องสาวของเขาก็จะได้เจอนาย! ทำไมไม่ไปล่ะหา!!?” จองอากำลังโมโห ยุนโฮว่าตอนนี้เธอจะเขย่าหัวเขาจนเขาตายได้สบายๆเลย

“โธ่~ จองอา คุณจีบเขามาตั้งนานแล้ว เขาไม่เกลียดคุณเพราะเรื่องนี้หรอกเชื่อผมเถอะ”

“ฉันรู้ย่ะว่าเขาไม่เกลียดฉันง่ายๆแต่ฉันโมโหนายมากเลยชองยุนโฮ!! ทำไมทำอย่างนี้กับฉัน!? ไอ้คนไม่รักษาคำพูด!! ฉันจะยุให้แจจุงเลิกกับนายเลยดีมั๊ยเนี่ย!!?!”

“ไม่ๆๆๆ ไม่เอานะจองอา....”

“งั้นสัญญาก่อนว่าคราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีก”

“คุณก็ควรบอกผมก่อนนะว่าจะให้ผมทำอะไร” ไม่ทันจบคำพูดยุนโฮทำท่ายกมือขึ้นมากันทั้งหน้าทั้งหัวของตัวอีกครั้ง จองอาดูพร้อมที่จะพ่นไฟเผาเขาได้ทุกเวลา น่ากลัวจริงๆ “เฮ้ยๆๆ ผมไม่เถียงแล้ว โอเค...ผมสัญญาเลยจองอา”

“แล้วถ้านายฟ้องแจจุงล่ะก็”

“ไม่ ผมไม่ฟ้องครับ”

“.............” กลัวเขาไม่เชื่อ ยุนโฮก็เลยชูนิ้วแบบลูกเสือสำรองการันตี

สาบานได้เลยว่านอกจากยายแล้วก็มีจองอานี่แหละที่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเขา

“ส่วนเรื่องคุณซึงๆอะไรของคุณนั่นน่ะ เดี๋ยวผมจะส่งเสื้อพร้อมลายเซ็นไปให้น้องสาวเขานะ ว่างๆจะเข้าไปที่ร้านแล้วก็คุยเรื่องคุณให้เขาฟังด้วย แฟร์มั๊ย?”

“ดีนี่!”

...ดีของคุณ แต่มันเหนื่อยผมครับคุณพี่เมีย...

“อาฮะ...คุณจะปล่อยหัวผมได้หรือยัง “

“ทำเป็นร้องออดแอดไปได้ จำไว้เลยเถอะว่าแจจุงมันก็นิสัยเหมือนฉันนี่แหละ!” จองอายอมปล่อยมือแล้วก็ถอยออกมานั่งที่เดิม ซีอีโอสาวหัวเราะเยาะสภาพพระเอกที่ใครๆก็เฝ้าฝันกำลังขยี้หัวตัวเองราวกับว่าจะช่วยให้หายเจ็บได้ ใครจะไปรู้ว่าชองยุนโฮน่ะกลัวพี่เมียอย่างเธอขนาดไหน

“ว่าแล้วคุณเอาเมียผมไปไว้ไหนเนี่ย?”

“ฉันจะตบซ้ำเพราะคำพูดนายเนี่ยแหละ!! แจจุงอยู่ในห้องน้ำโน่น เดี๋ยวเราจะออกไปกินข้าวด้วยกัน”

“เรา?”

“ฉันหมายถึงฉันกับน้อง...แบบไม่มีนายน่ะ”

“แล้วคุณมาขโมยแจจุงไปแบบนี้ได้ไง นี่!เมื่อวานน้องคุณเพิ่งจะสอบเสร็จนะ รู้มั๊ยว่าก่อนหน้านี้ผมต้องอดทนนอนดูน้องคุณนั่งอ่านหนังสือหลังขดหลังแข็งแบบไม่ได้แม้แต่จูบน่ะ! ช่วยตัวเองบ่อยๆมันก็เหนื่อยนะคุณ!”

“ไอ้ทะลึ่ง!! แล้วทีนายขโมยน้องฉันไปเป็นเมียล่ะยะ”

“พูดดีๆหน่อยคุณ น้องคุณต่างหากที่จับผมมาก่อน”

“แล้วใครใช้ให้นายมีอะไรกับแจจุงตั้งแต่วันแรกไม่ทราบ!?”

“ก็แหมน้องคุณน่ะ....ออกจะ......”

“ออกจะอะไร?”

“ออกจะ....โอว.........คุณไม่มีไอ้นั่นน่ะไม่เข้าใจหรอกว่าเวลาหยุดไม่ได้น่ะมันทรมานขนาดไหน”

“อ๋อที่ทำไปก็เพราะไอ้นั่นมันเรียกร้องอย่างเดียวสินะ”

“ใครบอก...ผมก็รักของผมด้วยนะ”

“อย่าเลิกกันให้เห็นล่ะ เพราะถ้าเลิกกันล่ะก็ฉันฆ่านายแน่”

“ก่อนจะถึงมือคุณผมก็ตายเพราะแจจุงไปแล้วล่ะ”


สรุปว่าวันนั้นแจจุงออกมาเร็วกว่าปกติทำให้ยุนโฮแกล้งหลับต่อไม่ทัน แต่คุณพระเอกก็ไหวพริบดีพอที่จะคิดแกล้งคุณพี่สาวขี้หวงน้องโดยการนั่งกางแขนเรียกแจจุงเข้ามากอด ออดอ้อนตามประสาคนปากหวานว่าทำไมตื่นแล้วไม่ยอมปลุกกัน ไม่อยากให้ออกไปไหนเลย ต้องคิดถึงมากแน่ๆ อย่าเอาแต่กินจนลืมนึกถึงพี่ที่รออยู่นะ แม่มดต้องกลับมาเร็วๆล่ะรู้มั๊ย ไหนมาจูบทีซิ...

“โอ๊ยนี่! ไปกินข้าวนะยะไม่ได้ไปรบ ทำไมจะต้องอาลัยอาวรณ์อะไรขนาดนั้น”

“แป๊บนึงนะจองอา....ส่วนพี่ยุนโฮน่ะ เดี๋ยวเรากลับมา...ระหว่างนี้ก็ลุกไปอาบน้ำแล้วก็นั่งอ่านบทละครรอเราไปก่อนนะ”

“ครับผม แม่มดสั่งอะไรพี่ก็จะทำตามทั้งนั้นแหละ”

“อาฮะ...ไปแล้วนะ”

“แม่มดอย่าลืมคิดถึงพี่ด้วยนะครับ”



xxxxxxxxxxxxxxxx



ระหว่างที่นั่งรอแจจุงกลับมายุนโฮได้รับโทรศัพท์จากย่าแท้ๆที่เป็นคนเลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ชายหนุ่มดีใจมากจนต้องละมือจากทุกอย่างเพื่อมาคุยกับผู้หญิงที่เขารักที่สุดทั้งรอยยิ้ม


“สวัสดีครับย่า”





“ครับ...”





“ย่าครับผมขอโทษ แต่...เอ่อ......คือ......”





“แต่ว่าแจจุงเป็นคนดีนะครับ น้องน่ารักมาก แม่ยังถูกใจเลย”




“โธ่...ฟังผมหน่อยสิครับ”





“ย่าครับผมจริงจังนะ ผมไม่เอาใครทั้งนั้นแหละ...แจจุงเป็นคนสุดท้ายแล้ว”





“ผมว่าไม่ได้หรอกครับย่า....ผม....เดี๋ยวก่อน...ย่าครับ!





เขาวางสาย...
ถอนหายใจเฮือกใหญ่และคิดไม่ออกว่าจะเอายังไงต่อไปดี.........

ก็ในเมื่อย่าของเขาไม่ชอบแจจุงเลย





TBC






.......................

TALK

ฮ่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
*กรีดเลือด*

เราเหนื่อยมากเลย ด้วยอะไรหลายๆอย่าง
งานเขียนเราเลยออกมาแปร่งๆเช่นนี้
เราต้องขอโทษด้วยน๊าที่มันอาจจะออกมาไม่ดี
ชีวิตตอนนี้ไม่มีมรสุมหรอกค่ะ แต่มันเครียดเล็กๆ
ปัญหาเยอะแยะโลกจะแตก อะไรอย่างนั้น


เพราะอย่างงี้ก็เลยอยากแต่งฟิคตลอดเวลาที่ว่างเลย
อยากมากจริงๆนะเราแบบคันไม้คันมือตลอด 5555


เดี๋ยวจะต้องเคลียร์งานและสอบจริงๆแล้ว ฮืออออออออ

ยังไงฝากแม่มดกับพี่พระเอกไว้กับทุกคนก่อนนะคะ
เช



QUOTE
อย่าลืม hashtag #YOUx3 นะคะ
มาเ่ล่นกันๆ ^__.^


ขอบคุณทุกคนค่ะ

2 comments:

  1. ทำไมย่าเป็นแบบนี้ เปิดใจหน่อยซิคุณย่า!!!!!

    ReplyDelete
  2. สวัสดีค่ะไรเตอร์ ติดตามมานานแล้วววววว

    ชอบฟิคของไรเตอร์มากๆเลยค่ะ ตั้งแต่อินเบดแล้ว

    ไม่มียูสเซอร์ในบอร์ด แต่มาหาบล็อกเจอในที่สุด :)


    แม่มดแสบมากกกก น่ารัก น่าเอ็นดู

    แล้วพี่พระเอกจะไม่ตามใจได้ยังไง >///<

    หัวหน้าแม่มดเจ๋งมาก นางพญาสุดๆ ทำเอาคุณพระเอกไม่กล้าหือเลยทีเดียว

    แล้วคุณย่านี่ยังไง คุณย่าๆๆๆ!!!

    ReplyDelete