Title: Catch me
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC EROTIC
Author: i3e-dwz
Pairing: YUNHOxJAEJUNG
Rating: PG-NC
Genre: ROMANTIC EROTIC
01
ไม่นานมานี้ตระกูลใหญ่ที่สืบเชื้อสายมาจากขุนนางระดับสูงอย่างตระกูลชองมีอันต้องประสบกับปัญหาใหญ่อย่างการสูญเสีย ‘นายหญิง’ ที่เป็นประมุขของตระกูลเพียงคนเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ
ในวันที่ลูกตะกั่วฝังร่างของหญิงวัยห้าสิบห้าจนตายไปต่อหน้าต่อตาของ ‘ชองยุนโฮ’ เขาสาบานด้วยฐานะของ ‘คนรับใช้’ อย่างไม่ลังเลเลยว่าสำหรับคนที่กล้าทำเรื่องอุกอาจราวกับกระตุกหนวดเสืออย่างนี้เขาจะเอาเลือดสดๆของมันมาเทหน้าหลุมฝังศพให้นายหญิงดูให้ได้
จริงๆแล้วเขามีศักดิ์เป็น ‘ลูกเลี้ยง’ ของนายหญิง เป็นสมาชิกตระกูลชอง เป็นลูกชายที่เกิดกับโสเภณีราคาแพงที่หลงใหลใบหน้าหล่อๆของพ่อ แล้วก็ยังเป็นคนที่นายผู้ชายผู้ล่วงลับโปรดปราน รักใคร่ เทิดทูนและบูชาหว่างขาเธอยิ่งสิ่งใด แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นลับหลังนายหญิง...จะเรียกว่าลับหลังดีหรือไม่? ในเมื่อนายหญิงรู้ทุกอย่างแต่ทำเป็นไม่รู้ได้อย่างแนบเนียน ตามคำบอกเล่าของพ่อบ้านประจำตระกูลนายหญิงเธอจัดการคนรักที่หักหลังและศัตรูหัวใจอย่างพ่อกับแม่ของเขาได้อย่างร้ายกาจ ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเกิดครบรอบหนึ่งปีของเขา ในเวลาที่เขายังแบเบาะ ไม่รู้ประสา เขาเห็นเหตุการณ์แต่ไม่อาจจำความได้...คำบอกเล่าของพ่อบ้านคนนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เล่าให้เขาฟังว่านายหญิงใช้ปืนจ่อหัวของเขาในวัยขวบเดียวอย่างเลือดเย็น เพียงแค่เหนี่ยวไก ชีวิตที่ยังไม่ทันเป็นชีวิตอย่างสมบูรณ์ของเขาก็จะถูกมัจจุราชพรากไปทันที นายหญิงขู่พ่อของเขาด้วยน้ำเสียงอันนุ่มและรื่นหูอย่างเป็นปกติ เธอบอกให้พ่อหยิบมีดขึ้นมาและสังหารแม่เสียถ้าหากไม่อยากให้เขาตายด้วยน้ำมือ กระสุน หรือคำสั่งของนายหญิงตลอดไป แน่นอนว่าพ่อไม่ยอมง่ายๆ แต่สายตาและบุคลิกของนายหญิงช่างเย็นชา เธอเกี่ยวนิ้วที่ไกปืน...บังคับพ่อด้วยท่าทางแบบนั้นและชีวิตของเขา สุดท้ายพ่อก็ฆ่าแม่... และไม่นานพ่อที่เสียสติฟูมฟายเพราะเสียใจกับทุกสิ่ง เสียใจกับศพจมกองโลหิตของแม่ และบวกกับกลัวที่เขาจะถูกนายหญิงฆ่าก็ตายด้วยปืนกระบอกเดียวกับที่นายหญิงใช้จ่อหัวเขาอยู่ ทุกคนตายหมด...ยกเว้นชองยุนโฮในวัยหนึ่งขวบ ที่นายหญิงชุบเลี้ยงและดูแลเรื่องการศึกษาจวบจนให้ที่อยู่อาศัยเขาจนถึงทุกวันนี้
ยี่สิบหกปีมาแล้วที่ยุนโฮอยู่ที่ตระกูลชอง ใช้นามสกุลชอง เป็นคนที่ไม่ได้ตำแหน่งผู้สืบทอดทั้งที่ควรจะได้ เขาดีกับนายหญิง...เคารพเหมือนแม่แม้ครั้งที่รู้ความจริงเรื่องครอบครัวของเขาตอนอายุสิบห้าจะทำให้เกิดความแค้นในใจเขาขึ้นมา และมันโหมกระพือ ลุกโชน นายหญิงรู้ว่าเขารู้...เธอนิ่งราวกับรอเวลาให้เขาที่ยิงปืนเป็นตั้งแต่อายุสิบสี่สังหารเธอเป็นการแก้แค้น แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่ลง
ตอนเด็กๆนายหญิงดุด่าเขาที่ทะเล่อทะล่าถือสมุดการบ้านเข้าไปให้นายหญิงที่มีชื่อเป็นผู้ปกครองเซ็นตามคำสั่งของครูโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่าเหตุใดเวลานั้นหน้าห้องนอนของนายหญิงจึงเงียบเชียบ ไม่มีชายชุดดำยืนทำหน้าเข้มเฝ้าอยู่เหมือนทุกครั้ง
สรุปว่ายุนโฮเข้าไปในห้องและเห็นนายหญิงที่ตอนนั้นยังอายุไม่ถึงสามสิบหกดีกำลังแอ่นร่างรับชายหนุ่มที่ดูเด็กกว่าเธอ ยุนโฮยืนมองด้วยความสงสัย เห็นนายหญิงร้องอย่างกับจะตาย เธออ้าขา บีบคลึงทรวงอกของตัวเองก่อนจะแอ่นเข้าหาริมฝีปากของชายหนุ่ม กว่าจะรู้ตัวอีกทีที่นายหญิงขว้างอะไรสักอย่างใส่เขา ซึ่งมันทำให้คิ้วเขาแตก...ยังมีแผลเป็นอยู่ในทุกวันนี้ วันนั้นนายหญิงคว้าเสื้อคลุมมาใส่และตบตีเขาอย่างบ้าคลั่งที่เข้าไปพังวิมานโลกีย์ของเธอ เธอด่ายุนโฮที่ยังเป็นเด็ก ตราหน้าเลยว่าเป็นลูกของอีตัวสกปรก...และความไร้เดียงสาของเขาทำให้เขาไม่รู้ว่า อีตัว คืออะไร...แล้วทำไมนายหญิงถึงพูดเช่นนั้นทั้งที่เขาเข้าใจว่าตัวเองเป็นลูกหรือหลานของนายหญิงมาตลอด
แต่ในวันนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว และถึงแม้นายหญิงจะสมควรแก่การถูกแก้แค้นถึงเพียงไหนแต่คำของพ่อบ้านก็ทำให้เขาหยุดคิดทุกอย่างและใช้ชีวิตที่เป็นเช่นนี้ต่อไป... เขาพูดว่าต่อให้นายหญิงไม่ฆ่าพ่อกับแม่ของเขา ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเขาจะเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วพ่อของเขาเป็นนายผู้ชาย ไม่ใช่ ‘นายใหญ่’ ของตระกูลชอง และเคยเป็นผู้ชายธรรมดาก่อนที่นายหญิงจะเห็นเข้าและถูกใจในความหล่อ แล้วก็นอนกับเขา พ่อเขาไม่ต่างจากแมงดา... เงินที่พ่อเอามาดูแลตอนที่แม่ท้องก็คงเป็นเงินของนายหญิงเหมือนกัน แล้วถ้าหากนายหญิงรู้และตัดหางพ่อเขาปล่อยวัดไปเสีย เขาคงอดตาย หรือไม่ก็ถูกขายไปที่ซ่องไหนสักซ่องก็เป็นได้
นี่คือชองยุนโฮ...ผู้ที่สาบานว่าอย่างนั้นตอนที่เคารพศพ
“ใครก็ตามที่มันทำกับนายหญิงแบบนี้...ผมจะฆ่ามัน คอยดูนะครับ”
…
ตระกูลชองเรืองอำนาจ... แต่ยังไม่เท่าตระกูลเชวที่อยู่ฝั่งตะวันตก ตระกูลเชวที่มีผู้นำเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด การบริหารงานของเขาไม่ได้ดีไปกว่าฝั่งตระกูลชองเท่าไหร่ เพียงแต่ในยุคนี้สมัยนี้การเหยียดเพศยังคงมีตัวตนไม่ว่าจะในสังคมใดก็ตาม การที่ตระกูลชองมีประมุขเป็นผู้หญิงก็ทำให้ด้อยกว่าตระกูลเชวที่ยังขาดประสบการณ์อีกมากไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ตระกูลเชวไม่มีนายหญิง ถึงแม้ประมุขของตระกูลมักจะยืนเคียงข้างกับเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางทว่ามีเสน่ห์ลึกลับอย่าง ‘คิมแจจุง’ เสมอ... พวกเขาเคยถูกจับตามองว่าจะเป็นคู่รักกัน แต่ไม่ใช่...พวกเขาแค่นอนด้วยกันบางครั้งและหลายครั้งที่คิมแจจุงจะได้รับมอบหมายให้เลือกคู่นอนของนายใหญ่ตระกูลเชวอีกที เคยมีคนจากตระกูลอื่นรวมถึงนักการเมืองดังๆที่ถ้าหากบอกชื่อไปทั้งประเทศจะต้องแตกตื่นแน่ๆมาขอแลกเงินสัมปทานต่างๆและเงินก้อนใหญ่ ที่ดินและทรัพย์สมบัติมหาศาลกับตัวคนสวยข้างกายนายใหญ่ พวกเขาต่างวาดฝันปั้นวิมานในความคิดตัวเองไว้อย่างเลิศหรูว่าคงจะได้กอดคนสวยคนนี้อย่างราบรื่น
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ และ ไม่มีทางได้ ... ตุ๊กตาไร้หัวใจที่ยิงปืนแม่นกว่าทหารในสนามรบคนนี้เลือกเองทุกครั้งเวลาอยากจะนอนกับใคร
แจจุงอยู่ในตระกูลเชวมาตั้งแต่เกิด แม่ของเขาเป็นแม่บ้านที่นายหญิงคนก่อนของตระกูลเชวรักเหมือนน้องสาว ตอนเด็กๆแจจุงไม่ชอบบรรยากาศในคฤหาสน์หลังนี้เลยแม้แต่น้อย มองไปทางไหนก็ไม่เห็นชีวิตชีวาใดๆ นายใหญ่ที่เรียกติดว่าว่า ‘พี่’ ก็ดูจะมืดมนตามคนพวกนั้นเข้าไปทุกวัน ตอนที่ยังเรียนมัธยมปลายอยู่ที่โรงเรียนอาชีวะมีวันนึงที่แจจุงกลับถึงบ้านแล้วก็ชะงักอยู่ที่หน้าประตูห้องของแม่เมื่อได้ยินเสียงของนายหญิงที่ดูจะเครียดไม่เบา เขาโตเป็นวัยรุ่นแล้ว รู้ดีว่าการแอบฟังคนอื่นโดยเฉพาะผู้ใหญ่คุยกันมันไม่ใช่เรื่องดี ...แต่ก็ทำ
เขาฟังจนได้รู้ความจริงบางอย่างที่ทำให้อึ้งไม่เบา...
แม่ของแจจุงเป็นเมียน้อยของนายใหญ่คนเก่า ซึ่งนั่นก็แปลว่าแม้แต่แม่เองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าแจจุงเป็นลูกพ่อหรือลูกของนายใหญ่ วันนั้นนายหญิงตบตีแม่บ้านที่ไว้ใจและรักมากเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่งเพราะหล่อนลักลอบนอนกับสามีของเธออย่างคนทรยศ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแจจุงก็ถูกนายหญิงเกลียดและทำท่าราวกับขยะแขยงกันทุกครั้งที่เห็นหน้า แจจุงเคยหนีออกไปอยู่ที่อื่นหลายครั้ง...แต่ทุกครั้ง ‘พี่’ ก็ตามตัวกลับมาได้นั่นทำให้แจจุงรู้ดีเลยว่าไม่ว่าจะหนีไปที่ไหนที่ยังอยู่ในโลกนี้ อิทธิพลของตระกูลเชวจะนำพาใครสักคนมาลากตัวเขากลับบ้านไปเพื่อโดนขังอยู่ในห้องมืดเสมอ
ราวกับความมืดในห้องที่ถูกขังเป็นการทำโทษนั้นค่อยๆกัดกินหัวใจของคนธรรมดาอย่างแจจุงไปเรื่อยๆ จากก้อนเนื้อดีๆมันก็ค่อยๆกลายเป็นก้อนกระด้างสีดำไร้ชีวิตไปง่ายๆ แจจุงหัดยิงปืน ต่อสู้ ในระหว่างนั้นก็นอนกับครูฝึกหน้าตาดีอยู่ครั้งหนึ่ง
ศพแรกที่ตายเพราะคนสวยไร้หัวใจคนนี้คือลูกน้องคนสนิทของนายใหญ่ แจจุงคว้าปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอนมายิงตัดขั้วหัวใจของไอ้สวะนั่นโดยไม่ลังเลหลังจากที่มันพยายามที่จะ ‘ข่มขืน’ แล้วก็เป็นคนเรียกคนอื่นมาเก็บศพมันเอง นายใหญ่ที่เป็นพี่ชายโกรธแจจุงอย่างกับอะไรดีที่ฆ่าลูกน้องของเขาทันทีแบบนี้ แต่แจจุงก็อ้างเหตุผลเดียวตลอดว่าถ้าหากไม่ทำแบบนี้คนที่ต้องตายอาจจะเป็นตัวเองก็ได้ ไอ้หื่นนั่นอาจจะข่มขืนเขาจนตายก็ได้ ใครจะไปรู้ และหลังจากนั้นก็มีศพต่อๆมาที่ไม่มีใครสนใจว่าเป็นลำดับที่เท่าไหร่ พวกเขาปะทะกับคู่อริหลายๆครั้ง เคยพลาดถูกยิงที่แขน ที่ขา หรือแม้แต่ที่ท้องก็มี แต่ก็ยังเลือกที่จะเดินในทางนี้ต่อไปเหมือนกับว่าจะลงจากหลังเสือไม่ได้หากขี่มันมาไกลขนาดนี้แล้ว
หลายครั้งที่นายใหญ่เรียกแจจุงเข้าไปนั่งเป็นเพื่อนตอนที่เขานอนสักลายอยู่ที่หลัง นายใหญ่เชวคนปัจจุบันมีรอบสักรูปมังกรตัวสีดำเต็มหลัง ในคืนหนึ่งที่แจจุงบอกว่าอยากนอนกับเขาแล้วก็ได้นอน กระจกเงาบานใหญ่ที่ปลายเตียงสะท้อนภาพมังกรสีดำกำลังขยับไปมาบนร่างของแจจุงอย่างสง่างาม แจจุงรักรอยสักมาตั้งแต่เวลานั้น...
รักรอยสัก...ไม่ได้รักเจ้าของรอยสัก
วันหนึ่งแจจุงเดินไปบอกนายใหญ่ว่าต้องการช่างสักมาสักเพิ่มให้ที่ขา เขาจับขาของแจจุงแล้วถามว่าตำแหน่งไหนกันที่อยากจะไปสักให้เจ็บตัวอีกแล้ว แจจุงจับมือเขาแล้วลากจากข้อเท้าขึ้นมาถึงต้นขาก่อนจะวนเป็นวงรอบๆต้นขาที่อยู่ไม่ไกลจากบั้นท้ายขาวๆนัก นายใหญ่ที่ไม่ค่อยรักษามาดเลยเวลาอยู่กันลำพังแค่สองคนถึงกับร้องออกมาแล้วถามย้ำอยู่นั่นแหละว่าเอาจริงหรือ? ซึ่งคำตอบยังเหมือนเดิม
คิมแจจุงเป็นคนแบบนั้น มีชีวิตแบบนั้น...
เป็นคนที่หัวเราะกับข่าวคนตายบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างเลือดเย็น
“สมน้ำหน้า!”
“อีกครั้งแล้วนะที่ทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษากัน”
“แล้วจะให้ทำยังไง...”
“เธอไม่ควรปล่อยให้กาฮีวู่วามฆ่านังนั่นเร็วขนาดนี้เลยแจจุง”
“แล้วพี่จะให้ทำยังไง? พูดตอนนี้มันมีอะไรดีขึ้นมาเหรอ ยังไงยัยแก่นั่นก็ตายไปแล้ว ทุกอย่างจบ...เรื่องนี้ไม่ทำให้พี่เดือดร้อนเลยสักนิด”
“คิดว่าฝั่งโน้นมันจะไม่รู้เลยเหรอว่าคนของเราฆ่านายมัน”
“รู้ก็ช่างสิ จะห่วงอะไร...กาฮีก็หนีไปแล้ว แถมตอนนี้ฝั่งพวกมันก็ไม่มีใครแล้วนอกจากผู้สืบทอดโง่ๆที่คงแต่งตั้งกันบนเตียงกับพวกผู้ชายนายบำเรอของนังนั่น ตระกูลชองมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
“อย่าลืมคิดสิว่ายังไงหมาก็ต้องรักเจ้านาย”
“โอ๊ย! หมามันจะรักนายมันขนาดไหนก็ช่างมันสิ! ตอนนี้เราเหนือกว่ามันแล้ว เป็นโอกาสที่จะเข้าไปยึดอำนาจไม่ใช่เหรอ? พี่มัวคิดอะไรมากขนาดนี้เล่า”
“..........”
“จะบอกให้นะครับนายใหญ่ มันไม่จำเป็นต้องมีแผนทุกครั้งหรอก ขืนมัวแต่นั่งวางแผนกันอยู่นั่นเดี๋ยวก็ได้โดนยิงหัวกระจุยกันพอดี ใครจะไปรู้”
และคิมแจจุงเป็นคนเดียวที่กล้าพูดอะไรแบบนี้กับนายใหญ่
ในวันที่ลูกตะกั่วฝังร่างของหญิงวัยห้าสิบห้าจนตายไปต่อหน้าต่อตาของ ‘ชองยุนโฮ’ เขาสาบานด้วยฐานะของ ‘คนรับใช้’ อย่างไม่ลังเลเลยว่าสำหรับคนที่กล้าทำเรื่องอุกอาจราวกับกระตุกหนวดเสืออย่างนี้เขาจะเอาเลือดสดๆของมันมาเทหน้าหลุมฝังศพให้นายหญิงดูให้ได้
จริงๆแล้วเขามีศักดิ์เป็น ‘ลูกเลี้ยง’ ของนายหญิง เป็นสมาชิกตระกูลชอง เป็นลูกชายที่เกิดกับโสเภณีราคาแพงที่หลงใหลใบหน้าหล่อๆของพ่อ แล้วก็ยังเป็นคนที่นายผู้ชายผู้ล่วงลับโปรดปราน รักใคร่ เทิดทูนและบูชาหว่างขาเธอยิ่งสิ่งใด แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นลับหลังนายหญิง...จะเรียกว่าลับหลังดีหรือไม่? ในเมื่อนายหญิงรู้ทุกอย่างแต่ทำเป็นไม่รู้ได้อย่างแนบเนียน ตามคำบอกเล่าของพ่อบ้านประจำตระกูลนายหญิงเธอจัดการคนรักที่หักหลังและศัตรูหัวใจอย่างพ่อกับแม่ของเขาได้อย่างร้ายกาจ ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเกิดครบรอบหนึ่งปีของเขา ในเวลาที่เขายังแบเบาะ ไม่รู้ประสา เขาเห็นเหตุการณ์แต่ไม่อาจจำความได้...คำบอกเล่าของพ่อบ้านคนนั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เล่าให้เขาฟังว่านายหญิงใช้ปืนจ่อหัวของเขาในวัยขวบเดียวอย่างเลือดเย็น เพียงแค่เหนี่ยวไก ชีวิตที่ยังไม่ทันเป็นชีวิตอย่างสมบูรณ์ของเขาก็จะถูกมัจจุราชพรากไปทันที นายหญิงขู่พ่อของเขาด้วยน้ำเสียงอันนุ่มและรื่นหูอย่างเป็นปกติ เธอบอกให้พ่อหยิบมีดขึ้นมาและสังหารแม่เสียถ้าหากไม่อยากให้เขาตายด้วยน้ำมือ กระสุน หรือคำสั่งของนายหญิงตลอดไป แน่นอนว่าพ่อไม่ยอมง่ายๆ แต่สายตาและบุคลิกของนายหญิงช่างเย็นชา เธอเกี่ยวนิ้วที่ไกปืน...บังคับพ่อด้วยท่าทางแบบนั้นและชีวิตของเขา สุดท้ายพ่อก็ฆ่าแม่... และไม่นานพ่อที่เสียสติฟูมฟายเพราะเสียใจกับทุกสิ่ง เสียใจกับศพจมกองโลหิตของแม่ และบวกกับกลัวที่เขาจะถูกนายหญิงฆ่าก็ตายด้วยปืนกระบอกเดียวกับที่นายหญิงใช้จ่อหัวเขาอยู่ ทุกคนตายหมด...ยกเว้นชองยุนโฮในวัยหนึ่งขวบ ที่นายหญิงชุบเลี้ยงและดูแลเรื่องการศึกษาจวบจนให้ที่อยู่อาศัยเขาจนถึงทุกวันนี้
ยี่สิบหกปีมาแล้วที่ยุนโฮอยู่ที่ตระกูลชอง ใช้นามสกุลชอง เป็นคนที่ไม่ได้ตำแหน่งผู้สืบทอดทั้งที่ควรจะได้ เขาดีกับนายหญิง...เคารพเหมือนแม่แม้ครั้งที่รู้ความจริงเรื่องครอบครัวของเขาตอนอายุสิบห้าจะทำให้เกิดความแค้นในใจเขาขึ้นมา และมันโหมกระพือ ลุกโชน นายหญิงรู้ว่าเขารู้...เธอนิ่งราวกับรอเวลาให้เขาที่ยิงปืนเป็นตั้งแต่อายุสิบสี่สังหารเธอเป็นการแก้แค้น แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่ลง
ตอนเด็กๆนายหญิงดุด่าเขาที่ทะเล่อทะล่าถือสมุดการบ้านเข้าไปให้นายหญิงที่มีชื่อเป็นผู้ปกครองเซ็นตามคำสั่งของครูโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่าเหตุใดเวลานั้นหน้าห้องนอนของนายหญิงจึงเงียบเชียบ ไม่มีชายชุดดำยืนทำหน้าเข้มเฝ้าอยู่เหมือนทุกครั้ง
สรุปว่ายุนโฮเข้าไปในห้องและเห็นนายหญิงที่ตอนนั้นยังอายุไม่ถึงสามสิบหกดีกำลังแอ่นร่างรับชายหนุ่มที่ดูเด็กกว่าเธอ ยุนโฮยืนมองด้วยความสงสัย เห็นนายหญิงร้องอย่างกับจะตาย เธออ้าขา บีบคลึงทรวงอกของตัวเองก่อนจะแอ่นเข้าหาริมฝีปากของชายหนุ่ม กว่าจะรู้ตัวอีกทีที่นายหญิงขว้างอะไรสักอย่างใส่เขา ซึ่งมันทำให้คิ้วเขาแตก...ยังมีแผลเป็นอยู่ในทุกวันนี้ วันนั้นนายหญิงคว้าเสื้อคลุมมาใส่และตบตีเขาอย่างบ้าคลั่งที่เข้าไปพังวิมานโลกีย์ของเธอ เธอด่ายุนโฮที่ยังเป็นเด็ก ตราหน้าเลยว่าเป็นลูกของอีตัวสกปรก...และความไร้เดียงสาของเขาทำให้เขาไม่รู้ว่า อีตัว คืออะไร...แล้วทำไมนายหญิงถึงพูดเช่นนั้นทั้งที่เขาเข้าใจว่าตัวเองเป็นลูกหรือหลานของนายหญิงมาตลอด
แต่ในวันนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว และถึงแม้นายหญิงจะสมควรแก่การถูกแก้แค้นถึงเพียงไหนแต่คำของพ่อบ้านก็ทำให้เขาหยุดคิดทุกอย่างและใช้ชีวิตที่เป็นเช่นนี้ต่อไป... เขาพูดว่าต่อให้นายหญิงไม่ฆ่าพ่อกับแม่ของเขา ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าเขาจะเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วพ่อของเขาเป็นนายผู้ชาย ไม่ใช่ ‘นายใหญ่’ ของตระกูลชอง และเคยเป็นผู้ชายธรรมดาก่อนที่นายหญิงจะเห็นเข้าและถูกใจในความหล่อ แล้วก็นอนกับเขา พ่อเขาไม่ต่างจากแมงดา... เงินที่พ่อเอามาดูแลตอนที่แม่ท้องก็คงเป็นเงินของนายหญิงเหมือนกัน แล้วถ้าหากนายหญิงรู้และตัดหางพ่อเขาปล่อยวัดไปเสีย เขาคงอดตาย หรือไม่ก็ถูกขายไปที่ซ่องไหนสักซ่องก็เป็นได้
นี่คือชองยุนโฮ...ผู้ที่สาบานว่าอย่างนั้นตอนที่เคารพศพ
“ใครก็ตามที่มันทำกับนายหญิงแบบนี้...ผมจะฆ่ามัน คอยดูนะครับ”
…
ตระกูลชองเรืองอำนาจ... แต่ยังไม่เท่าตระกูลเชวที่อยู่ฝั่งตะวันตก ตระกูลเชวที่มีผู้นำเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด การบริหารงานของเขาไม่ได้ดีไปกว่าฝั่งตระกูลชองเท่าไหร่ เพียงแต่ในยุคนี้สมัยนี้การเหยียดเพศยังคงมีตัวตนไม่ว่าจะในสังคมใดก็ตาม การที่ตระกูลชองมีประมุขเป็นผู้หญิงก็ทำให้ด้อยกว่าตระกูลเชวที่ยังขาดประสบการณ์อีกมากไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ตระกูลเชวไม่มีนายหญิง ถึงแม้ประมุขของตระกูลมักจะยืนเคียงข้างกับเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางทว่ามีเสน่ห์ลึกลับอย่าง ‘คิมแจจุง’ เสมอ... พวกเขาเคยถูกจับตามองว่าจะเป็นคู่รักกัน แต่ไม่ใช่...พวกเขาแค่นอนด้วยกันบางครั้งและหลายครั้งที่คิมแจจุงจะได้รับมอบหมายให้เลือกคู่นอนของนายใหญ่ตระกูลเชวอีกที เคยมีคนจากตระกูลอื่นรวมถึงนักการเมืองดังๆที่ถ้าหากบอกชื่อไปทั้งประเทศจะต้องแตกตื่นแน่ๆมาขอแลกเงินสัมปทานต่างๆและเงินก้อนใหญ่ ที่ดินและทรัพย์สมบัติมหาศาลกับตัวคนสวยข้างกายนายใหญ่ พวกเขาต่างวาดฝันปั้นวิมานในความคิดตัวเองไว้อย่างเลิศหรูว่าคงจะได้กอดคนสวยคนนี้อย่างราบรื่น
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ และ ไม่มีทางได้ ... ตุ๊กตาไร้หัวใจที่ยิงปืนแม่นกว่าทหารในสนามรบคนนี้เลือกเองทุกครั้งเวลาอยากจะนอนกับใคร
แจจุงอยู่ในตระกูลเชวมาตั้งแต่เกิด แม่ของเขาเป็นแม่บ้านที่นายหญิงคนก่อนของตระกูลเชวรักเหมือนน้องสาว ตอนเด็กๆแจจุงไม่ชอบบรรยากาศในคฤหาสน์หลังนี้เลยแม้แต่น้อย มองไปทางไหนก็ไม่เห็นชีวิตชีวาใดๆ นายใหญ่ที่เรียกติดว่าว่า ‘พี่’ ก็ดูจะมืดมนตามคนพวกนั้นเข้าไปทุกวัน ตอนที่ยังเรียนมัธยมปลายอยู่ที่โรงเรียนอาชีวะมีวันนึงที่แจจุงกลับถึงบ้านแล้วก็ชะงักอยู่ที่หน้าประตูห้องของแม่เมื่อได้ยินเสียงของนายหญิงที่ดูจะเครียดไม่เบา เขาโตเป็นวัยรุ่นแล้ว รู้ดีว่าการแอบฟังคนอื่นโดยเฉพาะผู้ใหญ่คุยกันมันไม่ใช่เรื่องดี ...แต่ก็ทำ
เขาฟังจนได้รู้ความจริงบางอย่างที่ทำให้อึ้งไม่เบา...
แม่ของแจจุงเป็นเมียน้อยของนายใหญ่คนเก่า ซึ่งนั่นก็แปลว่าแม้แต่แม่เองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าแจจุงเป็นลูกพ่อหรือลูกของนายใหญ่ วันนั้นนายหญิงตบตีแม่บ้านที่ไว้ใจและรักมากเหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่งเพราะหล่อนลักลอบนอนกับสามีของเธออย่างคนทรยศ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแจจุงก็ถูกนายหญิงเกลียดและทำท่าราวกับขยะแขยงกันทุกครั้งที่เห็นหน้า แจจุงเคยหนีออกไปอยู่ที่อื่นหลายครั้ง...แต่ทุกครั้ง ‘พี่’ ก็ตามตัวกลับมาได้นั่นทำให้แจจุงรู้ดีเลยว่าไม่ว่าจะหนีไปที่ไหนที่ยังอยู่ในโลกนี้ อิทธิพลของตระกูลเชวจะนำพาใครสักคนมาลากตัวเขากลับบ้านไปเพื่อโดนขังอยู่ในห้องมืดเสมอ
ราวกับความมืดในห้องที่ถูกขังเป็นการทำโทษนั้นค่อยๆกัดกินหัวใจของคนธรรมดาอย่างแจจุงไปเรื่อยๆ จากก้อนเนื้อดีๆมันก็ค่อยๆกลายเป็นก้อนกระด้างสีดำไร้ชีวิตไปง่ายๆ แจจุงหัดยิงปืน ต่อสู้ ในระหว่างนั้นก็นอนกับครูฝึกหน้าตาดีอยู่ครั้งหนึ่ง
ศพแรกที่ตายเพราะคนสวยไร้หัวใจคนนี้คือลูกน้องคนสนิทของนายใหญ่ แจจุงคว้าปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอนมายิงตัดขั้วหัวใจของไอ้สวะนั่นโดยไม่ลังเลหลังจากที่มันพยายามที่จะ ‘ข่มขืน’ แล้วก็เป็นคนเรียกคนอื่นมาเก็บศพมันเอง นายใหญ่ที่เป็นพี่ชายโกรธแจจุงอย่างกับอะไรดีที่ฆ่าลูกน้องของเขาทันทีแบบนี้ แต่แจจุงก็อ้างเหตุผลเดียวตลอดว่าถ้าหากไม่ทำแบบนี้คนที่ต้องตายอาจจะเป็นตัวเองก็ได้ ไอ้หื่นนั่นอาจจะข่มขืนเขาจนตายก็ได้ ใครจะไปรู้ และหลังจากนั้นก็มีศพต่อๆมาที่ไม่มีใครสนใจว่าเป็นลำดับที่เท่าไหร่ พวกเขาปะทะกับคู่อริหลายๆครั้ง เคยพลาดถูกยิงที่แขน ที่ขา หรือแม้แต่ที่ท้องก็มี แต่ก็ยังเลือกที่จะเดินในทางนี้ต่อไปเหมือนกับว่าจะลงจากหลังเสือไม่ได้หากขี่มันมาไกลขนาดนี้แล้ว
หลายครั้งที่นายใหญ่เรียกแจจุงเข้าไปนั่งเป็นเพื่อนตอนที่เขานอนสักลายอยู่ที่หลัง นายใหญ่เชวคนปัจจุบันมีรอบสักรูปมังกรตัวสีดำเต็มหลัง ในคืนหนึ่งที่แจจุงบอกว่าอยากนอนกับเขาแล้วก็ได้นอน กระจกเงาบานใหญ่ที่ปลายเตียงสะท้อนภาพมังกรสีดำกำลังขยับไปมาบนร่างของแจจุงอย่างสง่างาม แจจุงรักรอยสักมาตั้งแต่เวลานั้น...
รักรอยสัก...ไม่ได้รักเจ้าของรอยสัก
วันหนึ่งแจจุงเดินไปบอกนายใหญ่ว่าต้องการช่างสักมาสักเพิ่มให้ที่ขา เขาจับขาของแจจุงแล้วถามว่าตำแหน่งไหนกันที่อยากจะไปสักให้เจ็บตัวอีกแล้ว แจจุงจับมือเขาแล้วลากจากข้อเท้าขึ้นมาถึงต้นขาก่อนจะวนเป็นวงรอบๆต้นขาที่อยู่ไม่ไกลจากบั้นท้ายขาวๆนัก นายใหญ่ที่ไม่ค่อยรักษามาดเลยเวลาอยู่กันลำพังแค่สองคนถึงกับร้องออกมาแล้วถามย้ำอยู่นั่นแหละว่าเอาจริงหรือ? ซึ่งคำตอบยังเหมือนเดิม
คิมแจจุงเป็นคนแบบนั้น มีชีวิตแบบนั้น...
เป็นคนที่หัวเราะกับข่าวคนตายบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างเลือดเย็น
“สมน้ำหน้า!”
“อีกครั้งแล้วนะที่ทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษากัน”
“แล้วจะให้ทำยังไง...”
“เธอไม่ควรปล่อยให้กาฮีวู่วามฆ่านังนั่นเร็วขนาดนี้เลยแจจุง”
“แล้วพี่จะให้ทำยังไง? พูดตอนนี้มันมีอะไรดีขึ้นมาเหรอ ยังไงยัยแก่นั่นก็ตายไปแล้ว ทุกอย่างจบ...เรื่องนี้ไม่ทำให้พี่เดือดร้อนเลยสักนิด”
“คิดว่าฝั่งโน้นมันจะไม่รู้เลยเหรอว่าคนของเราฆ่านายมัน”
“รู้ก็ช่างสิ จะห่วงอะไร...กาฮีก็หนีไปแล้ว แถมตอนนี้ฝั่งพวกมันก็ไม่มีใครแล้วนอกจากผู้สืบทอดโง่ๆที่คงแต่งตั้งกันบนเตียงกับพวกผู้ชายนายบำเรอของนังนั่น ตระกูลชองมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
“อย่าลืมคิดสิว่ายังไงหมาก็ต้องรักเจ้านาย”
“โอ๊ย! หมามันจะรักนายมันขนาดไหนก็ช่างมันสิ! ตอนนี้เราเหนือกว่ามันแล้ว เป็นโอกาสที่จะเข้าไปยึดอำนาจไม่ใช่เหรอ? พี่มัวคิดอะไรมากขนาดนี้เล่า”
“..........”
“จะบอกให้นะครับนายใหญ่ มันไม่จำเป็นต้องมีแผนทุกครั้งหรอก ขืนมัวแต่นั่งวางแผนกันอยู่นั่นเดี๋ยวก็ได้โดนยิงหัวกระจุยกันพอดี ใครจะไปรู้”
และคิมแจจุงเป็นคนเดียวที่กล้าพูดอะไรแบบนี้กับนายใหญ่
“เป้าหมายมาแล้วครับนาย”
“ทำตามแผนเลย”
“ครับ”
ชายหนุ่มใส่ชุดสูทสีดำสนิท ร่างของเขาสูงโปร่งเหมือนนายแบบในโปสเตอร์ นอกจากนั้นเขายังหล่อมาก...ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนที่นอนกับเขามักจะร้องขอครั้งที่สองกับเขา ซึ่งมันไม่เคยมี
นี่คือ ‘ชองยุนโฮ’ ในวันที่เขาคิดการใหญ่เพื่อทำตามคำสาบานของตัวเอง
งานศพของนายหญิงผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ ผู้สืบทอดที่นายหญิงแต่งตั้งเอาไว้โดยไม่มีใครเห็นด้วยถูกอุ้มไปไหนเขาก็ไม่รู้ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงขึ้นเป็นผู้สืบทอดแทน และจะไม่มีทางตั้งตัวเองเป็นนายใหญ่อย่างที่ใครๆต้องการเลยถ้ายังไม่ได้ทำตามคำสาบาน
พวกเขาใช้แผนง่ายจนใครก็มองข้ามอย่างเช่นสะกดรอยตามนายหญิงของตระกูลเชวที่ออกมาเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์กับบอดี้การ์ดอีกแค่คนเดียวตามประสาคนวัยทองเรียบง่ายคนหนึ่ง พวกเขาฆ่าบอดี้การ์ดทิ้งทั้งคู่แล้วก็พานายหญิงกลับตระกูลเชวด้วยสภาพปืนจ่อหัว ไม่...ยุนโฮไม่ได้สั่งให้ลูกน้องเอาชีวิตคนแก่ไร้ประโยชน์หรอก แต่ถ้าหล่อนจะช็อคหรือหัวใจวายตายไปเองนั่นก็อีกเรื่อง
คนของยุนโฮบางคนไปถึงตระกูลเชวก่อนตามแผน ทันทีที่สมุนของตระกูลเชวเห็นว่าถ้ำเสือถูกบุกรุกพวกเขาก็เริ่มกระหายการต่อสู่และฆ่าฟันกันอย่างหนัก แต่ความกระตือรือร้นนั้นต้องหดหายไปจากชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่ส่วนใหญ่มักจะมีรอยแผลเป็นน่ากลัวจากการต่อสู้ในอดีตปรากฏบนใบหน้าหรือผิวหนังอื่นๆที่มองเห็นจนแทบหมดสิ้นเลยเมื่อพวกเขามองเห็นนายหญิงที่สูงวัยและดูอิดโรยมากกว่าปกติกำลังถูกปืนจ่อหัวอยู่ตรงนั้น
ลูกน้องรายงานบอกแจจุงกับนายใหญ่ว่าเกิดเรื่องแล้วก็ถามด้วยว่าจะเอายังไงดี ถ้าเป็นปกติแจจุงคงตอบว่าให้ลุยโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่รู้สึกว่าครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนุกกว่าปกติถึงได้ทำตามคำสอนของนายใหญ่ที่เคยสอนเอาไว้บ่อยๆว่า ‘ใจเย็นๆ’ ก่อนที่ตนและนายใหญ่เชวจะลงมาต้อนรับแขกสำคัญอย่างตระกูลชองโดยที่หยิบไม่ปืนติดตัวมาเลย
ยุนโฮตามมาสมทบทีหลัง เขาก้าวออกมาจากลัมโบกินีแล้วติดกระดุมเสือสูทของตัวเองก่อนจะเดินเข้ามาตามทางที่ลูกน้องต่างหลีกทางให้เขาเดินฝ่าออกมา เขายืนนิ่งๆขณะเดียวกันหางตาเขาเห็นนายหญิงแก่ๆกำลังจะเป็นลมหรือไม่ก็กำลังจะตายแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ
ยืนอยู่ไม่นานทางนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกลูกน้องของตระกูลเชวแหวกทางบ้างก่อนที่นายใหญ่เชวและ ‘ตุ๊กตา’ ที่ใครๆเขาก็พูดถึงกันจะเดินออกมา
“ฉันไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรที่เกี่ยวกับนายหญิงของเราจนทำให้พวกนายต้องหาเรื่องแบบนี้”
ยุนโฮไม่เคยสนใจว่าตุ๊กตาที่เขาว่ากันเป็นใคร แต่ลักษณะนี้คงไม่พ้น ‘ผู้หญิง’ ของนายใหญ่เชวแน่ๆ
“อาทิตย์ก่อนตระกูลเชวทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้ดี”
“อะไรเหรอ?”
ตุ๊กตาย้อนถาม...
ในขณะนั้นพยายามมองตาคู่สนทนาที่อยู่ห่างกันประมาณคนละฝั่งถนน หัวใจเต้นแรงขึ้นหลังจากเก็บรายละเอียดรูปร่างที่ดีของเขา
“ใครฆ่านายหญิงชองของเรา”
“ใครคือนายหญิงชอง? ฉันไม่รู้จัก”
“อย่าทำให้เสียเวลาเลย”
“แล้วนายหญิงชองคือใครล่ะ”
“คือนายหญิงของเราที่ถูกคนของตระกูลเชวฆ่าตาย”
“อย่างนั้นเหรอ”
ยุนโฮเบื่อหน่ายกับสงครามประสาทแบบนี้แล้ว เขาหยิบปืนออกมาแล้วกระชากร่างของหญิงแก่ข้างๆอย่างแรงอย่างรวดเร็วจนหล่อนแทบช็อคหมดสติ นั่นทำให้ฝั่งตระกูลเชวหวั่นว่านายหญิงเชวอาจจะถูกฆ่าตายเพื่อชดใช้
“ไม่อยากให้นายหญิงพวกแกตายก็ตอบมา!!”
“............”
“แต่ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร! แค่นัดเดียว...ฉันจะส่งยัยแก่นี่ไปลงนรก”
วูบหนึ่งแจจุงก็อยากจะปล่อยให้ฝั่งนั้นยิงนายหญิงเชวทิ้งไปเลยเพราะภาพแม่ของตัวเองที่ถูกตบตีเพราะเป็นเมียน้อยดันสว่างวาบขึ้นมาในเวลานี้ แต่พอมองต่ำลงไปก็เห็นกำปั้นที่สั่นเพราะความโกรธของนายใหญ่ที่ดูจะต้องควบคุมอารมณ์มากก็ทำให้คิดได้ว่า นายใหญ่เชวก็คงจะรักแม่ตัวเองเหมือนกัน
“พี่...?”
“ให้คนยิงหัวหน้ามันจากชั้นบน แล้วก็เอาตัวนายหญิงมาให้ได้” ช่างเป็นคำสั่งการที่เสี่ยงเหลือเกิน แจจุงคิดอย่างนั้นและเมื่อถูกนายใหญ่เร่งแจจุงก็ตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว
‘ตุ๊กตา’ เชิดหน้าแล้วก็ก้าวออกไปข้างหน้า ในเวลานั้นรู้สึกว่าเห็นประกายในแววตาของนายหญิงช่างวาวโรจน์ หล่อนคงอยากรอดไปกอดลูกชายเต็มที
“ฉันเอง! ฉันยิงยัยแก่ของพวกแกเอง!”
ยุนโฮแสยะยิ้ม เขาไม่เชื่อหรอก
“ปล่อยนายหญิง แล้วเอาฉันไปแทน”
“.........”
“บอกก่อนนะ ฉันไม่มีกฎตายในบ้าน ถ้าอยากจะฆ่าฉันก็อย่าฆ่าให้ลูกน้องมันเห็น” แจจุงบอกขณะพยุงนายหญิงเชวที่ถูกปล่อยตัวแล้วออกมา เขากอดนายหญิงเชวที่รังเกียจเขามาตั้งแต่คราวนั้นก่อนจะกระซิบบอกเบาๆถึงข้อความที่อยากบอกให้นายใหญ่เชวรู้ในตอนนี้ นายหญิงไม่พูดอะไรเพียงแต่มองแจจุงอย่างอาลัยอาวรณ์นิดหน่อยแล้วก็ค่อยๆเดินไปโดยที่มีลูกสมุนรีบรุดเข้ามาช่วยประคองต่อไป
ในเวลานี้ก็มีแต่แจจุงที่กำลังเผชิญหน้ากับคนของตระกูลชองอีกครึ่งร้อย ตุ๊กตายืนนิ่งๆเมื่อคนรูปหล่อสั่งให้ลูกน้องคนตัวและปลดอาวุธออกให้หมดซึ่งพวกเขาเจอแค่มีดพกเล่มเดียว หลังจากนั้นก็ถูกกระชากและใช้ปืนจ่อหัวโดยลูกกระจ๊อกตัวสูงๆคนหนึ่ง
ก่อนออกไปแจจุงหันมองคฤหาสน์ตระกูลเชวและนายใหญ่ที่ผูกพันด้วยไม่รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่แล้วก็ก้มหัวให้เจ้านายทั้งสองคนที่อยู่ตรงนั้นก่อนที่จะมองดูตัวเองในสภาพนี้ แจจุงด่าลูกน้องกระจอกของตระกูลชองสารพัดเลยตอนที่ถูกยัดเข้าไปในรถ กระบอกปืนสีดำก็กดแนบลงบนขมับจนรู้สึกว่ามันจะเป็นรอยแล้วแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางขัดขืนอะไรออกไป ได้ยินว่าพวกเขาจะมุ่งหน้าไปที่เซฟเฮาส์ที่ไหนสักแห่งแต่จะไปที่ไหนก็ช่างปะไร ไม่ได้มีแผนส่งข่าวอยู่แล้ว และเพราะแบบนี้ก็เลยหาอะไรเล่นสนุกๆ เพราะนายใหญ่เชวเคยบอกว่าลองให้แจจุงไปสบตากับใครที่ไหนมีต้องเสียสมาธิทุกราย คราวนี้ก็เลยหันไปสบตาไอ้โย่งข้างๆที่กดปืนเข้าที่ขมับอย่างแรงตลอดเวลา จริงๆด้วย... มันวอกแวกไปพักนึง น่าฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้เลยจริงๆแต่เดี๋ยวทุกอย่างจะผิดเพี้ยนไปหมดเสียก่อน
ก็คงต้องบอกกับตัวเองด้วยคำเดิมๆอีกครั้ง ‘ใจเย็นๆ’
.
.
ยุนโฮไม่เคยคิดว่าผู้หญิงของนายใหญ่เชวจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ เขารู้ว่าคนๆนั้นโกหกว่าเป็นคนฆ่า ทั้งสายตา ทั้งลักษณะอื่นๆมันบอกเขาว่าเจ้าตัวโกหก แต่ในเมื่ออยากจะยอมรับนักเขาก็จะแกล้งเชื่อไปอย่างนั้นให้ก็ได้ แล้วมาจะดูซิว่าตระกูลเชวมีมุขไหนมาทำให้เขาหัวเราะอีก แต่ไม่รวมถึงการที่ ตุ๊กตา นั่งจ้องหน้าเขาแบบนี้นะ ...นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ
สำหรับชองยุนโฮ...เขาอาจจะรู้ หรือว่าไม่รู้นะ...? แต่เขากำลังก้าวไปสู่อะไรสักอย่างที่ดึงดูด ขมวดความสนใจของเขาไปไว้ในจุดเดียว ทำลายสมาธิ ปั่นความตั้งใจแรก และสร้างความคิด ความรู้สึกใหม่ เหมือนครั้งใดครั้งหนึ่งที่ดื่มเหล้าครั้งแรก ความร้อนพอกคลุมในปากและทั้งร่างกาย ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นในอกเต้นเร็วขึ้นนิดหน่อย และไม่เป็นปกติอีกเลยถ้ายังนึกถึงอยู่.... ‘ตุ๊กตา’ คือผู้ที่ทำทุกอย่าง ทั้งหมดที่กล่าวมา
“ไง...”
“ไง”
“นี่คือเซฟเฮาส์ของฉัน...เอาเธอมาขังไว้ที่นี่และรอให้นายใหญ่ออกมาตามเมียกลับบ้านด้วยตัวเอง”
แจจุงหัวเราะพลางเปลี่ยนขานั่งไขว่ห้าง ก่อนจะมองไปรอบๆบ้าน
“เขาไม่มาหรอก”
“หรือว่า เธอเป็นอีหนูของมันแค่นั้นหรือ”
“ไม่รู้... ฉันถูกพ่อเขาข่มขืนตั้งแต่ตอนอายุสิบสี่ ฉันเป็นสมบัติตกทอด ตอนนี้เป็นของรุ่นที่สอง...”
แจจุงโกหกไปอย่างนั้น เล่นเอาหนุ่มหล่อชะงักไปนิดหน่อยก่อนเขาจะยักไหล่แล้วก็ถามต่อพลางรินวิสกี้ไปด้วย
“สองพ่อลูกนั่นช่างตาถึง”
“ก็อาจจะ...”
“ถ้างั้นนายหญิงน่าจะเกลียดเธอ”
“แน่นอน”
“แต่วันนี้เธอช่วยหล่อน”
“ไม่รู้สิ...เออ คุณชื่ออะไรเหรอ?”
“ทำไมฉันต้องบอกเธอ”
“ฉันชื่อคิมแจจุง...”
“ชองยุนโฮ”
“ก็เป็นลูกนายหญิงชองงั้นหรอ?”
ลูก?
“ไม่ใช่”
“งั้นก็คงเป็นผัวของหล่อน”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ...แจจุง?”
“ใช่ ชื่อแจจุง”
“อายุเท่าไหร่แล้ว”
“ยี่สิบสาม”
“น่าสงสาร...”
“หืม?”
“เธอไม่รู้หรอกมั๊งว่าเล่นอะไรอยู่ และที่สำคัญคือนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ...ฉันต้องการฆ่าคนที่ฆ่านายหญิงของฉัน และฉันดูออกว่าไม่ใช่เธอ”
“ทำไมจะไม่ใช่...วันนั้นที่หน้าแชงกรีลา ฉันยิงจากตึกตรงข้าม....2นัดแล้วหล่อนก็ร่วง ตุ้บ!”
ยุนโฮเอาแต่มอง สายตาเขาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แจจุงก็รู้...แต่ไม่สนใจ
“แล้วเธอฆ่าเขาทำไม”
“ผู้ชาย...หล่อนแย่งผู้ชายของฉันไป”
เขาส่ายหน้า
“ฉันแอบมีคนอื่นลับหลังนายใหญ่”
“อืม”
“งานนี้ถ้ายังไงก็ต้องมีคนถูกกำจัด ไม่ฉันก็หล่อน”
ไม่มีสัญญาณอะไรบอกว่าแจจุงจะลุกขึ้นและเดินมาหายุนโฮ ก่อนจะนั่งลงบนตักของเขาอย่างคนใจกล้า
วันนี้แจจุงใส่เสื้อคอกว้าง แจกจ่ายอาหารตากับลูกน้องทั้งหลายไปแล้วคราวนี้ก็มายัดเยียดให้สุดหล่อที่อยู่ใกล้กันมากๆบ้าง
“อยากตายหรือไง”
“ใช่...แล้วทำไมไม่เห็นคุณจะฆ่าฉันสักที ... ปืนก็อยู่นั่น” ยุนโฮวางปืนเอาไว้บนโต๊ะ ไม่ระแวดระวังเลยเพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง “หรือมีอีก ไหน?” สองมือลูบเร็วๆตามตัวเพื่อหาอาวุธ ท่ามกลางความหงุดหงิดของยุนโฮ เขาวางแล้วและรวบมือทั้งสองข้างของคนจากตระกูลเชวเอาไว้ด้วยกันเป็นการกำราบ
“ฉันไม่ชอบคนพูดไม่รู้เรื่อง!! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!!!”
เขาดุจนแจจุงชักจะอารมณ์เสียบ้างตามประสา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่หยุดง่ายๆ
ขนาดลูกน้องยังรู้เลย... คิมแจจุงทำอะไรแต่ละอย่าง หวังผลทั้งนั้น
สะโพกเล็กๆขยับโยกอยู่บนตักของชายหนุ่มด้วยท่วงท่าอันตราย ก่อนจะร้อนยิ่งกว่านั้นโดยการอ้าปากโชว์ลิ้นแดงๆที่ขยับไปมาทั้งสีหน้าสุดเคลิ้มอย่างนั้น สองมือที่ถูกรวบไว้ค่อยๆได้รับอิสระทำให้สามารถขยับเข้าไปใกล้กว่าที่เป็นอยู่ได้อีกนิดหน่อย แจจุงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆและพูดด้วยสายตาอันเร่าร้อนอย่างปิดไม่ปิด
“ยิงฉันเลย”
“............”
“ยิงฉัน...ด้วยปืน” ชั่ววินาทีนั้นยุนโฮลืมหายใจ “...กระบอกนี้”
“ทำตามแผนเลย”
“ครับ”
ชายหนุ่มใส่ชุดสูทสีดำสนิท ร่างของเขาสูงโปร่งเหมือนนายแบบในโปสเตอร์ นอกจากนั้นเขายังหล่อมาก...ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนที่นอนกับเขามักจะร้องขอครั้งที่สองกับเขา ซึ่งมันไม่เคยมี
นี่คือ ‘ชองยุนโฮ’ ในวันที่เขาคิดการใหญ่เพื่อทำตามคำสาบานของตัวเอง
งานศพของนายหญิงผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ ผู้สืบทอดที่นายหญิงแต่งตั้งเอาไว้โดยไม่มีใครเห็นด้วยถูกอุ้มไปไหนเขาก็ไม่รู้ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงขึ้นเป็นผู้สืบทอดแทน และจะไม่มีทางตั้งตัวเองเป็นนายใหญ่อย่างที่ใครๆต้องการเลยถ้ายังไม่ได้ทำตามคำสาบาน
พวกเขาใช้แผนง่ายจนใครก็มองข้ามอย่างเช่นสะกดรอยตามนายหญิงของตระกูลเชวที่ออกมาเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์กับบอดี้การ์ดอีกแค่คนเดียวตามประสาคนวัยทองเรียบง่ายคนหนึ่ง พวกเขาฆ่าบอดี้การ์ดทิ้งทั้งคู่แล้วก็พานายหญิงกลับตระกูลเชวด้วยสภาพปืนจ่อหัว ไม่...ยุนโฮไม่ได้สั่งให้ลูกน้องเอาชีวิตคนแก่ไร้ประโยชน์หรอก แต่ถ้าหล่อนจะช็อคหรือหัวใจวายตายไปเองนั่นก็อีกเรื่อง
คนของยุนโฮบางคนไปถึงตระกูลเชวก่อนตามแผน ทันทีที่สมุนของตระกูลเชวเห็นว่าถ้ำเสือถูกบุกรุกพวกเขาก็เริ่มกระหายการต่อสู่และฆ่าฟันกันอย่างหนัก แต่ความกระตือรือร้นนั้นต้องหดหายไปจากชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่ส่วนใหญ่มักจะมีรอยแผลเป็นน่ากลัวจากการต่อสู้ในอดีตปรากฏบนใบหน้าหรือผิวหนังอื่นๆที่มองเห็นจนแทบหมดสิ้นเลยเมื่อพวกเขามองเห็นนายหญิงที่สูงวัยและดูอิดโรยมากกว่าปกติกำลังถูกปืนจ่อหัวอยู่ตรงนั้น
ลูกน้องรายงานบอกแจจุงกับนายใหญ่ว่าเกิดเรื่องแล้วก็ถามด้วยว่าจะเอายังไงดี ถ้าเป็นปกติแจจุงคงตอบว่าให้ลุยโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่รู้สึกว่าครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนุกกว่าปกติถึงได้ทำตามคำสอนของนายใหญ่ที่เคยสอนเอาไว้บ่อยๆว่า ‘ใจเย็นๆ’ ก่อนที่ตนและนายใหญ่เชวจะลงมาต้อนรับแขกสำคัญอย่างตระกูลชองโดยที่หยิบไม่ปืนติดตัวมาเลย
ยุนโฮตามมาสมทบทีหลัง เขาก้าวออกมาจากลัมโบกินีแล้วติดกระดุมเสือสูทของตัวเองก่อนจะเดินเข้ามาตามทางที่ลูกน้องต่างหลีกทางให้เขาเดินฝ่าออกมา เขายืนนิ่งๆขณะเดียวกันหางตาเขาเห็นนายหญิงแก่ๆกำลังจะเป็นลมหรือไม่ก็กำลังจะตายแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ
ยืนอยู่ไม่นานทางนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกลูกน้องของตระกูลเชวแหวกทางบ้างก่อนที่นายใหญ่เชวและ ‘ตุ๊กตา’ ที่ใครๆเขาก็พูดถึงกันจะเดินออกมา
“ฉันไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรที่เกี่ยวกับนายหญิงของเราจนทำให้พวกนายต้องหาเรื่องแบบนี้”
ยุนโฮไม่เคยสนใจว่าตุ๊กตาที่เขาว่ากันเป็นใคร แต่ลักษณะนี้คงไม่พ้น ‘ผู้หญิง’ ของนายใหญ่เชวแน่ๆ
“อาทิตย์ก่อนตระกูลเชวทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้ดี”
“อะไรเหรอ?”
ตุ๊กตาย้อนถาม...
ในขณะนั้นพยายามมองตาคู่สนทนาที่อยู่ห่างกันประมาณคนละฝั่งถนน หัวใจเต้นแรงขึ้นหลังจากเก็บรายละเอียดรูปร่างที่ดีของเขา
“ใครฆ่านายหญิงชองของเรา”
“ใครคือนายหญิงชอง? ฉันไม่รู้จัก”
“อย่าทำให้เสียเวลาเลย”
“แล้วนายหญิงชองคือใครล่ะ”
“คือนายหญิงของเราที่ถูกคนของตระกูลเชวฆ่าตาย”
“อย่างนั้นเหรอ”
ยุนโฮเบื่อหน่ายกับสงครามประสาทแบบนี้แล้ว เขาหยิบปืนออกมาแล้วกระชากร่างของหญิงแก่ข้างๆอย่างแรงอย่างรวดเร็วจนหล่อนแทบช็อคหมดสติ นั่นทำให้ฝั่งตระกูลเชวหวั่นว่านายหญิงเชวอาจจะถูกฆ่าตายเพื่อชดใช้
“ไม่อยากให้นายหญิงพวกแกตายก็ตอบมา!!”
“............”
“แต่ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร! แค่นัดเดียว...ฉันจะส่งยัยแก่นี่ไปลงนรก”
วูบหนึ่งแจจุงก็อยากจะปล่อยให้ฝั่งนั้นยิงนายหญิงเชวทิ้งไปเลยเพราะภาพแม่ของตัวเองที่ถูกตบตีเพราะเป็นเมียน้อยดันสว่างวาบขึ้นมาในเวลานี้ แต่พอมองต่ำลงไปก็เห็นกำปั้นที่สั่นเพราะความโกรธของนายใหญ่ที่ดูจะต้องควบคุมอารมณ์มากก็ทำให้คิดได้ว่า นายใหญ่เชวก็คงจะรักแม่ตัวเองเหมือนกัน
“พี่...?”
“ให้คนยิงหัวหน้ามันจากชั้นบน แล้วก็เอาตัวนายหญิงมาให้ได้” ช่างเป็นคำสั่งการที่เสี่ยงเหลือเกิน แจจุงคิดอย่างนั้นและเมื่อถูกนายใหญ่เร่งแจจุงก็ตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว
‘ตุ๊กตา’ เชิดหน้าแล้วก็ก้าวออกไปข้างหน้า ในเวลานั้นรู้สึกว่าเห็นประกายในแววตาของนายหญิงช่างวาวโรจน์ หล่อนคงอยากรอดไปกอดลูกชายเต็มที
“ฉันเอง! ฉันยิงยัยแก่ของพวกแกเอง!”
ยุนโฮแสยะยิ้ม เขาไม่เชื่อหรอก
“ปล่อยนายหญิง แล้วเอาฉันไปแทน”
“.........”
“บอกก่อนนะ ฉันไม่มีกฎตายในบ้าน ถ้าอยากจะฆ่าฉันก็อย่าฆ่าให้ลูกน้องมันเห็น” แจจุงบอกขณะพยุงนายหญิงเชวที่ถูกปล่อยตัวแล้วออกมา เขากอดนายหญิงเชวที่รังเกียจเขามาตั้งแต่คราวนั้นก่อนจะกระซิบบอกเบาๆถึงข้อความที่อยากบอกให้นายใหญ่เชวรู้ในตอนนี้ นายหญิงไม่พูดอะไรเพียงแต่มองแจจุงอย่างอาลัยอาวรณ์นิดหน่อยแล้วก็ค่อยๆเดินไปโดยที่มีลูกสมุนรีบรุดเข้ามาช่วยประคองต่อไป
ในเวลานี้ก็มีแต่แจจุงที่กำลังเผชิญหน้ากับคนของตระกูลชองอีกครึ่งร้อย ตุ๊กตายืนนิ่งๆเมื่อคนรูปหล่อสั่งให้ลูกน้องคนตัวและปลดอาวุธออกให้หมดซึ่งพวกเขาเจอแค่มีดพกเล่มเดียว หลังจากนั้นก็ถูกกระชากและใช้ปืนจ่อหัวโดยลูกกระจ๊อกตัวสูงๆคนหนึ่ง
ก่อนออกไปแจจุงหันมองคฤหาสน์ตระกูลเชวและนายใหญ่ที่ผูกพันด้วยไม่รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่แล้วก็ก้มหัวให้เจ้านายทั้งสองคนที่อยู่ตรงนั้นก่อนที่จะมองดูตัวเองในสภาพนี้ แจจุงด่าลูกน้องกระจอกของตระกูลชองสารพัดเลยตอนที่ถูกยัดเข้าไปในรถ กระบอกปืนสีดำก็กดแนบลงบนขมับจนรู้สึกว่ามันจะเป็นรอยแล้วแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางขัดขืนอะไรออกไป ได้ยินว่าพวกเขาจะมุ่งหน้าไปที่เซฟเฮาส์ที่ไหนสักแห่งแต่จะไปที่ไหนก็ช่างปะไร ไม่ได้มีแผนส่งข่าวอยู่แล้ว และเพราะแบบนี้ก็เลยหาอะไรเล่นสนุกๆ เพราะนายใหญ่เชวเคยบอกว่าลองให้แจจุงไปสบตากับใครที่ไหนมีต้องเสียสมาธิทุกราย คราวนี้ก็เลยหันไปสบตาไอ้โย่งข้างๆที่กดปืนเข้าที่ขมับอย่างแรงตลอดเวลา จริงๆด้วย... มันวอกแวกไปพักนึง น่าฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้เลยจริงๆแต่เดี๋ยวทุกอย่างจะผิดเพี้ยนไปหมดเสียก่อน
ก็คงต้องบอกกับตัวเองด้วยคำเดิมๆอีกครั้ง ‘ใจเย็นๆ’
.
.
ยุนโฮไม่เคยคิดว่าผู้หญิงของนายใหญ่เชวจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ เขารู้ว่าคนๆนั้นโกหกว่าเป็นคนฆ่า ทั้งสายตา ทั้งลักษณะอื่นๆมันบอกเขาว่าเจ้าตัวโกหก แต่ในเมื่ออยากจะยอมรับนักเขาก็จะแกล้งเชื่อไปอย่างนั้นให้ก็ได้ แล้วมาจะดูซิว่าตระกูลเชวมีมุขไหนมาทำให้เขาหัวเราะอีก แต่ไม่รวมถึงการที่ ตุ๊กตา นั่งจ้องหน้าเขาแบบนี้นะ ...นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ
สำหรับชองยุนโฮ...เขาอาจจะรู้ หรือว่าไม่รู้นะ...? แต่เขากำลังก้าวไปสู่อะไรสักอย่างที่ดึงดูด ขมวดความสนใจของเขาไปไว้ในจุดเดียว ทำลายสมาธิ ปั่นความตั้งใจแรก และสร้างความคิด ความรู้สึกใหม่ เหมือนครั้งใดครั้งหนึ่งที่ดื่มเหล้าครั้งแรก ความร้อนพอกคลุมในปากและทั้งร่างกาย ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นในอกเต้นเร็วขึ้นนิดหน่อย และไม่เป็นปกติอีกเลยถ้ายังนึกถึงอยู่.... ‘ตุ๊กตา’ คือผู้ที่ทำทุกอย่าง ทั้งหมดที่กล่าวมา
“ไง...”
“ไง”
“นี่คือเซฟเฮาส์ของฉัน...เอาเธอมาขังไว้ที่นี่และรอให้นายใหญ่ออกมาตามเมียกลับบ้านด้วยตัวเอง”
แจจุงหัวเราะพลางเปลี่ยนขานั่งไขว่ห้าง ก่อนจะมองไปรอบๆบ้าน
“เขาไม่มาหรอก”
“หรือว่า เธอเป็นอีหนูของมันแค่นั้นหรือ”
“ไม่รู้... ฉันถูกพ่อเขาข่มขืนตั้งแต่ตอนอายุสิบสี่ ฉันเป็นสมบัติตกทอด ตอนนี้เป็นของรุ่นที่สอง...”
แจจุงโกหกไปอย่างนั้น เล่นเอาหนุ่มหล่อชะงักไปนิดหน่อยก่อนเขาจะยักไหล่แล้วก็ถามต่อพลางรินวิสกี้ไปด้วย
“สองพ่อลูกนั่นช่างตาถึง”
“ก็อาจจะ...”
“ถ้างั้นนายหญิงน่าจะเกลียดเธอ”
“แน่นอน”
“แต่วันนี้เธอช่วยหล่อน”
“ไม่รู้สิ...เออ คุณชื่ออะไรเหรอ?”
“ทำไมฉันต้องบอกเธอ”
“ฉันชื่อคิมแจจุง...”
“ชองยุนโฮ”
“ก็เป็นลูกนายหญิงชองงั้นหรอ?”
ลูก?
“ไม่ใช่”
“งั้นก็คงเป็นผัวของหล่อน”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ...แจจุง?”
“ใช่ ชื่อแจจุง”
“อายุเท่าไหร่แล้ว”
“ยี่สิบสาม”
“น่าสงสาร...”
“หืม?”
“เธอไม่รู้หรอกมั๊งว่าเล่นอะไรอยู่ และที่สำคัญคือนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ...ฉันต้องการฆ่าคนที่ฆ่านายหญิงของฉัน และฉันดูออกว่าไม่ใช่เธอ”
“ทำไมจะไม่ใช่...วันนั้นที่หน้าแชงกรีลา ฉันยิงจากตึกตรงข้าม....2นัดแล้วหล่อนก็ร่วง ตุ้บ!”
ยุนโฮเอาแต่มอง สายตาเขาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แจจุงก็รู้...แต่ไม่สนใจ
“แล้วเธอฆ่าเขาทำไม”
“ผู้ชาย...หล่อนแย่งผู้ชายของฉันไป”
เขาส่ายหน้า
“ฉันแอบมีคนอื่นลับหลังนายใหญ่”
“อืม”
“งานนี้ถ้ายังไงก็ต้องมีคนถูกกำจัด ไม่ฉันก็หล่อน”
ไม่มีสัญญาณอะไรบอกว่าแจจุงจะลุกขึ้นและเดินมาหายุนโฮ ก่อนจะนั่งลงบนตักของเขาอย่างคนใจกล้า
วันนี้แจจุงใส่เสื้อคอกว้าง แจกจ่ายอาหารตากับลูกน้องทั้งหลายไปแล้วคราวนี้ก็มายัดเยียดให้สุดหล่อที่อยู่ใกล้กันมากๆบ้าง
“อยากตายหรือไง”
“ใช่...แล้วทำไมไม่เห็นคุณจะฆ่าฉันสักที ... ปืนก็อยู่นั่น” ยุนโฮวางปืนเอาไว้บนโต๊ะ ไม่ระแวดระวังเลยเพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง “หรือมีอีก ไหน?” สองมือลูบเร็วๆตามตัวเพื่อหาอาวุธ ท่ามกลางความหงุดหงิดของยุนโฮ เขาวางแล้วและรวบมือทั้งสองข้างของคนจากตระกูลเชวเอาไว้ด้วยกันเป็นการกำราบ
“ฉันไม่ชอบคนพูดไม่รู้เรื่อง!! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!!!”
เขาดุจนแจจุงชักจะอารมณ์เสียบ้างตามประสา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่หยุดง่ายๆ
ขนาดลูกน้องยังรู้เลย... คิมแจจุงทำอะไรแต่ละอย่าง หวังผลทั้งนั้น
สะโพกเล็กๆขยับโยกอยู่บนตักของชายหนุ่มด้วยท่วงท่าอันตราย ก่อนจะร้อนยิ่งกว่านั้นโดยการอ้าปากโชว์ลิ้นแดงๆที่ขยับไปมาทั้งสีหน้าสุดเคลิ้มอย่างนั้น สองมือที่ถูกรวบไว้ค่อยๆได้รับอิสระทำให้สามารถขยับเข้าไปใกล้กว่าที่เป็นอยู่ได้อีกนิดหน่อย แจจุงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆและพูดด้วยสายตาอันเร่าร้อนอย่างปิดไม่ปิด
“ยิงฉันเลย”
“............”
“ยิงฉัน...ด้วยปืน” ชั่ววินาทีนั้นยุนโฮลืมหายใจ “...กระบอกนี้”
TBC

TALK
ความวูบนี้เกิดขึ้นในวันที่ 21กันยายน ปี2012
ขณะที่ทีเซอร์catch me ออก ขณะที่ฝนตก
ขณะที่อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น เราวูบและได้ฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา
มันไม่เกี่ยวกับเพลงหรอกนะคะ
แต่ขอจิ้นอิมเมจพี่ชองในmvเลยค่ะ
หล่อเหลาเอาการมากจะบ้าให้ตายเถอะเบ๊บโธ่เอ๊ย~!!!!!!
เอาเข้าไป!!!!
ไม่ได้เขียนพล็อตแบบนี้นานแล้ว บวกกับช่วงนี้มีคนเรียกร้องSFเซ็กซี่ๆพอที
นี่พยายามที่จะทำให้เซ็กซี่อยู่ ฮ่าๆๆๆ
หวังว่าSFวูบเรื่องนี้จะตอบโจทย์ได้อยู่เนาะ
แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ
ขอบคุณทุกๆคนเลย
Scream แรงๆเลยค่ะ แสบสันทั้งคู่
ReplyDelete>_______<J
bg ของแต่ละคนดูแรงมากกก
ReplyDeleteโอ๊ยหัวใจจะวาย อ่านแล้วอ่า
อิหนูนี่ก้ยั่วดีแท้
อ้ากกกก อยากอ่านต่ออ่ะแบบว่ามันมากกกก
ReplyDelete